"ไทยรัฐ โลจิสติคส์" รับรางวัลเชิดชูเกียรติด้านความยั่งยืน สำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ในงาน Michelin Fleet Partner Recognition 2026 ชี้พลังของเครือข่าย ช่วยสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้นได้จริง และเป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว
วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ LMC Talent Campus โรงงาน สยามมิชลิน ประเทศไทย แหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บริษัท สยามมิชลิน จำกัด จัดงาน Michelin Fleet Partner Recognition 2026 ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน เพื่อเชิดชูเกียรติฟลีทพันธมิตรที่มีผลงานโดดเด่น และเสริมสร้างพันธมิตรให้แข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อร่วมขับเคลื่อนธุรกิจขนส่งสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล โดยมีพิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรติ พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์กลยุทธ์การบริหารฟลีทยุคใหม่จากตัวแทนภาครัฐและเอกชน
ทั้งนี้ นางสาววราพรรณ วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรัฐ โลจิสติคส์ ขึ้นรับรางวัลอันทรงเกียรติ จาก Mr.Steven Vette : Vice President Sales B2B East Asia & Oceania , Miss.Diana Bopp : Vice President Marketing B2B East Asia & Oceania ผู้บริหาร สยามมิชลิน (มิชลิน ประเทศไทย ) ในฐานะบริษัทขนส่งชั้นนำ ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานฟลีทรถบรรทุกให้ก้าวสู่ความยั่งยืน ผ่านการประเมินที่วัดผลได้จริง
ในช่วงของการเสวนา หัวข้อ “พลังเครือข่ายพันธมิตรสู่การขนส่งอย่างยั่งยืน” โดยนางสาวศวิตา อักษรานุเคราะห์ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ กรมขนส่งทางบก , นายภูมิรพี ตั้งจักรวรานนท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่าย ธนาคารกสิกรไทย , นางสาววราพรรณ วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรัฐ โลจิสติคส์ และ นายไวยวุฒิ นิสภกุลธร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ จาก บริษัท Mon Transport จำกัด
นางสาววราพรรณ วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรัฐ โลจิสติคส์ กล่าวว่า สำหรับ “ไทยรัฐ” ความยั่งยืน มีความหมายกับเรามาก ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่คือ DNA ขององค์กร อย่างที่ทุกท่านทราบพื้นเพของเราคือธุรกิจสื่อ การทำหน้าที่เพื่อช่วยเหลือสังคมและสร้างประโยชน์กับผู้อื่น เช่น รร.ไทยรัฐวิทยา คือคุณค่า สิ่งที่ไทยรัฐยึดมั่นมาตลอดกว่า 70 ปี คือหัวใจสำคัญที่ทำให้เรายั่งยืนมาถึงทุกวันนี้
นางสาววราพรรณ กล่าวต่อว่า สำหรับบทบาทของการดูแลธุรกิจโลจิสติคส์ มองว่าการมีส่วนร่วมในการดูแลคุณภาพอากาศที่เราทุกคนหายใจ เป็นหนึ่งในความสำคัญลำดับแรกๆ ของเรา เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้รถ EV ทั้งหมด จึงจะเริ่มสร้างผลกระทบเชิงบวกได้ แต่เราสามารถเริ่มได้ด้วยการบริหารรถที่มีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยการดูแลรักษายางอย่างเหมาะสม เลือกใช้ยางที่มีนวัตกรรม รวมถึงการนำยางกลับมาใช้ใหม่ หรือการหล่อดอกยาง ซึ่งล้วนช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยคาร์บอนได้ เพราะฉะนั้นสำหรับ เรื่อง “ความยั่งยืน” ไม่ใช่ เทรนด์ หรือ ภาพลักษณ์ แต่มันคือจิตสำนึกที่เรามีและถูกหล่อหลอมมา ดังนั้น คำถามที่เราถามตัวเองอยู่เสมอคือ “วันนี้เราจะช่วยยืดอายุโลกได้อย่างไร” และ “มีอะไรที่เราสามารถเริ่มทำได้ทันที” เพื่อให้คนรุ่นต่อไปหายใจได้แบบไม่ต้องใส่หน้ากาก เพื่อที่ลูกเราจะได้วิ่งเล่นกลางแจ้งได้ และเพื่อที่เราสามารถส่งต่อธรรมชาติที่สมบูรณ์ที่สุดให้กับคนรุ่นหลัง
ขณะเดียวกัน ความยั่งยืนก็ต้องเดินไปพร้อมกับความสามารถในการแข่งขัน เพราะในมุมมองของเรา แนวทางที่ยั่งยืนต้องช่วยทั้ง “ลดต้นทุน” และ “เพิ่มประสิทธิภาพ” ไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการรถให้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า หรือการยืดอายุการใช้งานของทรัพยากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ เมื่อเราสามารถสร้างคุณค่าทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อธุรกิจได้พร้อมกัน ความยั่งยืนจะกลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน และเป็นรากฐานของการเติบโตในระยะยาว
