ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @เรณูนคร

ข่าว

    ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @เรณูนคร

    คุณชาย 3

      8 ส.ค. 2564 05:06 น.

      คำพังเพยอีสานยุคหลังสงครามมหาเอเชียบูรพา เปรยว่า... “ไผมาเยือนเรณูนคร บ่ได้ขี่ช้างคู่ สิบ่ฮอดเรณูนคร” โดย “ขี่ช้างคู่” ก็คือการดูดอุจากไหคู่สาวเรณูฯนั่นเอง...นี่เป็นแต่ก่อน

      ปัจจุบัน...“คุณชาย 3” รู้มาว่า “ไผมาถิ่นเรณูฯ บ่ได้กินข้าวปุ้นน้ำนัว คือบ่ฮอดเรณูนคร” เพราะ “ข้าวปุ้นน้ำนัว” เป็นซิกเนเจอร์หมวดวัฒนธรรมอาหารถิ่น “ภูไท” หรือ “ผู้ไทยเรณูนคร” ซึ่งอพยพข้ามโขงจากเมืองน้ำน้อยอ้อยหนู ซึ่งเชื่อว่าคือเวียดนามปัจจุบัน

      เดี๋ยวนี้ผู้ไทยกลุ่มนี้ก็คือคนไทยที่ยึดมั่นการใช้ภาษาถิ่นในครัวเรือน...เคยฟังรู้ว่าไพเราะ ยิ่งถ้าผู้สาวเว้าด้วยแล้ว อุ้ย...มันมัดหัวใจบอกไม่ถูก เพราะสาวเรณูฯ ช่างสวย “กะด้อกะเดี่ย”...คือสวยอะไรปานนั้น

      มาเรณูฯ ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของ จ.นครพนมทีไร อดไม่ได้ที่จะกระดี๊กระด๊าเพราะถิ่นนี้มีสิ่งดีๆให้สัมผัสมากมาย อย่างข้าวปุ้นน้ำนัวคนอีสานเอิ้น “ข้าวปุ้น” หมายถึงขนมจีน “นัว” คือกลมกล่อม ผสมกันเป็นขนมจีนรสชาติกลมกล่อม...ก็ถือเป็นหนึ่งเดียวที่มีในแดนเรณูฯ

      ป้าพูนสิน โชคกลาง สาวผู้ไทยวัย 59 ปีเล่าว่า แต่ก่อนข้าวปุ้นน้ำนัวเป็น “พา” อาหารบ้านๆตามวิถีคนที่นี่ที่เอาปลาร้า หรือ “ปลาแดก” ทั้งตัวมาต้มปรุงรส แล้วนำมากินกันในครอบครัว ให้ดี เก็บผักริมรั้วมาเป็นเครื่องเคียงยิ่งแซ่บอีหลี...นี่คือที่มาของ “ข้าวปุ้นน้ำ (ปลาร้า) นัว” ที่ต่อมาตัดคำว่าปลาร้าทิ้งให้ดูสั้นเข้า

      ป้าพูนสินบอก ทุกวันนี้เรณูนครมีร้านข้าวปุ้นน้ำนัวเปิดขายในชุมชนอยู่หลายร้านหนึ่งในนั้น ได้แก่ “ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน” ของป้า ซึ่งตั้งอยู่ริมทางหลวง 2015 สายเรณูฯ-ปลาปาก-หนองฮี เยื้องสถานีบริการน้ำมัน ปตท. หาง่าย...ทั้งอำเภอมีปั๊มยี่ห้อนี้ปั๊มเดียว...ฮา555 “แต่ก่อนพ่อกับแม่เคยหาบข้าวปุ้นน้ำนัว เร่ขายตามบ้านทั่วชุมชน จนถึงรุ่นลูกคือป้านี่แหละได้เปลี่ยนจากหาบมาเปิดเป็นร้านเมื่อ 30 ปีที่แล้ว...จนถึงวันนี้”

