• Future Perfect
  • Articles
  • ขับเคลื่อนศักยภาพ "ทุนมนุษย์" สู่สังคมภูมิปัญญาที่ยั่งยืน

ขับเคลื่อนศักยภาพ "ทุนมนุษย์" สู่สังคมภูมิปัญญาที่ยั่งยืน

Sustainability

ความยั่งยืน23 พ.ย. 2566 22:01 น.
  • ประชุม GCNT Forum 66 ชูขับเคลื่อนศักยภาพทุนมนุษย์สู่ยุคเศรษฐกิจ 5.0 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน
  • นอกจากความรู้ และทักษะด้านเทคโนโลยีแล้ว อนาคตต้องมีการพัฒนา "คน" ให้ตระหนักรู้ในด้านความยั่งยืนด้วย

หากเราพูดถึง "ความยั่งยืน" หลายคนคงนึกถึงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่ใครจะรู้ว่า ความยั่งยืนในโลกใบนี้ ยังครอบคลุมอีกหลายด้าน ทั้ง การศึกษา มนุษย์ อาหาร ฯลฯ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ในการประชุม UN Global Compact Network Thailand Forum (GCNT Forum) ประจำปี 2566 ในหัวข้อ "Partnership for Human Capital 5.0 towards Sustainable Intelligence-Based Society ขับเคลื่อนศักยภาพทุนมนุษย์สู่ยุคเศรษฐกิจ 5.0 เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน" ที่มี นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธาน

ซึ่งการประชุม GCNT Forum จัดโดยสมาคมเครือข่าย Global Compact แห่งประเทศไทย เพื่อหารือระหว่างสมาชิกของสมาคม ในการส่งเสริมการสร้างทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อเตรียมพร้อม "คน" ที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจและต่อประเทศ สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกก้าวสู่ยุค 5.0 ที่เป็น Sustainable Intelligence-Based Society หรือสังคมแห่งภูมิปัญญาที่ยั่งยืน ซึ่งมนุษย์และเทคโนโลยีประสานรวมกัน ที่มนุษย์มีความรู้และทักษะเชิงเทคโนโลยี ควบคู่กับการตระหนักรู้ด้านความยั่งยืน

สาระสำคัญของการประชุม GCNT Forum 

นายปานปรีย์ เผยว่า การพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่โลกให้ความสำคัญสูงสุด ซึ่งทุกภาคส่วนในไทยต้องร่วมมือกัน เพื่อขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs เนื่องจากปัจจุบัน โลกรวมถึงไทย ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่บัดนี้เข้าสู่สภาวะโลกเดือด และ Digital disruption ซึ่งส่งผลกระทบความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเศรษฐกิจโลก รวมถึงกระทบต่อการบรรลุเป้าหมาย SDGs ทำให้ประเทศไทยต้องเร่งขับเคลื่อน SDGs ทุกเป้าหมาย เพราะเชื่อมโยงกับหลายประเด็น เช่น ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีหลายมิติ ความยากจน และปัญหาสุขภาพ ฯลฯ ทุกภาคส่วนจึงต้องทำงานร่วมกัน ขณะที่รัฐบาลก็ส่งเสริมการทำงานในระดับพื้นที่ ที่เรียกว่า SDGs Localization เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน คือ ทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ เพราะคนที่เป็น Key Driver ของทุกสิ่งแม้กระทั่ง AI ซึ่งหุ่นยนต์ไม่สามารถเรียนรู้ด้านอารมณ์ หรือความรู้สึกได้ ดังนั้น การพัฒนาคนจึงเป็นเรื่องสำคัญและเป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน

ซึ่งที่ผ่านมา ไทยเองได้น้อมนำแนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับ SDGs โดยเน้นการรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญกับคนเป็นศูนย์กลาง 

อย่างไรก็ตาม แนวทางเศรษฐกิจใหม่ที่จะต่อยอดสิ่งเหล่านี้ ที่มีคนเป็นศูนย์กลางของการดำเนินงานในทุกด้าน มีอยู่ด้วยกัน 3 ด้าน คือ

Green Growth ที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบของการทำธุรกิจต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมด้วย โดยปัจจุบันประเทศไทย มุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการดำเนินการหลายด้าน เช่น การลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการลดการใช้พลังงานฟอสซิล และการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาด การออก Sustainability-Linked Bond

นอกจากนี้ ไทยยังส่งเสริมให้เอกชนให้ความสำคัญกับการรับรองมาตรฐานทางสิ่งแวดล้อมและเกณฑ์ต่างๆ ในการประกอบทุกธุรกิจ เพื่อเป็นมาตรฐานแนวทางความรับผิดชอบต่อสังคม

