คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ขอเชิญชวนนักดำน้ำ ร่วมดำน้ำลงไปเที่ยวชมประติมากรรมใต้ทะเล (Ocean for Life) ที่เป็นแหล่งปะการังเทียม และจุดดำน้ำแห่งใหม่ที่เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมสร้างรายได้แก่ชุมชนท้องถิ่น
นายชยงค์ บริสุทธิ์สวัสดิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานเทคโนโลยี คาร์บอนโซลูชั่น และการเติบโตอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. เล่าให้ฟังว่า Ocean for Life เป็นแหล่งปะการังเทียมและแหล่งดำน้ำแห่งใหม่บริเวณเกาะเต่า ที่ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล
“Ocean for Life ประกอบด้วยประติมากรรมรูปสัตว์ทะเลหายาก จำนวน 9 ชิ้น ได้แก่ คู่ตนุ กระเบนจุดฟ้า ครอบครัวเต่า ม้าน้ำ ฉลามวาฬ กระเบนนก ซุ้มเต่า ฉลามหูดำ และโรนัน แต่ละชิ้นมีความสูงเฉลี่ย 2.5 เมตร และยังมีปะการังเทียมรูปแบบใหม่ หรือ Coral Ball และปะการังเทียมแบบโดม ความสูงเฉลี่ย 1-1.5 เมตร รวม 93 ชิ้น”
ประติมากรรมทั้งหมดผลิตขึ้นจากวัสดุสำหรับทำปะการังเทียม ที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนของน้ำทะเล และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้อย่างปลอดภัย โดยถูกนำไปจัดวางบริเวณ Buoyancy World ที่เป็นแหล่งสำหรับการฝึกดำน้ำของเกาะเต่า ห่างจากชายฝั่ง 100 เมตร ที่ระดับความลึก 16 เมตร ครอบคลุมพื้นที่ 10,000 ตารางเมตร
“ลานประติมากรรมใต้ทะเลที่เกาะเต่าแห่งนี้ เป็นอีกต้นแบบที่สำคัญ ของความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเลไทยและสร้างความยั่งยืนให้กับระบบนิเวศทางทะเลในระยะยาว”
ที่สำคัญ ก่อนที่จะจัดวางลานประติมากรรมใต้ทะเล ปตท.สผ. ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญศึกษาข้อมูลและออกแบบการจัดวางเป็นเวลากว่า 1 ปี ตั้งแต่การออกแบบประติมากรรม การศึกษากระแสน้ำ ความปลอดภัยต่อการสัญจรทางเรือ ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล และหลังจากจัดวางแล้วเสร็จ จะทำการติดตามผล เพื่อประเมินการฟื้นตัวของระบบนิเวศ ปริมาณสัตว์น้ำ และความหลากหลายทางชีวภาพในบริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปตท.สผ.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินโครงการจัดสร้างปะการังเทียม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเล และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล อาทิ โครงการแหล่งเรียนรู้ใต้ทะเล ที่นำเรือรบหลวงปลดประจำการมาจัดวางเป็นปะการังเทียม และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ได้แก่ เรือหลวงปราบ บริเวณเกาะง่ามน้อย จังหวัดชุมพร เรือหลวงสัตกูด บริเวณเกาะเต่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถเพิ่มความหลากหลายทางทะเลได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ปตท.สผ.มีแผนพัฒนาแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล โดยการนำขาแท่น หลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดวางเป็นโครงสร้างปะการังเทียมบริเวณกว้างในอ่าวไทย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการในครึ่งหลังของปีนี้ เพื่อเอื้อให้เกิดระบบนิเวศและแหล่งอาศัยขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำให้กับท้องทะเล ส่งเสริมการทำประมงอย่างยั่งยืน”.
อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” เพิ่มเติม
