คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ได้มีโอกาสฟังเรื่องเล่าการสานฝัน...ปั้นเด็กไทยให้เป็นผู้ประกอบการ หรือเถ้าแก่ตั้งแต่การเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และ รศ.ดร.ธันวดี ศรีธาวิรัตน์ ผู้อำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม
โดยอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เป็นหน่วยงานเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ด้วยการนำงานวิจัยและการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพัฒนาความเข้มแข็งให้กับนักศึกษา และผู้ประกอบการในพื้นที่ ให้สามารถเพิ่มมูลค่าการผลิต และสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ผลักดันสู่เชิงพาณิชย์ เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
ทั้งนี้ การนำนโยบายการเรียนการสอนที่สอดแทรกความจริงของการดำรงชีวิต แบบเรียนจริง ลงมือปฏิบัติ มาเสริมสร้างประสบการณ์ชีวิตให้กับนักศึกษา เมื่อจบการศึกษาไปแล้วจะสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้นักศึกษาได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจและสังคม
ด้วยการยึดหลักต่อยอดจาก “ต้นแบบ” สู่ “การขายจริง” เรียนรู้จริง ประสบการณ์จริง เนื่องจากไม่ได้สอนเฉพาะงานวิจัยที่เก็บไว้บนหิ้งเท่านั้น แต่ได้นำผลงานวิจัยของนักศึกษามาต่อยอดสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ เป็นสินค้าออกมาจำหน่ายได้จริง รวมถึงการนำนักศึกษา เดินทางไปร่วมกิจกรรมการจัดนิทรรศการต่างๆ เพื่อให้เรียนรู้สภาพความเป็นจริง จะได้นำประสบการณ์มาปรับใช้
สำหรับแนวคิดการสร้างเด็กไทยให้เป็นผู้ประกอบการ รวมถึงการสร้างผู้ประกอบการในพื้นที่นั้น จะเริ่มตั้งแต่การเชื่อมโยงนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญพัฒนาสินค้า ปรับปรุงคุณภาพ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และวางโมเดลธุรกิจ ก่อนนำไปทดสอบกับผู้บริโภคจริง แล้วนำผลกลับมาปรับทั้งสินค้า ราคา และช่องทางจำหน่าย
รศ.ดร.ธันวดี เล่าว่า การได้รับคำเชิญจากสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB ให้นำนักศึกษาไปร่วมงาน เพื่อโชว์ศักยภาพการศึกษาไทยในงาน MEET Thai Plus 2026 Shenzhen ณ
เมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนก.ย.2569 ที่ผ่านมา การไปร่วมครั้งนั้น ถือเป็นการทดสอบตลาด ทดสอบสินค้าไทยกับผู้บริโภคและภาคธุรกิจจีน ถือเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก
“การเปิดโอกาสให้เด็กไทยได้เข้าร่วมกิจกรรมในต่างประเทศครั้งนี้ ทำให้ได้เรียนรู้ รับฟังความเห็น เพื่อนำประสบการณ์มาพัฒนาต่อยอด ส่งออกสินค้าไทยไปตลาดต่างประเทศ”
รศ.ดร.ธันวดี เล่าต่อว่า งานที่เซินเจิ้นเป็นหนึ่งในปลายทางของระบบบ่มเพาะครบวงจรที่อุทยานวิทยาศาสตร์ฯที่วางไว้ ภายใต้แนวทาง “สร้างไอเดีย-พัฒนาต้นแบบ-ทดสอบ-บ่มเพาะธุรกิจ-ทดลองตลาด-สร้างรายได้-เชื่อมตลาดต่างประเทศ” ซึ่งเริ่มจากช่วยให้นักศึกษามองเห็นปัญหาและโอกาสทางธุรกิจต่อด้วยการเชื่อมโยงนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาต้นแบบ ปรับปรุงคุณภาพออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างแบรนด์ และวางโมเดลธุรกิจ ก่อนนำไปทดสอบกับผู้บริโภคจริง แล้วนำผลกลับมาปรับทั้งสินค้า ราคา และช่องทางจำหน่าย
ทั้งนี้ อุทยานวิทยาศาสตร์ฯจะใช้เวทีต่างประเทศเป็นกลไกเตรียมความพร้อมด้านการส่งออก ทั้งมาตรฐานสินค้า บรรจุภัณฑ์ ภาษา การตั้งราคา ช่องทางจำหน่ายและการหาคู่ค้า เพื่อผลักดันให้นักศึกษาไทยก้าวเป็นผู้ประกอบการสร้าง “First Dollar” จากตลาดต่างประเทศ และมีรายได้จากการส่งออกอย่างยั่งยืน ถือเป็นการตอกย้ำบทบาทของอุทยานวิทยาศาสตร์ในฐานะ Business & Innovation Ecosystem ที่จะพาไอเดียจากรั้วมหาวิทยาลัยไปสู่ธุรกิจที่มีรายได้จริงและแข่งขันได้ในตลาดโลก
เพราะหัวใจของกระบวนการคือ “First Dollar” หรือรายได้แรกจากการขายจริง ซึ่งเป็นหลักฐานว่าสินค้ามีลูกค้าพร้อมจ่าย ไม่ได้เป็นเพียงผลงานวิจัยหรือต้นแบบในมหาวิทยาลัย และสำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ อุทยานวิทยาศาสตร์ฯจะต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศผ่านงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ และเครือข่าย ธุรกิจในต่างประเทศในระยะต่อไป.
