ไลฟ์สไตล์
100 year

หอมควันเทียน “ข้าวตูโบราณบ้านป้าจันทร์”

ไทยรัฐฉบับพิมพ์
9 พ.ค. 2564 05:05 น.
SHARE


ผมนั่งมองลูกสาววัยกำลังพูดส่งเสียงเจื้อยแจ้วขอให้แม่ซื้อขนมคุกกี้ญี่ปุ่นในร้านสะดวกซื้อมาฝาก ทำให้นึกย้อนไปถึงวัยเด็กของตัวเอง ที่ผูกพันกับรสชาติขนมไทยเป็นส่วนใหญ่ ทั้งขนมกล้วย, ขนมใส่ไส้, ข้าวต้มมัด และขนมไข่นกกระทา ฝีมือของอาม่าทำกินเองในบ้าน และบางครั้งบางคราผมยังเป็นลูกมือช่วยอาม่านำขนมไปขาย ได้ค่าขนมเล็กๆน้อยๆ
พออิ่มใจ กระนั้น ปัจจุบันขนมไทยอร่อยๆ หาทานยากเหลือเกิน ยิ่งเป็นรสมือของคนเฒ่าคนแก่ ใช้วิธีการทำแบบโบร่ำโบราณ ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ แต่เหมือนชะตาฟ้าลิขิตให้ได้กินของอร่อย เมื่อผมไปสะดุดตาเข้ากับ “ขนมข้าวตูรมควันเทียน” ร้านขนมบ้านป้าจันทร์

คุณชายตะลอนชิมสัปดาห์นี้ “คุณชายแป๊ะ” ขอนำเสนอรสมือแม่ของ “ป้าจันทร์-จรรยพร สร้อยเงิน” วัย 75 ปี เจ้าของสูตรอร่อยแห่งร้านขนมบ้านป้าจันทร์ พอถึงวันนัดหมายผมบึ่งรถไปที่ “วัดกระจัง” ซอยบรมราชชนนี 67 ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน ภายในวัดร่มรื่นตั้งอยู่ริมคลองบางระมาด ได้เห็น “ป้าจันทร์” กำลังปั้นข้าวตูเป็นลูกกลมๆเตรียมใส่แม่พิมพ์

“สวัสดีครับป้าจันทร์” ผมยกมือไหว้ทักทาย พลันนึกในใจว่า ป้าจันทร์ต้องทำขนมอร่อยแน่ๆ เมื่อดูจากราศีและออร่าบนใบหน้า รอยยิ้มบ่งบอกถึงความใจดี

“ลองชิมก่อนไหมล่ะ อบควันเทียนกำลังได้ที่” ป้าจันทร์ยกมือรับไหว้ พร้อมเชื้อเชิญให้ผมลองชิมขนมข้าวตูในหม้อที่มีฝาปิดมิดชิด

ควันเทียนลอยตลบขึ้นตามฝาหม้อที่ถูกเปิดออก มองเห็น “ขนมข้าวตูทรงรี” หนา 1 เซนติเมตร นับร้อยชิ้น วางเรียงเป็นชั้น มีกระทงใบตองใส่ “เทียนหอม” วางอยู่ด้านบน รอบๆมี “ดอกมะลิ” โปรยไว้ทั่วหม้อ “ป้าจันทร์” หยิบให้ผมชิม 1 ชิ้น กลิ่นควันเทียนและกลิ่นของดอกมะลิหอมขึ้นจมูกตั้งแต่ยังไม่ทันชิม คำแรกที่ผมได้กินทำให้ตาลุกวาว ลืมรสชาติข้าวตูที่เคยผ่านปากมาหมดสิ้น เพราะ “ขนมข้าวตู” ของ “ป้าจันทร์” ทั้งหอม หวานนุ่มลิ้น เนื้อมะพร้าวอ่อนจริงๆ เมื่อวัตถุดิบดี ขนมจึงอร่อยแบบนี้ ผมเชื่อแล้วว่าทำไม “ป้าจันทร์” ถึงบอกว่าต้องรอมะพร้าวให้ถูกใจก่อน ถึงจะลงมือทำ

ด้วยความฉงนสงสัย อดถามไม่ได้ว่า “ผมไม่เคย กินขนมข้าวตูนุ่มอร่อยหวานกลมกล่อมแบบนี้มาก่อนเลยครับ จำได้ว่าขนมข้าวตูที่เคยกินมา เนื้อแข็งๆหยาบๆ สากคอ ป้าจันทร์ทำยังไงถึงอร่อยเบอร์นี้”

“สำคัญที่มะพร้าวนี่ละ ต้องใช้มะพร้าวอ่อน ผิวกะลาไม่ดำ ถ้าใช้มะพร้าวกะลาดำ มันทั้งแก่ทั้งแข็ง ไม่เหมาะเอามาทำขนมข้าวตู มะพร้าวแข็งๆ ส่วนใหญ่เอาไปขูดทำกะทิเสียมากกว่า กว่าป้าจะลงมือทำขนมได้ต้องรอเลือกมะพร้าวที่เหมาะสมจริงๆ”

