• Future Perfect
  • Articles
  • กรีนต้องกินได้! MFLF Sustainability Forum 2026 ชี้ทางรอดธุรกิจรักษ์โลก

กรีนต้องกินได้! MFLF Sustainability Forum 2026 ชี้ทางรอดธุรกิจรักษ์โลก

Sustainability

ความยั่งยืน28 ส.ค. 2569 21:48 น.

เมื่อธรรมชาติไม่ใช่เพียงวาทกรรมด้านการอนุรักษ์ แต่คือ  "โครงสร้างพื้นฐาน" ที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ ถอดรหัสวิสัยทัศน์ผู้นำระดับประเทศเพื่อรับมือกับความปกติใหม่

ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่การใช้ชีวิตประจำวัน แต่กำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในงานเสวนา MFLF Sustainability Forum 2026 ซึ่งจัดโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้แนวคิด “Nature Positive: เปลี่ยนธรรมชาติเป็นความปกติใหม่” ได้กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และภาคประชาสังคม มาร่วมกำหนดกระบวนทัศน์ใหม่ของการพัฒนา

ธรรมชาติคือรากฐาน ไม่ใช่ภาระของการพัฒนา

จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ต้องเริ่มจากการปรับมุมมองที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ท่านผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ประธานกรรมการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ระบุไว้อย่างน่าสนใจว่า  

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

"การเปลี่ยนธรรมชาติให้เป็นความปกติใหม่ ไม่ใช่ภาระของการพัฒนา แต่คือการออกแบบอนาคตให้ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สร้างความมั่นคงทางอาหาร ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ และเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่อย่างมั่นคง"

ทิศทางดังกล่าวสอดรับกับนโยบายระดับชาติ โดย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงถึงการบูรณาการแผนพัฒนาประเทศว่า 

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

"Nature Positive ไม่ใช่ภารกิจของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคธุรกิจ ชุมชน และองค์กรต่าง ๆ เพื่อเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพให้เป็นทั้งความมั่นคงของประเทศและโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่"

สิ่งที่ภาครัฐกำลังขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน ได้แก่  

  • ดันกฎหมายใหม่: ร่าง พ.ร.บ. ความหลากหลายทางชีวภาพ 8 หมวด 63 มาตรา  
  • แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14: บูรณาการ Nature Positive ผ่านเครื่องมืออย่าง Nature-based Solutions และ Natural Capital Accounting (บัญชีทุนธรรมชาติ)  
  • เป้าหมายปี 2030: ตั้งเป้าเพิ่มพื้นที่คุ้มครองทางบกและทะเล รวมถึงพื้นที่ OECMS ให้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของพื้นที่ประเทศ  
  • กลไกการเงิน: ดึงเงินทุนเอกชนเข้าสู่งานอนุรักษ์ผ่าน Green Loan และ Biodiversity Credit

ภาคธุรกิจตื่นตัว  และธรรมชาติคือหุ้นส่วน

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

เมื่อวงการธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยผลกำไรควบคู่ไปกับความยั่งยืน คุณจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองที่สะท้อนความเป็นจริงของการลงทุนว่า "ESG ไม่ใช่ต้นทุน แต่คือ Investment เมื่อลงทุนแล้วต้องได้ผลตอบแทนกลับมา กรีนต้องกินได้ เพราะกรีนแล้วกินไม่ได้ มันอยู่ไม่ได้ และถ้าเราเริ่มก่อน เราจะเป็นผู้นำและเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์"

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

ขณะที่ คุณปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ลิมิเต็ด ได้ฉายภาพในมุมของการพัฒนาเมืองและอสังหาริมทรัพย์ว่า "เราต้องใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ให้สูงขึ้น ใช้พื้นที่น้อยลง มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และทำให้ธรรมชาติดีขึ้น นั่นคือหัวใจของ Value Creation"

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

ด้านอุตสาหกรรมการผลิต คุณสราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ย้ำเตือนว่าธุรกิจไม่สามารถเติบโตอย่างโดดเดี่ยวได้ "เราจะดูแลแค่สินค้าของเราไม่ได้ และเรื่องนี้ไม่ได้จบอยู่เพียงในโรงงาน ธุรกิจต้องช่วยให้ระบบนิเวศรอบตัว คู่ค้า และชุมชนสามารถเดินหน้าต่อไปได้ด้วย"

กลไกการเงินและเสียงจากชุมชน ผู้ผลักดันให้เกิดผลจริง

การขับเคลื่อนระดับมหาภาคย่อมต้องอาศัยเม็ดเงินทุนและการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ คุณขวัญพัฒน์ สุทธิธรรมกิจ จากธนาคารโลก เปรียบเทียบทุนธรรมชาติให้เห็นภาพชัดเจนว่า "ถ้ามองประเทศไทยเป็นบริษัท ทุนธรรมชาติก็เปรียบเหมือนเครื่องจักร เมื่อใช้ไปย่อมเสื่อมลง หากเราไม่ดูแลหรือฟื้นฟู สุดท้ายเครื่องจักรนั้นก็จะไม่สามารถผลิตอะไรให้เราได้อีก"

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

ด้าน คุณพิพิธ เอนกนิธิ ประธานกิจยั่งยืน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) มองเห็นโอกาสในวิกฤต โดยระบุว่า "กฎกติกาใหม่อาจต้องใช้เวลาเป็นสิบปีกว่าจะเกิดขึ้น แต่เงินทุนสามารถขยับได้ทันที ผลกระทบภายนอกของวันนี้ สามารถกลายเป็นสินทรัพย์ทางธรรมชาติของวันข้างหน้าได้" สอดคล้องกับแนวคิดของ คุณสฤณี อาชวานันทกุล จาก CFNT ที่เน้นย้ำว่า "เงินยิ่งใช้ยิ่งลดค่า แต่ธรรมชาติยิ่งฟื้นฟูยิ่งเพิ่มค่า"  

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

แต่ทั้งหมดนี้จะยั่งยืนไม่ได้เลยหากขาดความเข้าใจจากคนในพื้นที่ คุณบรรจง นฤพรเมธี ตัวแทนจากวิสาหกิจชุมชนจังหวัดตรัง สะท้อนหัวใจสำคัญของการทำงานกับชุมชนว่า "เราไม่ได้เพียงปลูกหญ้าทะเล แต่ต้องปลูกหญ้าทะเลในใจคน..."

สมการใหม่ "คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด"

หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้กล่าวสรุปไว้อย่างน่าสนใจว่า มูลนิธิฯ ยึดถือคำว่า เพราะหากคนขาดรายได้ ป่าก็จะถูกใช้เพื่อความอยู่รอด แต่บทเรียนชี้ให้เห็นว่า หากทำให้ป่าและสิ่งแวดล้อมกลายเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรายได้ สมการนี้ก็จะเปลี่ยนไป  

ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
ภาพ: ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์

การขับเคลื่อน Nature-based Economy จึงเป็นทางออกสำคัญที่ต้องมองว่า การฟื้นฟูธรรมชาติคือการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย เพราะหากไม่ลงมือทำในวันนี้ ต้นทุนของการไม่ทำอะไรเลย (Cost of Inaction) จะมหาศาลจนแก้ไขไม่ได้ในอนาคต 

สมัครบริการ
SHARE

Follow us

  • |