      ชื่อร้านต่างร้านอื่นตรงไม่ใช้ “ข้าวปุ้นน้ำนัว” ก็ตรงวิธีการได้พัฒนา ใช้ข้าวเจ้า เกรดเอมาเป็นวัตถุดิบ นวด หมักตามสูตรข้าวปุ้นสดสู่จานอาหาร และเปลี่ยนจากน้ำปลาร้านัวที่เคยต้มเป็นน้ำกะปิหอมชวนกิน

      เอาละ...คุณชายฯเลิกพูดพร่ำทำเพลง จะได้ย่ำเฮือนเยือนร้านข้าวปุ้นสดต้นแบบเสียที เฮือนนี้ถ้ามองผิวเผินจะเห็นเป็นบ้านก่ออิฐถือปูนมีรั้วล้อม ไม่เหมือนเฮือนผู้ไทยนิยมสร้างด้วยไม้ยกพื้นสูงทั้งหลัง...อันนี้คุณชายว่า มันคือการเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลามากกว่าอย่างอื่น

      พอเข้าไปด้านในถึงพบว่า สภาพร้านใช้บริเวณลานหน้าบ้านต่อเติมมุงหลังคาปล่อยโล่งสี่ด้าน ปีกขวาใช้เป็นครัวตั้งเตากับหมอต้มแป้ง สำหรับรีดเส้นข้าวปุ้นสดลงแช่ในหม้อน้ำอุ่น

      ปีกซ้ายเป็นครัวสำรองวางหม้อบรรจุน้ำกะปินัวคู่กับผักสดสารพัด ถัดมาตรงกลางตั้งโต๊ะเก้าอี้ให้ลูกค้านั่ง 4-5 ชุด ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในอำเภอกับคนต่างถิ่นแวะเวียนมาชิมในแต่ละวัน บรรยากาศดูคึกคัก

      ถึงตอนนี้ต้องปล่อยให้ป้าพูนสินแสดงฝีมือ ไปยืนจับเส้นข้าวปุ้นที่แช่ในหม้อน้ำอุ่นแล้วสาวขึ้นมาขยุ้มใส่จานไม่ต้องวางเป็น “จับๆ” เรียงกันแบบที่เห็นทั่วไป เสร็จแล้วยกให้ลูกค้าราดน้ำกะปินัวจากหม้อน้อยบนโต๊ะใส่กันเอาเองตามใจชอบ...ดูแล้วน่าสนุกดี ส่วนใครชอบเค็มเติมน้ำปลา เพราะกะปิจะลดความเค็มเมื่อต้มกับน้ำ ส่วนหวานเติมน้ำตาล เผ็ดซี้ดซ้าดให้เหยาะพริกน้ำส้มสดตำกับกระเทียม ถ้าเผ็ดไม่พอก็โรยพริกแห้งป่นคั่ว หรือจะแนมด้วยพริกขี้หนูสดก็มีให้ บางคนชอบเปรี้ยวป้าพูนสินก็จัดมะนาวไว้ให้ในชุดผักแต่...ขอกระซิบ คนถิ่นนี้ไม่นิยมใช้ผสมเกรงความเปรี้ยวทำลายความหอมกลมกล่อมน้ำกะปิคุณชายฯได้ “ข้าวปุ้น”...ที่ยังอุ่นไอร้อนเล็กน้อย มาจัดแจงตักน้ำกะปิราดแล้วลงมือชิม ถึงรู้...น้ำแกงข้าวปุ้นที่ไร้เนื้อปลาผสม มีเพียงน้ำต้มกับกะปิชั้นดีจากระยอง หอมโชยปนรสชาติหวานน้ำตาล เค็มกะปิแค่ปลายๆไม่อันตรายต่อไต

