เมื่อบ่ายๆวันเสาร์ที่ผ่านมา มีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ว่า “สุรสีห์ ผาธรรม” ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยชื่อดังเรื่อง “ครูบ้านนอก” เสียชีวิตแล้วที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยโรคหัวใจวายเฉียบพลัน และติดเชื้อในกระแสเลือด สิริอายุ 75 ปีสำหรับคนรุ่นอายุตํ่ากว่า 50 ปี อาจไม่เคยได้ยินชื่อบุคคลท่านนี้ เลยก็ว่าได้ เพราะปีที่ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ครูบ้านนอก” โด่งดังสุดขีด ทำเงินได้หลายล้านบาทจากการฉายติดต่อกันแรมเดือนในโรงภาพยนตร์เฉลิมไทย เพียงโรงเดียวนั่นคือ พ.ศ.2521 หรือเมื่อ 45 ปีก่อนโน้นซึ่งคนอายุ 50 ปีขณะนี้ เพิ่งจะมีอายุ 5 ขวบเท่านั้นเอง คงไม่มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่องนี้แน่นอน หรือหากจะดูตอนออกมาฉายกลางแปลงก็คงจะจำอะไรไม่ได้มากนักต้องคนอายุ 60 กว่าๆ จนถึง 70 หรือ 80 กว่าๆ หรือ 90 กว่า (ถ้ายังมีชีวิตอยู่) นั่นแหละที่ยังจำได้ และหลายๆท่านยังซาบซึ้งตรึงใจในภาพยนตร์เรื่องนี้ที่สร้างมาจากบทประพันธ์ชื่อเดียวกัน “ครูบ้านนอก” โดย คำหมาน คนไค ครูบ้านนอกตัวจริงเสียงจริงจากจังหวัดอุบลราชธานีครูคำหมานได้ทุนไปเรียนนอกจนจบโทที่มหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น โคโลราโด เมืองกรีลีย์ รัฐโคโลราโด เมื่อประมาณ พ.ศ.2511-2512ผมไปรู้จักท่านที่นั่นเพราะเมืองโบลเดอร์ที่ผมไปเรียนอยู่ห่างจากเมืองกรีลีย์ที่ท่านเรียนประมาณขับรถชั่วโมงครึ่ง นักเรียนจาก 2 เมืองนี้ จึงขับรถไปมาหาสู่กันอยู่เสมอๆสมพงษ์ พละสูรย์ ซึ่งเป็นชื่อจริงของท่าน และเคยบอกกับผมอย่างมีอารมณ์ขันว่า “ชีวิตผมหนีไม่พ้นบ้านนอก...เป็นครูบ้านนอก...ได้ทุนมาเรียนเมืองนอก แต่ก็เป็นเมืองนอก-บ้านนอกอยู่ดี”แต่เมื่อเรียนจบกลับมา ครูคำหมานดูเหมือนจะได้เป็นคนกรุงเต็มตัว เพราะมีคำสั่งย้ายให้มารับราชการในกระทรวงศึกษาธิการ ผมไม่แน่ใจว่ากรมไหน จนเกษียณอายุอยู่ที่เมืองหลวงในที่สุดระหว่างกลับจากนอกใหม่ๆครูคำหมานยังคงเขียนเรื่องสั้นชุด “ครูบ้านนอก” ออกมาเป็นระยะๆ จนวันหนึ่งก็มีข่าวว่า คุณกมล กุลตังวัฒนา ซื้อมาสร้างภาพยนตร์และมอบให้ สุรสีห์ ผาธรรม เป็นผู้กำกับ ได้ ปิยะ ตระกูลราษฎร์ มาเป็นพระเอก และ วาสนา สิทธิเวช เป็นนางเอก เตรียมออกโรงฉายเมื่อ พ.ศ.2521 ดังกล่าวผมได้รับเชิญไปดูในรอบสื่อมวลชนด้วย ดูจบแล้วติดใจ วันรุ่งขึ้นไปตีตั๋วดูซ้ำอีกรอบก่อนจะเขียนเชียร์ผ่านคอลัมน์นี้ถึง 2 วันเต็มๆเชียร์ทั้งเจ้าของบทประพันธ์เพื่อนผมและผู้กำกับ สุรสีห์ ผาธรรม ซึ่งเป็นชื่อที่ใหม่มากสำหรับผม แต่กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ดีเหลือเกินผู้แสดงทุกคนก็แสดงได้ดีสมบทบาทตั้งแต่ครูปิยะ ครูวาสนา ไป จนถึงเด็กนักเรียน ซึ่งในช่วงต้นภาพยนตร์ปูพื้นให้เห็นถึงความอัตคัดขัดสนของการเล่าเรียนในชนบทอีสาน ผ่านบทซื่อๆน่ารักๆของเด็กนักเรียน เฮฮาไปโดยตลอดก่อนจะไปหักมุมตอนท้ายเมื่อพระเอกลุกขึ้นสู้กับอิทธิพลท้องถิ่นที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า จึงถูกกำจัดทิ้ง โดยเฉพาะฉากดราม่าตอนครู ปิยะโดนยิงเสียชีวิต สะเทือนใจผู้คนทั้งโรง...หลังจากผมเขียนลงคอลัมน์ไป 2 วัน ก็มีนักวิจารณ์ภาพยนตร์อื่นๆ ออกมาวิจารณ์ให้กำลังใจอีก โดยเฉพาะ “ท่านอาจารย์หม่อม” ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ถึงขนาดเขียนเชียร์เต็มหน้า 5 สยามรัฐ ของท่านเป็นแรงส่งที่สำคัญยิ่งที่ทำให้ “ครูบ้านนอก” กลายเป็นภาพยนตร์เงินล้าน และกลายเป็นตำนานที่โจษขานเรื่อยมาแม้จนบัดนี้45 ปีผ่านไปผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ “ครูบ้านนอก” ค่อยๆ ทยอยอำลาจากโลกนี้ไป ทั้ง กมล กุลตังวัฒนา ผู้อำนวยการสร้าง ทั้ง “คำหมาน คนไค” หรือ สมพงษ์ พละสูรย์ ผู้ประพันธ์ ทั้ง ปิยะ ตระกูลราษฎร์ พระเอก เมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้เองล่าสุดจากข่าวเมื่อวันเสาร์ที่แล้วก็คือผู้กำกับ “สุรสีห์ ผาธรรม”ในฐานะแฟนหนังไทยคนหนึ่ง ผมขอแสดงความเสียใจและอาลัยอย่างยิ่งต่อการจากไปของผู้กำกับสุรสีห์ไว้ ณ ที่นี้ที่สุดของที่สุด ผมขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับทุกๆท่าน...ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่และที่ได้ล่วงลับไปแล้ว...ในการร่วมกัน “รังสรรค์” ภาพยนตร์ไทยเรื่อง “ครูบ้านนอก” จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งของประเทศไทย.“ซูม”