สมุนไพรโลคอล

Sustainability

ความยั่งยืน3 ต.ค. 2569 05:00 น.

ตลาดสุขภาพและเวลเนส (Wellness) ที่กำลังเติบโตต่อเนื่อง ได้เปิดประตูให้ “สมุนไพรโลคอล” หรือสมุนไพรพื้นบ้าน พืชสมุนไพรที่เติบโต และมีถิ่นกำเนิดในท้องถิ่น หรือชุมชนนั้นๆ ที่ชาวบ้านใช้สืบต่อกันมาจากภูมิปัญญาพื้นถิ่น ก้าวจากของดีประจำถิ่น ผ่านการใส่นวัตกรรม เพื่อทำให้สินค้ามีมูลค่าสูง โดยหนึ่งในตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ คือ “ใบขลู่” พืชพื้นถิ่นรอบทะเลสาบสงขลา จังหวัดสงขลา

ที่ถูกนำมาต่อยอด จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เครื่องดื่มสุขภาพยุคใหม่ สะท้อนให้เห็นว่าโจทย์ของสมุนไพรไทยวันนี้ ไม่ใช่เพียงการมี “ของดี” แต่คือการเปลี่ยนของดีที่มีให้กลายเป็น “ของที่ตลาดต้องการ” ที่ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เข้ามาช่วยเติมทั้งความรู้ นวัตกรรม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเชื่อมโยงตลาด เพื่อสร้างมูลค่าใหม่ให้ทรัพยากรท้องถิ่นไทยสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจ สุขภาพระดับโลก

คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ ได้สนทนากับ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่เล่าให้ฟังว่า การเติบโตของสินค้าสุขภาพ จึงต้องนำนวัตกรรมการผลิต ที่สมัยใหม่เข้ามาเติมเต็มความหลากหลายทางชีวภาพของพืชสมุนไพร เพื่อนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ตอบโจทย์ ตลาดทั้งในและต่างประเทศ

“เมื่อสมุนไพรจากหลายๆแหล่งสามารถเข้าสู่ตลาดเดียวกันได้ สิ่งที่ทำให้สินค้าแตกต่าง จึงอยู่ที่ความสามารถในการนำคุณค่าของวัตถุดิบมาต่อยอดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคเข้าใจและต้องการ โดยเฉพาะการนำวิทยา ศาสตร์และนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการผลิต จนถึงการหาช่องทางตลาดที่เหมาะสม”

ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพร ต้องขยับจากการมองเพียง “วัตถุดิบ” ไปสู่การมองทั้งระบบใน 5 แนวทาง อาทิ การค้นหาและต่อยอดสมุนไพร อัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่เพื่อดึงศักยภาพของทรัพยากรชีวภาพและภูมิปัญญา ท้องถิ่นมาพัฒนาให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากขึ้น ผ่านการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมมาช่วยยกระดับวัตถุดิบ ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ตอบโจทย์ตลาดยุคใหม่ ฯลฯ จึงเป็นที่มาของการเดินทางของ “ใบขลู่” พืชท้องถิ่นที่ถูกนำมาตั้งต้นใหม่ ในฐานะผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเวลเนส

ขณะที่ นางสาวปาริชาด สอนสุภาพ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พิกซี แพลทเทอร์ จำกัด ผู้พัฒนาแบรนด์ KOS (Kombucha of Songkhla) กล่าวว่า ใบขลู่ เป็นสมุนไพรที่มีคุณค่าและมีงานวิจัยรองรับจำนวนมาก แต่ยังขาดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ จึงได้นำใบขลู่มาตั้งต้นใหม่ โดยใช้ “ใบขลู่ 3 น้ำ” ที่เป็นอัตลักษณ์เฉพาะของพื้นที่ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอาทิ “Rosé Spark” คราฟต์โซดาสมุนไพร ที่นำใบขลู่มาผสานกับสมุนไพรอีก 4 ชนิด ได้แก่ มะตูม มะขามป้อม พุทราจีน และกระเจี๊ยบ ก่อนนำไปเปิดตัวในงาน THAIFEX และพัฒนาสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ได้ภายใน 1 ปี

ดังนั้น ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงเพียงการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการมองเห็นคุณค่าของทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ และหาวิธีนำทรัพยากรเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อยอดเป็นรายได้และโอกาสทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการหมุนเวียนกลับไปสู่ชุมชนต้นทาง

“สิ่งสำคัญอยู่ที่ความสามารถในการค้นหาอัตลักษณ์ของทรัพยากร นำความรู้และ เทคโนโลยีเข้ามาพัฒนา ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างแบรนด์ที่สื่อสารคุณค่าได้ และเชื่อมสินค้า เข้าสู่ตลาดที่มีศักยภาพ เมื่อทุกส่วนเชื่อมต่อกันได้ ทรัพยากรท้องถิ่นจะกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยั่งยืน”.

สมัครบริการ
SHARE

Follow us

  • |