เมื่อพูดถึงอาคารที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายคนอาจนึกถึงต้นไม้หรือแผงโซลาร์เป็นอันดับแรก แต่ในความเป็นจริง ทุกๆการตัดสินใจ ตั้งแต่เริ่มออกแบบล้วนมีผลต่อการใช้ทรัพยากรของอาคาร ทั้งรูปทรง วัสดุ ระบบน้ำ ระบบระบายอากาศ ตลอดจนพื้นที่ที่คนจะเข้ามาใช้ในแต่ละวัน
คอลัมน์ Sustainable Together สัปดาห์นี้ ขอเชิญไปสัมผัสกับแนวคิดดังกล่าว ที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ ได้นำมาใช้กับ Café Amazon Experience อาคารสูง 7 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 4,700 ตารางเมตร ในย่าน ซอยอารีย์ ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด Circular Living ที่มองความยั่งยืนให้ครอบคลุมตั้งแต่ตัวอาคาร ไปจนถึงประโยชน์ที่พื้นที่จะสร้างให้ผู้คนใช้สอยได้อย่างคุ้มค่า
ภาพของแนวคิดนี้เริ่มเห็นได้จากรูปทรงอาคารที่ได้แรงบันดาลใจ จากธรรมชาติและเมล็ดกาแฟ ตัวอาคารออกแบบในลักษณะ Land Form ให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ภายในตกแต่งด้วยต้นไม้และโทนสีเขียว พร้อมเปิดช่องให้แสงธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ ช่วยสร้างบรรยากาศที่โปร่ง สบาย และใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ที่นี่จึงกลายเป็นทั้งจุดหมายของคนรักกาแฟ และพื้นที่พักผ่อนกลางเมือง ในเวลาเดียวกัน
ที่สำคัญ การออกแบบยังอ้างอิงมาตรฐานอาคารเขียวทั้ง LEED ระบบประเมินอาคารเขียวระดับสากล ที่พัฒนาโดย U.S. Green Building Council และ TREES เกณฑ์การประเมินความยั่งยืน ทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมของไทยที่พัฒนา โดยสถาบันอาคารเขียวไทย มาตรฐานเหล่านี้ ช่วยวางกรอบให้ความยั่งยืนถูกคิดอย่างเป็นระบบ
เมื่อมองจากด้านบน อาคารติดตั้ง Solar Roof เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ ส่วนภายในมีระบบจัดการและหมุนเวียนน้ำ รวมถึงระบบระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อลดการใช้พลังงานในระยะยาว โดยเฉพาะการเลือกใช้ Cellocrete (แผ่นเส้นใยไม้ผสมซีเมนต์) ในงานตกแต่งฝ้าเพดาน วัสดุชนิดนี้ช่วยดูดซับเสียง ลดความร้อน ทำหน้าที่เป็นวัสดุตกแต่งได้ในแผ่นเดียว
การเลือกวัสดุที่ใช้ทรัพยากรน้อยลง แต่ตอบโจทย์ได้หลายด้านเช่นนี้ กำลังได้รับความสำคัญมากขึ้นในงานสถาปัตยกรรมเพื่อความยั่งยืน และพบเห็นได้ในอาคารระดับโลกหลายแห่ง เช่น Natural History Museum และ Design Museum ในกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
แนวคิด Circular Living คือการทำให้พื้นที่หนึ่งแห่ง เกิดประโยชน์ได้หลายด้าน Café Amazon Experience จึงออกแบบให้แต่ละชั้น พาผู้มาใช้บริการไปรู้จักเส้นทางของกาแฟ ตั้งแต่การคั่วจริงใน Roaster Zone จนถึงการชง และการนำเสนอเครื่องดื่มในแต่ละบาร์ ขณะที่ชั้น 3-4 เป็นพื้นที่สำหรับการประชุม ฝึกอบรม เวิร์กช็อป นิทรรศการ กิจกรรมการเรียนรู้ ร้านกาแฟแห่งนี้จึงทำหน้าที่ทั้งเสิร์ฟเครื่องดื่ม ถ่ายทอดความรู้ เป็นพื้นที่ให้ผู้คนเข้ามาพบปะใช้เวลาร่วมกันได้อย่างลงตัว
นับเป็นเรื่องน่าภูมิใจที่แบรนด์กาแฟของคนไทยนำความยั่งยืนมาใช้ตั้งแต่ระบบที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึง การออกแบบพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้คน เพราะเมื่อทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด การสร้างอาคารหนึ่งหลังจึงไม่ควรตั้งคำถามเพียงว่าจะประหยัดพลังงานได้เท่าไร แต่ควรถามต่อด้วยว่าพื้นที่แห่งนี้สร้างคุณค่าให้ผู้คนได้มากเพียงใด และอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างไรในระยะยาว
เมื่อทุกองค์ประกอบถูกคิดมาด้วยกัน Café Amazon Experience จึงทำให้คำว่า “Amazon for Everyone” หรือ “พื้นที่สำหรับทุกคนที่เข้ามาใช้งานได้ทั้งพักผ่อน ทำงาน เติมกาแฟ” เกิดขึ้นได้จริง.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม
