ตำนานข้าวต้ม “วัดบวร” “60 ปี”---แห่งความทรงจำ

ข่าว

    ตำนานข้าวต้ม “วัดบวร” “60 ปี”---แห่งความทรงจำ

    ซูม

      1 ส.ค. 2564 05:03 น.

      ในรอบเดือนที่ผ่านมา เราคงได้ยินข่าวคราวการจากไปของเจ้าของร้านอาหารระดับตำนานของเมืองหลวงหลายต่อหลายท่าน จากการติดเชื้อโควิด-19 อาทิ “เฮียติ๊กอู๋” ร้านเย็นตาโฟ ศรีย่าน, “เฮียอ้วน” ร้านกวยจั๊บดังของเยาวราช, เฮียตึ๋ง ร้านขาหมูเจริญแสงย่านสีลม ฯลฯ

      ล่าสุดก็คือ “เฮียเซี้ยะ” หรือ คุณากร สวัสดิ์ธนะโรจน์ แห่งร้านข้าวต้มหน้าวัดบวรหนึ่งในตำนานร้านข้าวต้มของ กรุงเทพมหานคร ที่รับใช้คนนอนดึกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 70 ปี

      หัวหน้าทีมซอกแซกขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง ย้อนหลังไปถึงผู้ล่วงลับทุกท่านในฐานะอดีตนักชิมตัวฉกาจคนหนึ่ง ซึ่งเคยมีโอกาสแวะเวียนไปลิ้มรสมาแล้วทุกร้านที่เอ่ยถึง

      แต่วันนี้จะขออนุญาตเขียนถึงร้านข้าวต้มหน้าวัดบวร แสดงความอาลัยต่อเฮียเซี้ยะ ก่อนใครทั้งหมด เนื่องจากเป็น 1 ใน FC ของร้านนี้รับประทาน กันมาตั้งแต่ปี 2503 ตอนเข้าเรียนธรรมศาสตร์ใหม่ๆสมัยอยู่หอพักถนนพระอาทิตย์เป็นเวลากว่า 60 ปีเข้านี่แล้ว

      เพราะฉะนั้นที่กล่าวกันว่า ร้านนี้มีอายุ 70 ปี จึงน่าจะถูกต้องทุกประการ

      อะไรไม่อะไรตลอดระยะเวลาที่หัวหน้าทีมมานั่งเขียนซอกแซกอยู่ตรงนี้น่าจะเขียนถึงร้านข้าวต้มวัดบวรหลายต่อหลายครั้ง

      เสียดายที่ยุคนั้นยังไม่มีระบบออนไลน์ เลยเข้าไปค้นไม่เจอ...แต่จำได้ว่าเขียนแน่นอน และน่าจะอยู่ในฉบับวันอาทิตย์ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อาทิตย์ใดอาทิตย์หนึ่งที่ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐนำมาเย็บเล่มรวมกันเป็น “ไทยรัฐฉบับยักษ์” เก็บไว้ในห้องสมุดของเรานี่แหละ

      ล่าสุดราวๆปลายปี 2562 ก่อนโควิด-19 อาละวาดสักปีหนึ่งเห็นจะได้ หัวหน้าทีมซอกแซกชวนครอบครัวชุดใหญ่รวมหลานๆด้วย ตั้งใจจะแวะไปรับประทานข้าวต้มวัดบวรระลึกความหลังในค่ำคืนวันหนึ่ง แต่ตระเวนหาที่จอดรถไม่ได้เลย ก็เลยต้องชวดไป

      เมนูเด็ดที่อยู่ในความทรงจำของหัวหน้าทีมซอกแซกมาตั้งแต่รับประทานครั้งแรก และที่ตั้งใจจะพาลูกหลานไปรับประทานด้วยแต่ชวดเสียนั้นก็คือ “ผักบุ้งไฟแดง” นั่นเอง...เพราะเป็นทั้งสัญลักษณ์และเอกลักษณ์ของร้านข้าวต้มหน้าวัดบวรมาตั้งแต่ พ.ศ.2503 ที่หัวหน้าทีมซอกแซกไปรับประทานครั้งแรกโน่นแล้ว

      สมัยก่อนเขาจะตั้งเตาผัดผักบุ้งไว้นอกร้านในตรอกหน้าวัดบวรนั่นแหละ ถ้าเราจองโต๊ะหน้าร้าน ซึ่งตั้งเรียงรายอยู่ประมาณ 10 โต๊ะ จะเห็นกระบวนการผัดผักบุ้งไฟแดงอย่างถนัดชัดเจน

      เขาจะผัดกระทะละ 1 จาน และแต่ละจานที่เทผักบุ้งลงไปจะเกิดไฟลุกวาบ มองเห็นไปทั้ง ตรอก และข้างๆเตานั้นเอง จะมีผักบุ้งสดที่ใส่จานเตรียมซ้อนไว้กองพะเนินเทินทึก เพราะทุกโต๊ะจะสั่งเป็นเมนูหลัก...ใครไปรับประทานข้าวต้มร้านนี้แล้วไม่สั่ง “ผักบุ้งไฟแดง” ถือว่าไม่ใช่แฟนตัวจริงแน่นอน