นางสาววราพรรณ กล่าวอีกว่า ส่วนปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ช่วยให้องค์กรสามารถเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยสิ่งที่ทำให้เราเห็นผลลัพธ์อย่างเป็นรูปธรรม คือความร่วมมือจากทุกบริษัทในเครือไทยรัฐ การมีพันธมิตรที่ช่วยขับเคลื่อนเราไปสู่เป้าหมายเดียวกัน และการลงมือทำจริง เราเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ ที่ทุกคนในไทยรัฐสามารถมีส่วนร่วมได้ ไม่ใช่เฉพาะในภาคขนส่ง แต่รวมถึงการแยกขยะ การรีไซเคิล การลดการใช้กระดาษ และการรณรงค์ลดการใช้พลาสติก เพื่อสร้างความตระหนักรู้และปลูกฝังพฤติกรรมด้านความยั่งยืนให้กับพนักงานทุกคน
สำหรับ ไทยรัฐ โลจิสติคส์ เราเริ่มจากการบริหารจัดการวงจรชีวิตยาง ร่วมกับมิชลิน เราบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบ และมีขั้นตอน เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เช่น ก่อนเปลี่ยนยางเส้นใหม่ เราจะพิจารณาเซาะร่องยาง (Regrooving) เพื่อยืดอายุการใช้งาน และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็เลือกใช้การหล่อดอกยาง (Retreading) เพื่อยืดอายุการใช้งานต่อไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งผลลัพธ์ที่วัดได้ ในปี 2025 ที่ผ่านมา ไทยรัฐ กรุ๊ป สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ยางมิชลินไปได้สูงถึงกว่า 26,000 กิโลกรัมคาร์บอน (26,170.5 kgCO₂e) หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อดูดซับ CO₂ ถึง 2,013 ต้นเลยทีเดียว
ส่วน “พลังของเครือข่ายพันธมิตร” จะมีบทบาทอย่างไรในการเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และอะไรคือสิ่งที่ทุกภาคส่วนควรร่วมกันผลักดันเพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้าง ส่วนตัวมองว่า “พลังของเครือข่าย” คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้จริง เพราะไม่มีองค์กรใดสามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้เพียงลำพัง เราทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศเดียวกัน และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
“ในฐานะผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ เราอาจไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านยางโดยตรง แต่เราโชคดีที่ได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์และเจตนารมณ์เดียวกัน จึงสามารถเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้" นางสาววราพรรณ วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทยรัฐ โลจิสติคส์ กล่าว
นางสาววราพรรณ กล่าวต่อว่า ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการลงนาม MOU ความร่วมมือด้าน Sustainable Mobility Partnership ระหว่าง มิชลิน ประเทศไทย, เตียฮ่งซิน และ ไทยรัฐกรุ๊ป เป็นการผสานความแข็งแกร่งของแต่ละภาคส่วน ทั้งผู้พัฒนานวัตกรรมยาง ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษารถ และผู้ใช้งานจริงในภาคการขนส่ง ความร่วมมือนี้ทำให้เราสามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการรถ (Fleet Efficiency) เสริมสร้างความปลอดภัย (Safety) ผลักดันการลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Reduction) และสร้างความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืน (Sustainability Awareness) ไปพร้อมกัน
สุดท้าย นางสาววราพรรณ เผยว่า อยากให้หน่วยงานภาครัฐและผู้กำหนดนโยบายด้านการขนส่ง ได้เห็นและให้ความสำคัญกับความตั้งใจของผู้ประกอบการ เหมือนกับที่มิชลินได้เห็นและให้การสนับสนุนพวกเรา ในการร่วมกันขับเคลื่อนภาคการขนส่ง ไปสู่อนาคตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น และมีการปล่อยคาร์บอนต่ำลง เพราะความตั้งใจของผู้ประกอบการเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ได้รับการสนับสนุนและการยอมรับจากภาครัฐ ทั้งในเชิงนโยบายและทิศทางที่ชัดเจน ความร่วมมือและเจตนารมณ์ที่ภาคเอกชนร่วมกันสร้างขึ้น ก็อาจไม่สามารถขยายผลให้เกิดประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
หากทุกภาคส่วนมีโรดแมปที่ชัดเจน ก็จะช่วยให้ทุกคนรู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรในการดำเนินงานด้านการขนส่งอย่างใส่ใจต่อปัญหามลพิษทางอากาศ เพราะดิฉันเชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงสามารถเริ่มได้ทันทีจากสิ่งที่เรามี และจากการลงมือทำในสิ่งที่ทำได้โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมาใช้รถ EV เสมอไป และความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริง เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือ สนับสนุน และลงมือทำไปด้วยกันในระยะยาว