เปิดทุกมุมมองและความสำเร็จ สัมภาษณ์พิเศษอย่างเป็นทางการครั้งแรกในไทยของ แจ็คสัน หวัง หรือ “พี่แจ็ค” แห่ง GOT7 ศิลปินเคป๊อปที่มาคว้าหัวใจชาวไทยไปจำนวนมาก โดย Woody Talk จัดให้แบบจุกๆในรายการ WOODY FMคนมักจะเรียกคุณพี่แจ็คตลอดเลยใช่ไหมเพราะอะไร? “จริงๆ แล้วผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ ผมหมายถึงผมเป็นเหมือนพี่ชายคนโต ผมก็ถามนะว่าผมอยากมีชื่อเล่นอื่นนอกจากแจ็คสัน หวัง เขาก็บอกว่าเรียกพี่แจ็ค แต่ผมเคยได้ยินคนเรียกน้องแจ็คด้วย ผมสงสัยว่ามันต่างกันยังไง เขาบอกว่าพี่ เรียกคนที่โตกว่าน้อง เรียกคนที่เด็กกว่า เหมือนน้องชายคนเล็ก แต่ผมอยากเป็นพี่คนโต ดังนั้นผมเลยอยากให้คนเรียกพี่แจ็ค”คุณอยู่กรุงเทพฯมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว บอกเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่คุณจำได้ดี? “ฝนตกแต่ผู้คนมากมายยังแสดงความรักและสนับสนุนผม ผมรู้สึกแย่มาก ทุกครั้งที่งานจบ ผมแค่คิดว่าพวกเขาจะกลับบ้านยังไง ผมไม่สามารถ...ผมแค่หวังว่าผมจะพาเขากลับบ้านได้ เพราะฝนตกหนักหลายคนไม่มีร่ม มันทำให้ผมรู้สึกแย่มาก”คุณรู้สึกยังไงกับคนไทย? “มีความมุ่งมั่นสูงมาก มุ่งมั่นสุดๆ ถ้าใครสักคนยังมาหาคุณในวันที่อากาศแย่ ไม่ว่าฝนตกหรืออะไรก็ตาม ถ้านี่คือความรัก ผมว่านั่นคือรักแท้นะ เหมือนที่ผมพูดไปผมรู้สึกแย่มาก ผมรู้สึกว่าผมไม่สมควรได้รับสิ่งนี้ โอ้พระเจ้า ผมพูดไม่ออกเลย นี่คือสิ่งที่ผมอยากคุยกับคุณเหมือนกัน การมีชื่อเสียงโด่งดังสำหรับผมรู้สึกว่ามันไม่ตลอดไปสำหรับผม ผมรู้สึกว่ามันเหมือนฟองสบู่ ตอนที่ผมยังมีสิ่งนี้อยู่ผมควรเห็นคุณค่าของมัน แล้วก็ฝึกฝนและทำให้แน่ใจว่าผมทำมันดีที่สุดทำให้คุ้มค่าที่สุด นั่นคือเหตุผลที่ผมคิด แต่ผมไม่เคยรู้สึกพอใจ”คุณอยากทำอะไรมากที่สุดก่อนอายุ 30? “อย่างน้อยมีเพลงหนึ่งเพลง แล้วก็การแสดง และเป็นนักแสดงในหนัง หรือมีเพลงที่คนรู้จักจริงๆ”อยากรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณกลัวมากที่สุดในชีวิต? “ทางร่างกายผมไม่ชอบแมลงเลย เช่น แมลงสาบ ผมไม่เอาเลย”แล้วทางจิตใจล่ะ? “กลัวความผิดหวัง”ถ้านึกถึงประเทศไทย สิ่งแรกที่คุณนึกถึงคืออะไร?“ความรัก”ส่วนไหนในร่างกายของคุณที่เซ็กซี่ที่สุด? “ผมว่าไม่น่าออนแอร์ได้ครับ” ผลไม้ไทยที่คุณชอบที่สุดคืออะไร? “ทุเรียน”คุณอยู่ที่นี่มาหนึ่งอาทิตย์แล้วยังไม่ได้กินเลยเหรอ? “ผมก็รอจนถึงวันสุดท้ายที่ผมอยู่ที่นี่ ผมจะกินทุเรียนทั้งวันเลย ผมจะไม่กินอย่างอื่นเลย (หัวเราะ) ผมชอบทุเรียนมาก”คุณชอบอะไรในทุเรียน? “ชอบรสชาติ ความครีมมี่ แล้วก็รสชาติ ชอบแบบนุ่มแต่ข้างนอกมันต้องแข็งหน่อย แล้วตอนคุณกัดทุเรียน ความนุ่มรสชาติจากข้างในมันแบบท่วมท้นในปาก ในปากของคุณมันเหมือนผ้าห่ม ห่มความเป็นชีสและครีมมี่ แบบดีอะ ความแข็งจากผิวทุเรียน