      “ผักบุ้งไฟแดง” จึงเป็นตำนานของข้าวต้มวัดบวร และเป็นต้นธารของ “ผักบุ้งลอยฟ้า” แห่งจังหวัดพิษณุโลก ที่มาจดจำการผัดผักบุ้งชนิดไฟลุกโชนไปจากที่นี่...แล้วไปเพิ่มเติมต่อยอดด้วยการโยนให้ผักบุ้งขึ้นไปลุกวาบกลางอากาศ โดยมีลูกมืออีกคนถือจานวิ่งไปรับที่ปลายทางอีกด้าน...เป็นอีกหนึ่งตำนานผักบุ้งยุคต่อมา

      เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่าการผัดผักบุ้งแบบไฟลุกวาบเริ่มมาจากไหนก็ต้องตอบว่าเริ่มขึ้นที่ร้านข้าวต้มหน้าวัดบวรนี่เองเมนูดังอย่างอื่นนอกจากผักบุ้งไฟแดงก็มีพวกพะโล้ต่างๆ โดยเฉพาะไส้หมูพะโล้ดังมาก...นอกนั้นก็เป็นหมูสับนึ่งไข่เค็ม...ปลาจีนนึ่งบ๊วย...ปลาใบขนุน, ยำกุนเชียง, ไส้หมูทอด, ยำหมูแผ่น ฯลฯ

      ยุค พ.ศ.2500 ต้นๆเป็นยุคที่ ถนนราชดำเนิน เป็นแหล่งบันเทิงใหญ่ของชาวกรุง เพราะมีบาร์และไนต์คลับมากมายหลายแห่งที่นี่ ตั้งแต่โลลิตา, สีดาไนต์คลับ, มูแลงรูจ และ ฯลฯ ดังนั้น หลังจากบาร์เลิกประมาณตี 1 ตี 2 นักเต้นรำก็มักจะชวนพาร์ตเนอร์หรือคู่เต้นไปรับประทานข้าวต้มหน้าวัดบวร ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

      ไม่เพียงแต่นักเที่ยวกลางคืนเท่านั้น...บ่อยครั้งเราจะเห็นนักร้องดังของไนต์คลับย่านนี้ อาทิ พี่ สุเทพ วงศ์กำแหง จากโลลิตา นริศ อารีย์ จากมูแลงรูจ มานั่งเติมพลังข้าวต้มที่หน้าวัดบวรก่อนกลับบ้านด้วยเช่นกัน

      ขณะเดียวกัน เนื่องจากร้านข้าวต้มวัดบวรก็อยู่ไม่ห่างจากสำนักพิมพ์ เสียงอ่างทอง ต้นตระกูลของ ไทยรัฐ เท่าไรนัก ในแต่ละคืนยามดึก เราจะเห็นนักเขียนนักข่าวดังของเสียงอ่างทอง เช่น อุทธรณ์ พลกุล, วิมล พลกุล, สมบูรณ์ วรพงษ์, สมิต มานัสฤดี ฯลฯ ไปนั่งรับประทานข้าวต้มที่ร้านนี้อยู่เสมอ

      ลูกค้าประจำอีกท่านหนึ่งก็คือ คุณ โฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ อดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวงและล่าสุดก็คืออดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ล่วงลับไปเมื่อหลายปีก่อน

      คุณโฆสิตเป็นเด็ก ตรอกไก่แจ้ บางลำพู เป็นแฟนประจำของร้านข้าวต้มวัดบวรมาตั้งแต่เด็กๆและสมัยอยู่ สภาพัฒน์ จะชักชวนพรรคพวกไปรับประทานข้าวต้มที่นี่หลายต่อหลายครั้ง

      ครับ! ก็เป็นเรื่องราวและความทรงจำเกี่ยวกับร้านข้าวต้ม วัดบวร ภายหลังการจากไปอย่างน่าเสียดายยิ่งของ “เฮียเซี้ยะ” คุณากร สวัสดิ์ธนะโรจน์ ทายาทรุ่น 2 ของร้านข้าวต้มดังร้านนี้

      ในฐานะแฟนเก่าแก่และเคยสัมภาษณ์เฮียเซี้ยะมาแล้วหลายครั้ง หัวหน้าทีมซอกแซกขอแสดงความอาลัยและเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของ เฮีย ไว้ ณ ที่นี้อีกครั้งหนึ่ง

      แต่จากคำยืนยันของทายาทเฮียเซี้ยะทั้งภรรยาและลูกชายที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อ2 วันก่อน มั่นใจได้ว่า เมื่อหายโศกเศร้าแล้วและพ้นจากวิกฤติโควิด-19 แล้ว ร้านข้าวต้มหน้าวัดบวร จะกลับมาเปิดต่อไปตามเดิม

      ช่วงนี้อย่างไรเสียก็เปิดไม่ได้เต็มที่อยู่แล้ว จึงถือโอกาสปิดเอาไว้ก่อนที่นี่ขอเป็นกำลังใจ...และขอให้ร้านข้าวต้มวัดบวรพร้อมด้วย “ผักบุ้งไฟแดง” จงเดินหน้าสร้างตำนานให้ยาวนานต่อไปจนถึง 100 ปีและกว่านั้น

      เมนูอะไรอื่นจะเป็นอย่างไรก็ช่างเถอะ แต่ “ผักบุ้งไฟแดง” เนี่ยต้องเนี้ยบตลอดไปนะครับ ฝากทายาทรุ่น 3-4-5 และ ฯลฯ ไว้ด้วย.

      “ซูม”

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เฮียเซี้ยะคุณากร สวัสดิ์ธนะโรจน์ข้าวต้มวัดบวรวัดบวรนิเวศข้าวต้มซูมซูมซอกแซก

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 15:54 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์