• Future Perfect
  • Articles
  • จาก​ภูเขา​หัวโล้น...สู่​กาแฟ​ระดับ​โลก

จาก​ภูเขา​หัวโล้น...สู่​กาแฟ​ระดับ​โลก

Sustainability

ความยั่งยืน4 ก.ค. 2569 04:30 น.

จังหวัดน่านที่เคยถูกจดจำจากภาพ “ภูเขาหัวโล้น” วันนี้กำลังเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งผลิตกาแฟเกอิชา สายพันธุ์อาราบิก้าระดับโลก หลังคว้ารางวัล Presidential Award จากเวที Cup of Excellence Thailand 2026 ด้วยคะแนน 90.50 คะแนน

ภาพความสำเร็จบนเวทีระดับโลกอาจทำให้หลายคนมองเห็นเพียงเมล็ดกาแฟคุณภาพเยี่ยม แต่เบื้องหลังรางวัลใบนี้ คือเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงที่ใช้เวลานับสิบปี จากพื้นที่ที่เคยพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวและสารเคมี สู่การทำเกษตรที่ทำให้ผืนป่ากลับมามีคุณค่าอีกครั้ง

คอลัมน์ Sustainable Together พาไปพบหนึ่งในผู้ที่เดินอยู่บนเส้นทางนี้คือ “วิชัย กำเนิดมงคล” เจ้าของ Coffee De Hmong Bio Farm บนดอยมณีพฤกษ์ อำเภอบ่อเกลือ

เดิมพื้นที่ของครอบครัวปลูกกะหล่ำปลีเช่นเดียวกับชาวบ้านอีกหลายครัวเรือน รายได้อาจพอเลี้ยงชีพ แต่ต้องแลกกับการใช้สารเคมีอย่างหนัก และผืนดินที่ค่อยๆเสื่อมโทรมลง

เมื่อกลับจากทำงานในกรุงเทพฯ เมื่อปี 2555 วิชัยนำกล้ากาแฟสายพันธุ์เกอิชาจากปานามาที่เพื่อนส่งมาให้ ทดลองปลูกบนพื้นที่ เล็กๆ ก่อนค่อยๆขยายปีละ 1–2 ไร่ จนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกราว 20 ไร่

สิ่งที่เขาเปลี่ยนไม่ใช่แค่พืชที่ปลูก แต่เปลี่ยนวิธีคิดในการทำเกษตร เรียกแนวทางของตัวเองว่า “เกษตรประณีต” ไม่เร่งผลผลิตไม่เร่งโต แต่สร้างระบบนิเวศให้แข็งแรงที่สุดตั้งแต่ดิน น้ำ แสงแดด ไปจนถึงสิ่งมีชีวิตเล็กๆใต้ผืนดิน

ในสวนไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงหรือยาฆ่าหญ้า มีเพียงปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และหญ้าที่ปล่อยให้ย่อยสลายตามธรรมชาติ โดยมีไส้เดือนคือพนักงานของฟาร์ม เพราะเขาเชื่อว่าไส้เดือนและจุลินทรีย์ทำหน้าที่ดูแลต้นกาแฟได้ดีกว่าสารเคมี ดินที่มีชีวิตจึงกลายเป็นต้นทุนสำคัญของกาแฟคุณภาพสูง

วิชัยเล่าว่าในอดีตการใช้สารเคมีอย่างหนักทำให้คนในหมู่บ้านจำนวนไม่น้อยล้มป่วยด้วยโรคร้าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง ภาพเหล่านั้นทำให้เขาตั้งใจว่า หากจะทำเกษตรต่อไปก็ต้องเป็นเกษตรที่ไม่ทำร้ายทั้งคนและธรรมชาติ

ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนวิธีคิด ค่อยๆปรากฏชัดขึ้น จากกาแฟที่เคยจำหน่ายในราคาประมาณ 250 บาทต่อ 250 กรัม วันนี้หลังได้รับรางวัล Cup of Excellence ราคากาแฟเกอิชาจากฟาร์มของเขาเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละราว 8,000 บาท สะท้อนว่าตลาดพร้อมจ่ายให้กับคุณภาพและเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังเมล็ดกาแฟ

แม้ความต้องการซื้อจะเพิ่มขึ้น แต่เขากลับไม่คิดขยายการผลิตแบบก้าวกระโดด ทำเท่าที่ทำได้เป็นหลักคิดที่เขายึดมาตลอด เพราะหากเร่งปริมาณ คุณภาพที่สร้างชื่อให้กาแฟมณีพฤกษ์อาจลดลง เขาเลือกเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรักษามาตรฐานและอัตลักษณ์ของกาแฟจากพื้นที่แห่งนี้

ที่ร้าน Coffee the Hmong กาแฟเกอิชาถูกเสิร์ฟในรูปแบบดริปเป็นโถขนาดประมาณ 300 มิลลิลิตร ราคา 300 บาท ไม่ใช่เพื่อขายกาแฟราคาแพง แต่เพื่อให้ลูกค้าได้แบ่งกันชิม และสัมผัสความแตกต่างของกาแฟที่เติบโตจากผืนป่าต้นน้ำ

เขาเชื่อว่า เกษตรกรไทยไม่จำเป็นต้องปลูกให้มากขึ้นเพื่อมีรายได้มากขึ้น แต่ควรสร้างมูลค่าเพิ่มจากพื้นที่เดิม ทำเกษตรประณีต ผลิตน้อยลงแต่มีคุณภาพสูงขึ้น เมื่อรายได้เพิ่ม ป่าก็กลับคืน สุขภาพของคนก็ดีขึ้น และลูกหลานก็ยังมีบ้านเกิดให้กลับมา

เรื่องราวจากกาแฟหนึ่งต้น แต่สิ่งที่กำลังเติบโตไม่ใช่แค่สวนกาแฟ หากเป็นความหวังของชุมชนทั้งชุมชน

ภาพของผืนป่าที่กลับมาอุดมสมบูรณ์ เกษตรกรที่อยู่ได้ด้วยคุณภาพ และชุมชนที่พิสูจน์ว่า การรักษาธรรมชาติ ไม่ใช่ต้นทุนของการพัฒนา หากเป็นรากฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง.

SHARE

Follow us

  • |