“ขนมข้าวตู เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในสมัยก่อน เมื่อทานข้าวไม่หมด เกิดความเสียดายจึงนำข้าวสุกไปตากแดดเพื่อนำมา
ทำเป็นขนม ส่วนการทำต้องพิถีพิถันใจร้อนไม่ได้นะ ต้องค่อยๆทำใจเย็นๆ ขูดเนื้อมะพร้าว 1 กิโลกรัม นำไปเคี่ยวกับน้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 8 ขีด ตัดรสด้วยเกลือแค่ปลายช้อนเคี่ยวให้งวดแยกพักไว้ก่อน ส่วนข้าวนั้น ใช้ทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวเสาไห้ หุงให้สุกแล้วนำไปตากแดดให้แห้ง เอาข้าวไปคั่วไฟกลางๆ พอตัวข้าวมีสีเหลืองสวยแห้งกรอบได้ที่ ค่อยนำไปบดให้ละเอียด สมัยก่อนใช้เครื่องโม่แป้งบดให้ละเอียด แต่เดี๋ยวนี้เครื่องโม่ไม่มีแล้ว มีแต่เครื่องปั่นไฟฟ้า ปั่นให้ละเอียดเป็นแป้ง นำไปร่อนในตะแกรงอีกที”

“วิธีทำ ใช้แป้งข้าว 3.5 ขีด ค่อยๆ เทลงไปเคี่ยวกับมะพร้าวที่เตรียมไว้ เปิดไฟอ่อนๆค่อยๆตะล่อม คนไปเรื่อยๆให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน เสร็จแล้วนำมาปั้นเป็นก้อนกลม กดลงในแม่พิมพ์ อัดเป็นรูป จัดเรียงในหม้อที่มีฝาภาชนะปิดมิดชิด วางดอกมะลิรอบๆ จุดเทียนหอมให้ติดไฟทิ้งไว้สักพักแล้วจึงดับไฟ ปิดฝาให้ควันเทียนตลบอบอวนอยู่ในหม้อ ค้างไว้ 1 คืน ความหอมของควันเทียนและกลิ่นมะลิจะซึมซับเข้าไปในเนื้อของขนมข้าวตู สูตรทำขนมป้าประยุกต์ขึ้นเอง เช่น บางครั้งสีสันจากการเคี่ยวมะพร้าวกับน้ำตาลมะพร้าวยังไม่สวย ป้าจะเติมผงโกโก้ลงไปผสมเล็กน้อย เพื่อให้สีเข้มขึ้น ช่วยให้ดูน่าทานมากยิ่งขึ้น” ป้าจันทร์อธิบายละเอียดยิบชนิดไม่หวงสูตร

ป้าจันทร์พูดขึ้นระหว่างที่ผมกำลังนั่งมองเพลินๆ “เห็นป้าขายเม็ดละ 2 บาท กล่องหนึ่งมี 10 เม็ด ตกราคากล่องละ 20 บาท ไม่คิดค้ากำไรเกินควร เพราะอยากให้คนได้กินของอร่อยราคาถูกๆ อายุปูนนี้แล้วไม่รู้จะขายแพงเอาความร่ำรวยไปทำไม แค่พออยู่พอกินก็พอแล้ว แต่ไม่ใช่ว่าลูกค้าอยากกินแล้วจะซื้อไปปุ๊บได้ปั๊บนะ เพราะว่าขนมข้าวตูต้องใช้เวลาตระเตรียมของพอสมควร อีกอย่างถ้ามะพร้าวไม่อ่อนป้าก็ไม่อยากทำ ถ้าเกิดเราทำแล้วยังไม่ชอบกินเลย ลูกค้าซื้อไปกินจะอร่อยได้อย่างไร ฉะนั้นต้องอร่อยถูกปากเราด้วย ที่สำคัญขนมป้าไม่ใส่สารกันบูด ลูกค้าที่สั่งซื้อต้องจองล่วงหน้า 5-7 วัน เมื่อมีมะพร้าวพร้อม ทางลูกสาวป้าจะคอยแจ้งไปในเพจเปิดรับพรีออเดอร์ทันที”

“แจ้-รัตน์ศนันท์ สอนมีทอง” ลูกสาวป้าจันทร์ บอกเล่าว่า “ด้วยความเป็นคนรุ่นใหม่ยุคโซเชียล จึงนำสิ่งที่ตัวเองถนัดมาประยุกต์ให้เข้ากับสินค้าที่แม่ทำ คอยถ่ายรูปการทำขนมของแม่ลงในเพจ เมื่อลูกค้าสนใจสามารถโทร.สั่งจองล่วงหน้าได้ นอกจากขนมข้าวตูแล้ว แม่ยังทำข้าวเหนียวมูน, ข้าวเหนียวสังขยา, ขนมต้มขาว, ขนมกล้วย, ข้าวต้มมัด และขนมใส่ไส้ แม่ทำขนมได้หลากหลายชนิด ถ้าลูกค้าอยากกินขอให้โทร.มาสั่งจองก่อน หรือติดตามผ่านทางเพจเฟซบุ๊กว่า ร้านเราเปิดรับพรีออเดอร์ขนมอะไรในแต่ละวัน”

สนนราคา ขนมข้าวตู กล่องละ 20 บาท มี 10 ลูก, ข้าวต้มมัด ห่อละ 10 บาท, ขนมต้มลูกละ 3 บาท, ขนมกล้วย 5 บาท และขนมใส่ไส้ ห่อละ 5 บาท โทร.สั่งจองขนมล่วงหน้า 5 วัน สอบถามที่ 09-1419-8969 หรือ Facebook : ขนมบ้านป้าจันทร์.

คุณชายแป๊ะ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คุณชายตะลอนชิมคุณชายแป๊ะข้าวตูโบราณจรรยพร สร้อยเงินขนมข้าวตูรมควันเทียนร้านขนมบ้านป้าจันทร์ตลิ่งชัน

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลา 09:48 น.