น้ำตาลสีเขียว

Sustainability

ความยั่งยืน23 พ.ค. 2569 04:14 น.

คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ชวนไปรับฟังวิสัยทัศน์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทราย เนื่องจากประเทศไทย มีชาวไร่อ้อย 1.5 ล้านคนทั่วประเทศ พื้นที่ปลูกอ้อย 10 ล้านไร่ และได้ตัดสินใจปรับเปลี่ยนแนวทาง วิธีการ จากการเผาอ้อยมาเป็นการตัดอ้อยสดสะอาด มีคุณภาพดี ส่งเข้าโรงงานน้ำตาล 58 แห่งทั่วประเทศ

นายวราวุธ ระบุว่า การลดการเผาอ้อยสดให้กลายเป็นอ้อยไฟไหม้ เพื่อส่งเข้าโรงงานน้ำตาลไปผลิตเป็นน้ำตาลทราย ช่วยแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5

ดังนั้น จึงกำชับให้ สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เร่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ “อุตสาหกรรมสีเขียว” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ เพราะประเทศไทยผลิตน้ำตาลได้มากเป็นอันดับ 5 ของโลก ส่งออกเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากบราซิล ก่อให้เกิดรายได้เข้าประเทศ 200,000 ล้านบาทต่อปี

หากย้อนหลังไปในฤดูการผลิต 2561/62 ประเทศไทยมีอ้อยเผาที่ส่งเข้าหีบในโรงงานน้ำตาลอยู่ที่ 60-70% ของผลผลิตอ้อยรวม ทั้งประเทศ หลังจากนั้นด้วย “พลัง 3 ประสาน” ประกอบด้วย ชาวไร่อ้อย โรงงานน้ำตาล หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา อาทิ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น การใช้ดาวเทียมในการตรวจจับพื้นที่เผาไหม้ ( burn scar )มาใช้ในการติดตามตรวจสอบ รวมทั้งมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่งผลให้สัดส่วนอ้อยเผาไหม้ในแต่ละฤดูการผลิตลดลงต่อเนื่อง

ในฤดูการผลิตปี 2567/2568 การเก็บเกี่ยวอ้อยมีการเผาอยู่ที่ 14.86% แต่หลังจากปิดหีบฤดูการผลิตปี 2568/69 ที่ปิดหีบเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สามารถลดสัดส่วนอ้อยเผา ลงเหลือเพียง 3.80% ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 10% เป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะเดียวกัน สัดส่วนอ้อยสดเข้าหีบในโรงงานน้ำตาล 58 โรงงาน ใน 29 จังหวัด สูงถึง 96.20% เป็นสถิติที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน

การลดเผาอ้อยสด ทำให้ค่าผลิตน้ำตาลเฉลี่ยต่อตันอ้อยเพิ่มขึ้นจาก 109.51 กิโลกรัม (กก.) เป็น 113.55 กก.ต่อตันอ้อย จึงขอประกาศว่า ตั้งแต่ปีการผลิต 2569/70 เป็นต้นไป ต้องสนับสนุนให้เกิดการ ลดสัดส่วนอ้อยเผาไหม้ให้ต่ำกว่า 3% และมุ่งสู่ Zero Burn (อ้อยเผาศูนย์เปอร์เซ็นต์) ในปีถัดๆไป พร้อมเดินหน้าสร้างแผนการเชื่อมโยงอ้อยสีเขียวไปสู่น้ำตาลสีเขียว

โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ในเรื่องนี้ ประกอบด้วย 

1.ต้นน้ำ ที่จะเร่งรัดการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการปรับปรุงพันธุ์อ้อย ให้มีปริมาณไฟเบอร์ที่ต่ำลง ทำให้ปริมาณความหวานเพิ่มขึ้น มีความต้านทานต่อผลกระทบจากโลกร้อน ทนต่อแมลงศัตรูพืช ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง หรือน้ำท่วม เป็นต้น 

2.กลางน้ำ จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชาวไร่อ้อยได้รับการสนับสนุนการลงทุน และเข้าถึงสินเชื่อที่เหมาะสม ผลักดันและส่งเสริมต่อยอดอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากอ้อยและน้ำตาลทรายที่มีมูลค่าสูง เช่น การสกัด Fructose (น้ำตาลผลไม้) หรือ Glucose (น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่เป็นแหล่งพลังงานหลักของเซลล์ในร่างกายที่ได้จากการย่อยคาร์โบไฮเดรต) เพื่อต่อยอดให้เป็นสินค้าสุขภาพ หรือสินค้าทางการแพทย์

3.ปลายน้ำ ที่ต้องเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันเพื่อการส่งออก ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน ต้องประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วงชิงโอกาสส่งออก เพราะสินค้าอาหารย่อม ต้องสำคัญกว่าน้ำมัน เพราะทุกคนบนโลกนี้ ต้องกินต้องใช้ บางประเทศเอาน้ำตาลของเราไปต่อยอดเพิ่มมูลค่าอีกด้วย.


อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่


SHARE

Follow us

  • |