      เมื่อเติมเครื่องปรุง...น้ำปลา น้ำตาล พร้อมพริกน้ำส้ม โรยด้วยพริกป่น นั่นแหละ...จะได้รสตามต้องการที่ไม่สะเทือนถึงน้ำตาลในเลือดและไตที่ไม่ชอบความเค็ม ต่อจากนั้นให้เติมผักลวก เช่น กะหล่ำปลี ถั่วงอก ถั่วฝักยาว ผสมลงไป ยกเว้นผักบุ้งป้าไม่ใช้ด้วยลวกแล้วสีไม่น่ากิน

      เมื่อคลุกเข้ากันดีแล้ว คำแรกที่ชิม...คุณเอ๊ย! กะปิที่ว่าเหม็น ไม่เห็นเป็นเหมือนคำลือ กะปิน้ำนัวสูตรนี้ ได้กลิ่นหอมจากกะปิกุ้งผสมเคยเมืองระยองรับรองได้ ส่วนเส้นสดที่อุ่นใสสะอาด สุดแสนที่จะนุ่มยามเคี้ยวบดแต่ละคำ ยิ่งกินคู่กับน้ำแกงชุ่มๆผสมผักลวกก็ยิ่งนัว แถมผักสด อาทิ ใบกระถิน ชะอม กะหล่ำปลี สะระแหน่ ผักชีหอม ผักชีฝรั่ง ผักชีลาว ถั่วงอก ถั่วฝักยาว อีกต่างหาก หรือจะเสริมโปรตีนด้วยไข่ต้ม ไข่ทรงเครื่อง ลูกชิ้นปลา เนื้อและหมู ก็มีให้เหมือนจะเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการอย่างนั้นแหละ

      ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @ เรณูนคร บ่งบอกถึงวัฒนธรรมการกินแบบบ้านๆ กินง่ายอยู่ง่ายตามวิถีถิ่นผู้ไทย และไม่น่าเชื่อว่าจะกลายมาเป็นธุรกิจร้านอาหารของครัวเรือน แทนงานหัตถกรรมถักทอผ้าที่เคยเลื่องชื่อกับถิ่นนี้มาก่อน นี่กระมัง...ที่มีส่วนทำให้การกำหนดราคาขายค่อนข้างถูก ตามค่าครองชีพชุมชน

      คือ...ถ้ากินคนเดียวชุดเล็กประกอบด้วยข้าวปุ้นขนาดอิ่ม 1 จาน มีน้ำกะปินัวให้ราดแล้วเติมเพิ่มได้ตามใจชอบ เสริมด้วยผักลวกผักสดทุกอย่างเบ็ดเสร็จคิดแค่ 50 บาท...ถูกกว่าขนมจีนน้ำยาในห้างดังชัวร์ๆแน่

      ถ้าเป็นชุดใหญ่กินได้ 2-3 คน 100 บาท ต้องการผักเพิ่มเพื่อเติมโปแตสเซียม จ่ายอีก 50 บาท “คุณชาย 3” บอกก่อน...ร้านนี้ยังไม่มีดีลิเวอรีเซอร์วิสส่งตรงถึงบ้าน แต่ใครจะหิ้วไปฝากคนที่กรุงเทพฯหรือที่ไหนๆ “ป้าพูนสิน” ก็ฝากบอกมาว่ายินดีที่จะจัดการให้ผู้ที่ สนใจใคร่ลองโทร.ไปได้ที่ 09-8815-4041หรือ 0-4257-9019

      “ข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ ร้านพูนสิน @ เรณูนคร” เปิดตั้งแต่ 09.00–20.00 น. ทุกวันไม่มีวันหยุด...ย้ำอีกที “เยือนเรณูนครแดนสาวงามบ่กินข้าวปุ้นสดน้ำกะปิ คือบ่ฮอด...เด้อ”

      คุณชาย 3

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ข้าวปุ้นข้าวปุ้นน้ำนัวภูไทผู้ไทยเรณูนครเรณูนครข้าวปุ้นสดคุณชาย 3คุณชาย ตะลอนชิม

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 07:39 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์