ใครบางคนเคยว่าไว้ “ความสำเร็จ” นั้น เกิดขึ้นง่ายมาก...แค่คุณทำในสิ่งที่ถูกต้อง ถูกวิธี ถูกเวลา และจดจ่ออยู่กับสิ่งนั้นนานพอ ไม่นานความสำเร็จ...ก็จะโผเข้ามาสู่อ้อมกอดคุณเองเฉกเช่นเส้นทางชีวิตของหนุ่มนักสู้ผู้หนึ่งจาก อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี หลังจากเขาเรียนจบ ปวส. แผนกช่างยนต์ เมื่อปี 2529 ไปสมัครเป็นครูที่โรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง ที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย แต่ใช้ชีวิตพ่อพิมพ์ของชาติอยู่ได้แค่ 6 เดือน หัวใจของเขาเริ่มกระซิบกับตัวเองว่า นี่มันไม่ใช่...ชีวิตที่ถวิลหา เขาจึงตัดสินใจลาออกชายหนุ่มครุ่นคิดอยู่ในใจ เอาวะ...ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า เขาบ่ายหน้าสู่กรุงเทพฯ และได้งานทำที่ร้านขายหนังสือแห่งหนึ่ง แต่ก็ทำอยู่ได้แค่ 3 เดือน...หัวใจของเขามันยืนกรานอีกครั้งว่า นี่ก็ไม่ใช่...ชีวิตที่ตัวเองอยากเห็น ในที่สุดเขาจึงลาออกจากงาน...เป็นครั้งที่สอง เกาเหลารวมทานกับข้าวสวยร้อนๆเด็ดนัก. บะหมี่นํ้าไก่ หนึ่งในเมนูยอดนิยม.จุดหักเหครั้งสำคัญในชีวิตชายผู้นี้ เกิดขึ้นเมื่อตอนที่เขาได้ชิมก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสเด็ดจากพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวรถซาเล้งเจ้าหนึ่ง แถวสุขุมวิท กินกันจนกลายเป็นขาประจำ และซี้กับคนขาย กระทั่งรู้ถึงแหล่งซื้อลูกชิ้นและน้ำซุปหัวเชื้อที่ใช้ทำก๋วยเตี๋ยว ชายผู้นี้จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตตัวเองอีกครั้ง ไปเป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยวคราวนี้หัวใจของเขาเลิกประท้วง และดูจะเห็นดีเห็นงามตามไปด้วย ชายผู้นี้จึงตระเวนถีบซาเล้งขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อไปในหลายย่านของ กทม.นาน 2 ปีเต็ม กระทั่งเมื่อกระแสคนไม่กินเนื้อเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงตัดใจเปลี่ยนไปขายก๋วยเตี๋ยวหมู ซึ่งได้สูตรมาจากเพื่อนสนิทที่ถีบซาเล้งขายก๋วยเตี๋ยวด้วยกันนั่นเองช่วงที่ตระเวนถีบซาเล้งขายก๋วยเตี๋ยวหมูอยู่ 3 ปี เขาย้ายบ้านเช่า ทำให้ต้องไปขายอยู่แถวหน้า สน.ทองหล่อ แต่ละแวกนั้นมีผู้นับถืออิสลามเยอะ ในที่สุดเขาจึงต้องเปลี่ยนจากก๋วยเตี๋ยวหมู มาขายก๋วยเตี๋ยวไก่แทน โดยได้สูตรมาจากเพื่อนซาเล้งที่ขายก๋วยเตี๋ยวไก่ด้วยกัน แต่นำมาประยุกต์รสชาติใหม่ให้ถูกปากลูกค้ายิ่งขึ้น ตีนและปีกไก่รสเด็ดเข้ากันดีกับก๋วยเตี๋ยว.โดยเปลี่ยนมาปักหลักขายริมถนน แถวย่านอาร์ซีเอ และริม ถ.เพชรอุทัย ตามลำดับวันนี้ชายคนที่กล่าวถึง มีกำไรจากการขายก๋วยเตี๋ยวไก่เฉลี่ยวันละ 10,000 บาท หรือเดือนละ 300,000 บาทถามว่าเขาประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วหรือยัง?...ใครก็ได้ช่วยตอบที!!!โกศล ธวัชเมธี หรือที่ใครๆเรียกเขาว่า “สน” เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ “ทิวสน” ริม ถ.เพชรอุทัย ใกล้กับวัดอุทัยธาราม (จอดรถได้ที่ริมถนน แถวตอม่อรถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงก์) คือชายนักสู้ชีวิต...