แล้วเมื่อคุณกัดมันจะแตก โอ้พระเจ้า ผมชอบของหวานทุเรียน มันคือทุเรียนแล้วก็มีไอศกรีมตรงกลางแล้วก็วิปครีม มันเข้ากันได้ดีมาก ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกใบนี้”เล่าให้ผมฟังหน่อย พี่แจ็คตอนอยู่ที่บ้านเป็นยังไง? “ปกติผมจะใส่เลกกิ้ง แล้วก็ฮีตเทคตอนนอน แต่ถ้าอยู่บ้านจริงๆ ผมจะไม่ใส่อะไรเลย ผมไม่อยากให้อะไรมาฉุดรั้งเราไว้ เรานอนอยู่บนหมอนสบาย เราคงไม่หาอะไรมาครอบให้อึดอัด เราก็ปล่อยให้ร่างกายสบายๆ ก็แค่ปล่อยให้มันเป็นอิสระไป”คุณรู้สึกผิดหวัง? “ใช่ เหมือนเมื่อไม่นานนี้เอง ผมแค่อยากทำอะไรก็ได้ที่ผมอยากทำ ผมเหนื่อยที่ผมต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ ผมมีความฝันของผม ผมแค่อยากทำมันถ้าผมล้มผมได้ลองแล้ว ถ้าผมประสบความสำเร็จหรือผมล้มเหลว ผมก็ล้มเพราะตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากเลือกทำในสิ่งที่ใจผมบอกให้ทำ แต่นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรอบตัวหรือทีมของผมอาจจะไม่เห็นด้วย ผมก็เข้าใจว่าทำไม แต่ความรู้สึกจริงๆของผมคือ มีคนที่เป็นห่วงคุณแต่ไม่ได้สนใจความฝันของคุณ เพราะวิธีการทำงานของอุตสาหกรรม คือทั้งเชิงพาณิชย์และมีคุณภาพไปด้วยกัน เหมือนศิลปะและโฆษณาต้องผสมผสานกันแล้วจะลงตัว แต่สำหรับถ้าผมต้องยอมตัดด้านศิลปะของตัวเองเพื่อการโฆษณา แล้วผมรู้สึกไม่โอเค ผมก็ไม่อยากได้เหมือนกัน มันไม่ใช่ผลงานของผมตั้งแต่เริ่มอยู่แล้ว เหตุผลที่เลือกความผิดหวังเพราะผมอยากเลือกทางเดินของตัวเอง”อะไรคือสิ่งที่รบกวนจิตใจคุณที่สุด และคุณจัดการกับมันยังไง? “ยังเลยครับ ผมยังอยู่ในขั้นตอนการพยายามกำจัดมันออกไปอยู่ หลายๆครั้งผมไม่มีความสุข มันเหมือนผมกำลังทำอะไรอยู่ และมีบางคนที่เขาใส่ใจความฝันของผม แล้วก็มีบางคนที่สนใจแค่ตัวเลข บางคนสนแค่ว่าเราจะได้มาอย่างไร อันนี้เท่าไหร่ อันนั้นเท่าไหร่ แต่ถ้าถามผมจริงๆ ใช่มันสำคัญ แต่ผมไม่สนใจหรอก ผมอยากจะทำในสิ่งที่อยากทำ คุณเข้าใจผมใช่ไหม สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่มันทำให้ผมติดอยู่ในหัวมาตลอด 2 ปีครึ่งที่ผ่านมา ผมแค่ต้องการคนที่มีพลังบวกรอบๆตัวผม ไม่ต้องชมผมตลอดเวลา พูดความจริงกับผมสิ ทำสิ่งนี้นี่คือผลลัพธ์ นี่คือสิ่งที่คุณจะได้รับกลับมา 1 2 3 คุณก็แค่บอกผมมาทำไมต้องปิดบัง แบบนี้มันไม่ได้ทำให้ผมเป็นศิลปินที่ดีขึ้นได้ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ไม่ต้องปฏิบัติกับผมเหมือนเจ้าชายในดิสนีย์ทุกวันหรอก ถ้าผมเชื่อในความฝันนั้น ก็ให้เชื่อไปกับผม ถ้าไม่เชื่อผม ผมคิดว่าเราไม่สามารถไปด้วยกันได้ มันง่ายๆแค่นั้นเลย” เมื่อถึงวันที่คุณรู้สึกมีความสุขแล้ว ส่งข้อความหาผมนะ? “โอเค วันหนึ่งผมจะส่งข้อความหาคุณ (หัวเราะ) แต่อัลบั้มของผมที่จะปล่อยในเดือนกันยายน ทั้งแนวเพลง ทั้งโทนสีทุกอย่าง