สัปดาห์ก่อน คอลัมน์ “Sustainable together” ได้มีโอกาสร่วมทริปกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และโรงงานต้นแบบแยกแบล็กแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า หรือศูนย์ PTEC และโรงแบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขยายขนาด ณ โรงไฟฟ้าวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การเดินทางไปเยี่ยมชมครั้งนี้ เป็นผลจากการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทย อาจนำไปสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ยากจะควบคุมได้ในอนาคตอันใกล้ โดยเฉพาะ “แบตเตอรี่” ถือเป็นขยะอันตราย ที่ต้องกำจัดอย่างถูกวิธี
กฟผ.ในฐานะหน่วยงานหลักดูแลความมั่นคงพลังงาน และมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ จึงเล็งเห็นความสำคัญการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ แล้วนำกลับมาใช้ซ้ำ สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy)
ขณะนี้ทุกฝ่ายตื่นตัวการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานสะอาด เมื่อจำนวนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จำนวนแบตเตอรี่ก็ต้องเพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะที่แบตเตอรี่มีอายุการใช้งาน มีความเสื่อม ดังนั้นเมื่อต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ แล้วแบตเตอรี่เก่าจะนำไปไว้ ณ ที่แห่งใด
กรณีดังกล่าวจึงเป็นโจทย์ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการนำ “แบตเตอรี่” ที่ใช้แล้วกลับมาใช้ซ้ำ ไม่ใช่ เรื่องง่าย เนื่องจากมีประเด็นกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ขั้นตอนของกฎหมายและกฎระเบียบยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ
“วฤต รัตนชื่น” รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ ในฐานะโฆษก กฟผ. เล่าว่า กฟผ.ได้ร่วมมือกับ สวทช. ศึกษาพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานจากแบตเตอรี่ที่หมดอายุนำมาใช้กับระบบไฟฟ้า และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ศึกษาพัฒนาโรงงานต้นแบบแยกแบล็กแมสจากแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่อุปกรณ์ไฟฟ้าแบบขยายขนาดเพื่อศึกษากระบวนการคืนกลับโลหะมีค่าจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพการดำเนินการ
อีกทั้ง กฟผ. ยังได้ร่วมมือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ศึกษาความพร้อมของพื้นที่ที่มีศักยภาพและรูปแบบการดำเนินการ เพื่อเตรียมการรองรับนิคมอุตสาหกรรม Circular เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารจัดการแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้า แผงเซลล์แสงอาทิตย์ และขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างครบวงจร รวมถึงแร่ที่มีมูลค่าให้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย (Circular Economy)
และร่วมกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เดินหน้าโครงการศึกษาแนวนโยบาย กฎหมายและมาตรการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนของแบตเตอรี่ยานยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานในประเทศไทย ศึกษา วิเคราะห์ ข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
“การบริหารจัดการแบตเตอรี่ใช้แล้วแบบครบวงจรตั้งแต่การถอดแบตเตอรี่ออกจากรถ EV หรืออุปกรณ์ต่างๆ การรวบรวมโดยใช้กล่องนิรภัยเพื่อป้องกันอันตรายระหว่างการขนส่งและการจัดเก็บ การตรวจสอบคุณสมบัติทางไฟฟ้าตามมาตรฐานความปลอดภัย การคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ หรือเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล เพื่อผลิตแบตเตอรี่สีเขียวรุ่นใหม่อีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างมูลค่าเพิ่มจากขยะ”
โดย กฟผ.จะรวบรวมเป็นรายงานเพื่อนำเสนอเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและมาตรการที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทย เพราะปัจจุบันไทยยังไม่มีมาตรการควบคุมและจัดการแบตเตอรี่ทั้งกระบวนการ ไทยจึงควรเร่งผลักดันให้เกิดระบบการสืบย้อนกลับข้อมูลแบตเตอรี่ และการกำหนดให้ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้ามีความรับผิดชอบต่อแบตเตอรี่ตลอดวงจรชีวิต โดยดูแลตั้งแต่การผลิตจนกระทั่งเลิกใช้งาน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศไทยในอนาคต
การบริหารจัดการ “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” การนำ “แบตเตอรี่” กลับมาใช้ซ้ำ ต้องบูรณาการทั้งระบบนิเวศ เพื่อนำไปสู่การพัฒนา เศรษฐกิจหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างยั่งยืนในอนาคตของประเทศ.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม
