เปิดเมนูสุขภาพลดน้ำตาล พร้อมเคล็ดลับการกินสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ช่วยควบคุมระดับเลือด ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนปลายประสาทเสื่อมและการเกิดแผลที่เท้า พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันเบาหวานลงเท้าที่ทำตามได้จริง

นอกจากการดูแลเท้าและหมั่นบริหารเท้าอย่างถูกวิธีตามคู่มือเบื้องต้นแล้ว ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่าง "แผลเบาหวาน" คือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ เพราะหากปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงเป็นเวลานานจะส่งผลเสียต่อหลอดเลือดและทำลายปลายประสาท จนนำไปสู่ปัญหาเท้าชาและการไหลเวียนเลือดที่ลดลง

ไทยรัฐออนไลน์ขอแนะนำหลักการเลือกทานอาหารและเมนูสุขภาพที่ช่วยให้คุณคุมเบาหวานได้ดียิ่งขึ้น เพื่อสุขภาพเท้าที่แข็งแรงในระยะยาว

3 หลักการกิน สู้เบาหวาน

  1. เลือกข้าวไม่ขัดสี: เปลี่ยนจากข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือธัญพืช เพื่อรับกากใยสูง ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
  2. เน้นผักใบเขียว: ผักเป็นแหล่งวิตามินและใยอาหารชั้นยอด ช่วยให้อิ่มนานและช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี
  3. เลี่ยงของหวานและผลไม้รสหวานจัด: รวมถึงงดสูบบุหรี่ร่วมด้วย เพราะบุหรี่ทำให้หลอดเลือดตีบและส่งผลให้แผลเบาหวานหายช้าลง

เมนูแนะนำ อร่อยได้ น้ำตาลไม่พุ่ง

มื้อเช้า: ข้าวต้มข้าวกล้องปลาเก๋า

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

...

  • ใช้ข้าวกล้องแทนข้าวขาว และเพิ่มขิงแก่เพื่อช่วยระบบไหลเวียนเลือด ปลาเก๋าเป็นโปรตีนย่อยง่าย ไขมันต่ำ

มื้อกลางวัน: ส้มตำไทย (สูตรหวานน้อย) คู่กับไก่ย่างไม่ติดมัน

  • เน้นผักสดและโปรตีน หลีกเลี่ยงน้ำตาลปึกและไม่ทานคู่กับข้าวเหนียวปริมาณมากเกินไป

มื้อเย็น: แกงส้มผักรวมปลาช่อน

  • ใช้ผักพื้นบ้านที่หลากหลาย หลีกเลี่ยงกะทิ รสชาติเปรี้ยวนำช่วยเจริญอาหารและให้แคลอรี่ต่ำ

ทำไมการกินถึงสำคัญกับสุขภาพเท้า?

การทานอาหารที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงที่เท้าจะสูญเสียความรู้สึก เมื่อปลายประสาททำงานได้ปกติ คุณจะรับรู้ถึงสิ่งแปลกปลอมในรองเท้าหรืออาการเจ็บได้เร็วขึ้น ลดโอกาสเกิดแผลลุกลามจนต้องถูกตัดเท้า หากท่านเริ่มมีอาการเท้าผิดปกติ เช่น สีม่วงคล้ำ เท้าเย็นลง หรือเริ่มมีแผลบวมแดง นอกจากการคุมอาหารแล้ว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และอย่าลืมหมั่นทำท่าบริหารเท้าทั้ง 6 ท่าเป็นประจำทุกวันด้วย