Innovation-driven Growth ซึ่งต้องใช้ประโยชน์จากองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแขนงต่างๆ รวมทั้งเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ในการดำเนินนโยบายภาครัฐ และการทำธุรกิจของภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ big data เพื่อวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาความยากจน การใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการตรวจสุขภาพทางไกลสำหรับผู้ป่วยที่ไม่สะดวกเดินทางมาพบแพทย์ การเรียนการสอนออนไลน์สำหรับนักเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร รวมถึงการเป็นรัฐบาลดิจิทัล เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของบริการภาครัฐ รวมทั้งการสร้างระบบการเงินบนพื้นฐานของเทคโนโลยี Blockchain 
 
Community based-growth ต้องตระหนักว่าการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้หมายถึงตัวเลขผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งการยกระดับแรงงาน การพัฒนากระบวนการผลิตที่ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการ การสร้างงานโดยมีนโยบายด้านแรงงานที่นำไปสู่การจ้างงานเต็มที่และมีคุณภาพสำหรับทุกคน 


 
โดยในระยะต่อไปต้องเน้นการพัฒนาในระดับท้องถิ่น หรือ SDGs Localization เพื่อกระจายรายได้ และความเจริญไปทั่วประเทศ สร้างประโยชน์สำหรับธุรกิจและคน ตลอดจน supply chain และต้องสร้างความเข้มแข็งให้คน เพื่อให้คนสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนและประเทศ พัฒนาคนให้เต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย ให้ความคิดสร้างสรรค์และริเริ่ม เพื่อตอบโจทย์ด้าน creativity เพื่อเสริมสร้างผลิตภัณฑ์และประเทศในภาพรวม สำหรับในด้านการศึกษา ภาครัฐเร่งดำเนินการกำลังปฏิรูปการศึกษาแบบองค์รวม เพื่อให้การศึกษาตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ ระบบการศึกษาไทยยังต้องปลูกฝังเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย 
 
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและการดำเนินธุรกิจตามแนวทางข้างต้น โดยภาครัฐกำลังเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การปรับปรุงสนามบิน การริเริ่มโครงการ Landbridge เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและโลจิสติกส์ของภูมิภาค สามารถแข่งขันในเวทีโลกได้ และเร่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในไทย ขยายโอกาสทางการค้ากับประเทศต่างๆ และผลักดันการทำความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA รวมถึงร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนในภูมิภาค ผ่านกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโดแปซิฟิก หรือ IPEF เพื่อเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนคุณภาพสูง รวมถึงการส่งเสริมความเชื่อมโยงและความเข้มแข็งของห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจดิจิทัล

นอกจากรัฐบาล ที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักแล้ว ภาคส่วนอื่นๆ ก็มีบทบาทและความสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาและสร้างความเติบโตให้กับประเทศ อาทิ ภาคการเงิน การธนาคาร และตลาดทุน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ชุมชน อาสาสมัคร เยาวชน สื่อสารมวลชน โดยทุกภาคส่วนล้วนมีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ดังนั้น หากทุกภาคส่วนสามารถบูรณาการการทำงานได้มากขึ้น ก็จะลดความซ้ำซ้อนของการดำเนินงาน โดยเน้นการทำงานที่เสริมและเกื้อกูลกัน เพื่อประสิทธิภาพและผลที่เป็นรูปธรรม

บทบาทคนรุ่นใหม่ ต่อการขับเคลื่อนสังคมยั่งยืน

เมื่อพูดถึงบทบาทของคนรุ่นใหม่ ผู้ที่จะเข้ามาขับเคลื่อนสังคมต่อไปนั้น รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการต่างๆ ขณะที่ภาคเอกชนเอง ก็สามารถเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตและธุรกิจ ด้วยการให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในหลากหลายมิติ เช่น การวัด carbon footprint ขององค์กร การสนับสนุน supply chain ในธุรกิจให้เป็นธุรกิจสีเขียว การให้โอกาสธุรกิจเล็กๆ หรือสร้างสรรค์ business model ใหม่ ฯลฯ

ทั้งนี้ทั้งนั้น ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในฐานะที่เป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาคนและพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และจึงเป็นเหตุผลที่ไทยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติในวาระปี ค.ศ. 2025-2027 เพื่อให้ไทยได้มีส่วนร่วมกับนานาประเทศ ในการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชนต่อไป

SHARE

Follow us

  • |