คนนั้นเขาให้เหตุผลที่เลือกขายก๋วยเตี๋ยวไก่ว่า เพราะเป็นอาหารที่ทุกศาสนากินได้หมด “สน” จึงปักหลักขายก๋วยเตี๋ยวไก่มานานถึง 26 ปีเต็ม ประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนานข้างหม้อก๋วยเตี๋ยว บวกกับจำนวนลูกค้า ยอดขาย และผลกำไรต่อวัน...น่าจะการันตีได้ดีถึงความเป็นมืออาชีพของเขา โกศล ธวัชเมธี (สน) กับบุญฑะรีย์ ดอนสีจันทร์ (ปู) คู่สามีภรรยา.เสน่ห์ดึงดูดใจของก๋วยเตี๋ยวไก่ “ทิวสน” นอกจากอยู่ที่ตัว น้ำซุปรสชาติเข้มข้น ซึ่งหมักมาจากโครงไก่วันละ 20-30 กก. ในน้ำซุป 200 ลิตร ออกรสเค็มนำ หวานตามนิดๆ ชุ่มคอ และหอมกลิ่นเครื่องเทศชื่นใจยังโดดเด่นตรง เครื่องเคียง ที่มีตัวเลือกให้ลูกค้าเพิ่มความเพลิดเพลินกับการบริหารกรามไม่ว่าจะเป็น ตีนไก่ ไข่อ่อน ตับ กึ๋น ไส้ รังไข่อ่อน และที่ดังสุดๆคือ เอ็นฮ่องเต้ (ข้อเข่าไร้กระดูก เคี้ยวเล่นกรุบๆ)“สน” บอกว่า ก๋วยเตี๋ยวไก่ส่วนใหญ่มักจะใช้ไก่อ่อนที่ซื้อกันตามตลาด มีอายุแค่ 45-60 วัน เนื้อไก่จึงมักเละยุ่ย แต่คนกินก๋วยเตี๋ยวไก่ส่วนใหญ่ชอบเคี้ยวอะไรที่หนึบๆ เขาจึงเลือกใช้ไก่แก่ตัวเมีย ที่มีอายุการเลี้ยงตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป ...แม้ราคาจะแพงกว่า เครื่องในไก่ถูกใจลูกค้าที่ไปชิม. เอ็นฮ่องเต้อร่อยและหาทานที่อื่นได้ยาก.“คนทำอาหารขายต้องรู้ว่าเอาอะไรมาทำอะไรแล้วอร่อย อย่างเนื้อหมู ถ้าใช้หมูอ่อนที่มีน้ำหนักแค่ 60-80 กิโลฯ มาทำ เนื้อจะมีกลิ่นฉุน จะให้ดีต้องเลือกใช้หมูที่หนักตั้งแต่ 90-100 กิโลฯขึ้นไป จึงจะได้มาตรฐาน ถ้าหนักกว่านี้ เนื้อก็จะหยาบไปอีก ไม่อร่อย และเนื้อหมูตัวเมีย กลิ่นจะหอมกว่าหมูตัวผู้ เป็นต้น”สนบอกว่า เนื้อไก่ก็เช่นกัน ไก่แก่ตัวเมียเนื้อจะหอมกว่าไก่แก่ตัวผู้ ถ้าใช้ไก่แก่ตัวผู้มาทำ กลิ่นจะคาวกว่า ต้องใส่เครื่องเทศลงไปกลบกลิ่นคาวเยอะๆ คนที่ไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศแรงก็จะบ่นว่า ฉุนกลิ่นเครื่องเทศอีกศิลปะการต้มไก่ให้อร่อย “สน” บอกอย่างไม่ปิดบังว่า เริ่มจากตั้งน้ำ 40 ลิตรให้เดือด ล้างไก่แก่ตัวเมียให้สะอาดครั้งละ 8 ตัว หย่อนลงไปต้มในหม้อต้ม พร้อมกับห่อเครื่องปรุงในผ้าขาวบาง...ต้องระวัง อย่าให้ติดส่วนตูดไก่ไปด้วย เพราะจะทำให้น้ำซุปมีกลิ่น เสียรสชาติ...ระหว่างต้มให้ใช้ไฟแรงปานกลาง ปิดฝาไว้จนกว่าไก่สุกจึงค่อยเปิดฝา ช้อนมันไก่ที่ลอยขึ้นมาทิ้งให้หมด เหลือไว้แต่น้ำซุปใสๆ มาม่าแห้งไม่ทำให้คนชอบทานแห้งผิดหวัง.จากนั้นลองใช้นิ้วจิ้มดูที่สะโพกไก่ ถ้านิ่มพอกับสะโพกสาว...เขาว่าใช้ได้ ให้ยกไก่ขึ้นไปฉีกเนื้อหลังจากยกไก่ที่ต้มขึ้นจากหม้อหมดแล้ว “สน” จะใส่ โครงไก่ ลงไป 20 กก. ในน้ำต้มไก่ 40 ลิตร เติม น้ำตาลมะพร้าว อย่างดี (ไม่หวานแหลมเหมือนน้ำตาลปี๊บและน้ำตาลทราย) 1 กก. เกลือป่น ½ กก. ซีอิ๊วดำ 1 ขวดใหญ่ ผงปรุงรส ½ กก. ข่าแก่ ตากแห้ง รากผักชี เม็ดผักชี เม็ดพริกไทย กระเทียมไทย (ตำรวมกันห่อผ้าขาวบาง) และ มะนาวดอง (สัตว์ปีกทุกชนิดใช้มะนาวดองปรุงจะกลมกล่อมกว่าใช้กระเทียมดอง)...อย่างละ 2 ขีดส่วน เครื่องใน และ เครื่องเคียงไก่ เขาแยกไปต้มไว้ในช่องลวกผักของหม้อก๋วยเตี๋ยว ใครอยากชิมก๋วยเตี๋ยวไก่รสเด็ด ร้านนี้เปิดขายทุกวัน วันละ 2 กะ (24 ชั่วโมง) หยุดขายเฉพาะวันอาทิตย์กับวันนักขัตฤกษ์ เส้นทางไปชิม ดูได้จากแผนที่ หรือสอบถามได้ที่ 08-5188-5520 และ 08-5189-3158.คุณชาย 1