ผมคิดว่าเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมรู้สึกนี่แหละตัวผม ผมมีความสุขมาก อัลบั้ม Magic Man ผมมีความสุขกับมันมาก แต่จะเปิดตัวยังไงผมยังไม่รู้ ผมเป็นแค่คนสร้าง สรรค์งาน ผมเชื่อมั่นในเนื้องานเท่านั้นแหละ”เพลง Cruel ของคุณกำลังจะปล่อยออกมาไม่กี่วันนับจากวันนี้ ถูกต้องไหม? “ผมไม่แน่ใจ อาจจะ 1-2 วันในระหว่างนี้ ผมมีความสุขที่ได้กำกับมิวสิกวิดีโอนี้ แน่นอนว่ากับผู้กำกับคนอื่นๆ นักออกแบบท่าเต้นด้วย เราทำมันด้วยกันภายใน 3 อาทิตย์ และเหตุผลที่ผมมักจะกำกับงานของตัวเองอยู่เสมอคือ เมื่อ 4 ปีที่แล้วผมถูกผลักไปที่มุม ที่ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ เหมือน คุณไล่ดูสิ่งที่ต้องทำ บรีฟงาน ประชุมกับผู้กำกับต่างๆ คือผมพอละ ไม่ไหวละ ที่ต้องมาหาทีมที่เหมาะสม ไหนจะต้องประชุมอีก แต่เวลาก็ผ่านไปเรื่อยๆ ผมจะมาเสียเวลาแบบนี้ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นก็เลยแบบ ช่างมัน ผมทำเองเลยดีกว่า แล้วผมก็เริ่มเรียนรู้ๆ ตอนนี้ผมผลิตผลงานของตัวเอง และมันเป็น 100% ของสิ่งที่ผมอยากเป็น ผมมีความสุขกับมัน นั่นทำให้ผมมีความสุข”มาพูดถึงเรื่องนี้ดีกว่า ยินดีกับการกลับมาของ GOT7? “ใช่ครับ เรากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง มันคือความวุ่นวายแต่สนุก สนุกมาก พวกเราเหมือนกับครอบครัว เราผ่านช่วงเวลาที่ดีและแย่ไปด้วยกัน เราเคยตีกันแต่ก็กลับมารักกันเหมือนครอบครัวแหละ ใช่มันสนุกมาก สำหรับผมมันเป็นมากกว่าธุรกิจ ผมมักจะเปรียบมันเหมือนวันหยุดพักร้อน เหมือนการพบกันอีกครั้งในฤดูร้อนกับเพื่อนมัธยมของคุณ”ถ้าบอกชื่องานกับ GOT7 ที่คุณจำได้งานนั้นคืองานอะไร? “ผมคิดว่ามันเป็นทัวร์ครั้งแรกของเราและทุกครั้งที่พวกเราไปทัวร์คอนเสิร์ต เรารู้สึกเหมือนทุกอย่างที่เราฝึกมาเทรนมาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์มันคุ้มค่า ผมคิดว่านั่นคือโมเมนต์แรก อย่างที่สองคือเมื่อพวกเรากลับมาที่ JYP เพื่อกลับมาฝึกอีกครั้ง จากนั้นเราก็เข้าสู่โครงการนี้ ที่พวกเขาคัดเด็กฝึกออกไปทุกสัปดาห์ มันน่าจดจำมากสำหรับผม เพราะมันตื่นเต้นมาก เหมือนทุกสัปดาห์พวกเรารู้สึกเหมือนเรากำลังจะตาย แต่พวกเราทั้ง 7 ก็ได้ถึงเข้ารอบสุดท้าย นั่นเป็นอีกหนึ่งในการเดินทางที่น่าจดจำบทหนึ่ง”ฟังดูโหดร้ายมากเลย มีน้ำตาไหม คุณร้องไห้ไหม? “แน่นอนทุกคนก็ร้องไห้ จำได้ครั้งหนึ่งพวกเรากลับมาที่พัก แล้วเพื่อนเกาหลีบอกว่า ถ้าพวกคุณทำมันไม่ได้สำเร็จในอาทิตย์นี้ พวกเรารู้สึกเสียใจมาก เพราะพวกเราทิ้งทุกอย่างเพื่อมาอยู่ที่เกาหลี และพวกคุณต้องกลับไปบ้านเกิดของตัวเอง ผมจำมันได้ ตอนนั้นผมอยู่ที่ห้องครัวแล้วทุกคนก็ร้องไห้”แล้วคุณก็ทำมันได้ประสบความสำเร็จมากมายมีแฟนคลับเยอะมากทั่วโลก แล้วพวกเขารักพวกคุณ? “ใช่ พวกเราก็รักพวกเขาเช่นกัน”.