“โดรน” ในไร่อ้อยลดโลกเดือด

Sustainability

ความยั่งยืน5 ก.ย. 2569 04:20 น.

คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ ขอพาไปจับเข่าคุยกับ นายใบน้อย สุวรรณชาตรี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) หลังจาก สอน.ได้ร่วมกับ  10 โรงงานน้ำตาล อาทิ บริษัทไทยรุ่งเรืองอุตสาหกรรม จำกัด จัดทำโครงการการใช้โดรนบินสำรวจในพื้นที่ปลูกอ้อยนำร่องรวม 357,000 ไร่ จากพื้นที่เพาะปลูกรวมทั้งประเทศ 10 ล้านไร่ เพื่อใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลการวิเคราะห์ผลผลิตที่ได้จากการบินโดรนสำรวจ ส่งต่อให้กับโรงงานน้ำตาล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์ วางแผนการตัดอ้อยและบริหารจัดการไร่อ้อย

 ทั้งนี้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการลักลอบเผาอ้อยในพื้นที่ซ้ำซาก ด้วยการใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ซึ่งโดรนเพื่อการเกษตรช่วยให้การเพาะปลูกอ้อยมีความยั่งยืนผ่านการทำเกษตรแม่นยำ (Precision Agriculture) ที่ลดการใช้ทรัพยากรและจำกัดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ควบคุมปริมาณการปล่อยปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืช การใช้โดรนช่วยลดรอบการทำงานและประหยัดพลังงานของเครื่องจักรขนาดใหญ่ ส่งผลให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้โรงงานน้ำตาล มีความแม่นยำในการคัดแยกคุณลักษณะอ้อยสดและอ้อยเผาสูงถึง 92.29% สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 85% ผลสำเร็จนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากภาคประชาชน คือ ชาวไร่อ้อยและภาคเอกชน คือ โรงงานน้ำตาล เพื่อช่วยลดปัญหาฝุ่น PM 2.5


สอน.ยังได้เตรียมความพร้อม เพื่อรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง (Drought) และสภาพอากาศที่แปรปรวน (Climate Change) ที่อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกอ้อยรวม 10 ล้านไร่ กระจายอยู่ในแต่ละภูมิภาค เช่นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 50% ภาคกลาง 22% มีชาวไร่อ้อย ที่จดทะเบียนเป็นชาวไร่อ้อย รวม 447,000คน

สำหรับมาตรการที่ สอน.แผนรับมือกับปัญหาดังกล่าว ประกอบด้วย 1. การวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อย ที่ สอน.ได้ ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร ,มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และหน่วยวิจัยของโรงงานน้ำตาล ทำการวิจัยและพัฒนาพันธุ์อ้อย เพื่อให้ได้อ้อยสายพันธุ์ใหม่ที่มีความทนทานต่อความแห้งแล้ง และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงมีความต้านทานต่อโรคและแมลงศัตรูอ้อยที่สำคัญ โดยกระบวนการวิจัยด้วยวิธีการดั้งเดิม (Conventional Breeding) และการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม ชีวโมเลกุลที่ทันสมัย (Genome Editing) ที่ไม่ใช่การดัดแปลงพันธุกรรมพืช (GMOs) รวมถึงกลไกการทดสอบพันธุ์อ้อยที่บูรณาการความร่วมมือภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน

2.การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่านโครงการชดเชยดอกเบี้ยให้แก่ชาวไร่อ้อย ปี 2568-2570 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ร่วมกับ สอน.และชาวไร่อ้อย สามารถขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกอ้อย รวมถึงการจัดเตรียมแหล่งน้ำและรับมือสถานการณ์ภัยแล้ง และสภาพอากาศที่แปรปรวน ด้วยการจัดการน้ำบนดิน (แหล่งน้ำต้นทุน) ที่มีอยู่แล้วด้วยระบบน้ำหยดหรือระบบการให้น้ำที่ประหยัดแบบอื่น เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจัดหาแหล่งน้ำใหม่ ทั้งการขุดบ่อน้ำตื้น การขุดสระน้ำ และการเจาะบ่อบาดาล ล่าสุด สอน. ได้อนุมัติสินเชื่อให้ชาวไร่อ้อยแล้ว 22 ราย รวม 189 ล้านบาท

 3.การบริหารจัดการผลิตอ้อย ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการเผาอ้อย และหลังการเก็บเกี่ยว ด้วยวิธีการสับคลุกใบอ้อยลงดิน เพื่อเป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ส่งผลให้ดินทนทานต่อสภาพความแห้งแล้งได้ดีขึ้น และการสับคลุกใบอ้อยลงดินยังเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงบำรุงดิน ช่วยให้ชาวไร่อ้อยประหยัดต้นทุนการใช้ปุ๋ย ได้อีกส่วนหนึ่ง และยังสามารถนำใบอ้อย มาทำเป็นวัตถุดิบการผลิตกระดาษ หรือ แผ่นพาเลทได้อีกด้วย.


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่


สมัครบริการ
SHARE

Follow us

  • |
“โดรน” ในไร่อ้อยลดโลกเดือด