“Squidy” ขนมเพื่อความยั่งยืน

Sustainability

ความยั่งยืน17 ต.ค. 2569 05:00 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ “กรมการค้าต่างประเทศ” กระทรวงพาณิชย์ พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมโรงงานผลิตปลาหมึกปรุงรสอบกรอบในตำนาน “สควิดดี้” (Squidy) ที่ครองใจคนไทยมานานกว่า 50 ปี รวมถึงถั่วลิสงเคลือบแป้งอบกรอบ และอีกหลายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “Mr.Squid” ที่ อ.บางปะกง ฉะเชิงเทรา

ที่โรงงานนี้ผลิตปลาหมึกได้ถึง 1.5 ตัน/วัน ถั่วเคลือบแป้งอบกรอบ 6 ตัน/วัน ขนมที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย (Functional Snack) อีก 2.5 ตัน/วัน ซึ่งส่งออกไปทั้งสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง อาเซียน

จากการผลิตจำนวนมากเช่นนี้ ทำให้โรงงานปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นคือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จึงวางเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซฯอย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามคำมั่น “A Better Taste. A Better Tomorrow. อร่อยอย่างมีคุณค่า เพื่อสุขภาพที่ดีและโลกที่ยั่งยืน”

Sustainable Together สัปดาห์นี้จึงจะพาไปเจาะลึกแนวทางดำเนินการของบริษัทที่จะสร้างความยั่งยืน

“นายถาวร เตชะไกรศรี” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที. ไทย แสน็ค ฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกปลาหมึกปรุงรสอบกรอบ “สควิดดี้” และขนมขบเคี้ยว “Mr.Squid” เล่าว่า โรงงานปล่อยก๊าซฯ 3 ทาง หรือ 3 Scope คือ 1.ทางตรง จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงในกระบวนการผลิต เช่น หม้อต้ม, การขนส่ง ทั้งรถยนต์ รถบรรทุก, การปล่อยก๊าซรั่วไหล เช่น สารทำความเย็น

2.การปล่อยทางอ้อมจากการใช้พลังงาน หรือซื้อพลังงาน ทั้งไฟฟ้า ความร้อน สตีม ความเย็น มาใช้ในสำนักงานและโรงงาน และ 3.การปล่อยทางอ้อมอื่นๆตลอดห่วงโซ่ผลิต ทั้งการจัดซื้อสินค้าและบริการการขนส่งวัตถุดิบและสินค้าขาเข้า-ขาออก การเดินทางของพนักงาน การจัดการซากผลิตภัณฑ์หลังการใช้

“จากการประเมินคาร์บอนฟุตปรินต์ขององค์กร พบว่า ทั้งโรงงานและสำนักงานปล่อยก๊าซฯ 947.92 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂e) โดยกระบวนการได้มาซึ่งปลาหมึกจากเวียดนาม ตั้งแต่ออกเรือไปจับในทะเลการขนส่งจากเวียดนามจนมาถึงโรงงานเข้าสู่กระบวนการผลิต มากที่สุดถึง 694.72 tCO₂e สัดส่วน 73.29% ของทั้งหมด”

ดังนั้น จึงตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซฯตาม Scope 1 และ 2 ให้ได้ 30% ภายในปี 2573 และตั้งเป้าหมายเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutral) ภายในปี 2593 ส่วนเป้าหมายระยะยาว ภายในปี 2603 จะมุ่งสู่การปล่อยก๊าซฯสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ครอบคลุมทั้ง 3 Scope แต่ก๊าซฯที่ไม่สามารถลดได้ จะสนับสนุนการปลูกป่าและอนุรักษ์ธรรมชาติ เพื่อชดเชยส่วนที่เหลือ

และเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามเป้าหมาย บริษัทได้เริ่มดำเนินการแล้วหลายด้าน เช่น เปลี่ยนหลอดไฟภายในสำนักงานจากหลอดฟลูออเรสเซนต์เป็นหลอด LED ที่ประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า 50% แต่ยังคงความสว่างเท่าเดิม ปรับเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศแยกส่วนเป็นระบบ VRF ประหยัดไฟฟ้าได้มากกว่า 40%

นอกจากนี้ ยังติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar PV Rooftop) ลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้กว่า 40% และลดการปล่อย CO₂ สูงถึง 100 ตัน/ปี และมีแผนจะติดตั้งเพิ่มเติมอีก ขณะเดียวกัน เพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสีย แต่ใช้ไฟฟ้าลดลง นำผักตบชวามาช่วยบำบัดขั้นตอนสุดท้าย ก่อนนำน้ำไปรดสนามหญ้าและต้นไม้ภายในโรงงาน โดยไม่ปล่อยสู่แหล่งน้ำสาธารณะ

รวมทั้งจัดการขยะและส่งเสริมให้พนักงานแยกขยะ เพื่อให้จัดการขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น กระป๋องน้ำอัดลม ขวดน้ำพลาสติก ส่งขายเป็นขยะรีไซเคิล เศษอาหารของพนักงาน กิ่งไม้ใบไม้ในโรงงาน นำมาทำเป็นสารปรับปรุงดินใช้กับแปลงผักปลอดสาร และทำเป็นอาหารสำหรับพนักงาน

แต่ความยากและความท้าทายอยู่ตรงที่ กระบวนการได้มาของปลาหมึก ที่จะทำอย่างไรให้ทั้งชาวประมงและคู่ค้าชาวเวียดนามเข้าใจ และลดการทำลายสิ่งแวดล้อม แต่ “นายถาวร” ย้ำอย่างชัดเจนว่า

“แม้เป็นความท้าทายก็ต้องพยายามทำให้บรรลุตามเป้าหมายให้ได้ เพื่อทำให้ Snack ของเราเป็นขนมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นขนมที่สร้างความยั่งยืน (Sustainable Snack)”

สมัครบริการ
SHARE

Follow us

  • |