หวนจับไมค์ในรอบ 22 ปี สำหรับนักร้องดังยุค 90 ไวตามิน เอ หรือ อิทธิพลธนินทร์ เดชฤกษ์ปาน เจ้าของเพลงฮิตในตำนานอย่าง “มองนานๆ” หลังจากความฝันถูกเก็บไว้ในลิ้นชักมานาน ล่าสุด ตัดสินใจในฐานะศิลปินหน้าใหม่วัยลุง มาพร้อมซิงเกิลใหม่ “เธอครางชื่อใคร” ฟีทเจอริง อาร์ม โต้รุ่ง ศิลปินร่วมค่ายอาร์เอสในอดีต มาพร้อมแพชชันอยากร้องเพลงไปเรื่อยๆ แถมฟิตหุ่นอวดร่างทองให้เด็กดู ใน “คนดังนั่งคุย”กลับมาทำเพลง 22 ปี ทำไมถึงทิ้งไปนานขนาดนั้น“ช่วงนั้นเพราะเจอวิกฤติ MP 3 แผ่นผี ซีดีเถื่อน ตอนนั้นปวดหัวมาก เครียดเพราะเพลง ดูแลตัวเองไม่ได้เลยต้องไปทำอย่างอื่น อยู่เบื้องหลัง ไปซ่อมใจด้วย พอเราโตในยุคเทปแล้วขายไม่ได้ หนี้สินเท่าเดิม แต่รายได้ไม่เหมือนเดิม อยู่ไม่ได้ ก็ไปทำเบื้องหลัง เปิดสถาบันสอนดีเจ สอนโปรดิวเซอร์” ช่วงนั้นกว่าจะผ่านมาได้สาหัสขนาดไหน “มากครับ มันเลยทำให้ต้องหาอย่างอื่นทำไปก่อน เขียนเพลง มายุคนี้สตรีมมิ่ง ใจฟูขึ้นมา เราไม่เหนื่อยภาระนั้นมา เราผ่านวิกฤตินั้นมาได้แล้ว” วิกฤตินิ่งหรือใจนิ่งขึ้น “ทั้ง 2 อย่างครับ (หัวเราะ) ตั้ง 22 ปีแล้ว ความฝันต้องถูกพักไปก่อน หันไปทำอย่างอื่น พอชีวิตเข้าที่เข้าทาง อยู่ได้เลยอยากกลับมาทำเพลงแล้ว” เห็นศิลปินยุคเดียวกันขึ้นเวทีคอนเสิร์ตด้วยมั้ยเกิดแรงบันดาลใจ “เราก็ได้ขึ้น ปัจจัยนึงเพลงมองนานๆมันกลับมาทำให้เรามีแพชชันด้วย น้องๆเอาเพลงเรากลับมาคัฟเวอร์ใหม่ทำให้เรารู้สึกเพลงเราไม่เก่าเลย พูดถึงเราบ่อยมากขึ้น ปีที่แล้วอาร์เอสทำ ‘อาร์เอส มีตติ้ง คอนเสิร์ต’ เราก็ได้กลับมาเล่น ฟีดแบ็กเราก็ดีอยู่นะ เรายังร้องเต้น คนยังนิยมเพลงยุค 90 ที่ทำเพลงใหม่เพราะเราอยากหลุดจากยุค 90 ที่ไม่มีอะไรใหม่ๆ เลยเหรอ ก็อยากเติมสิ่งใหม่ๆเข้ามาในชีวิต”ที่มาของเพลงเธอครางชื่อใครล่ะ“เป็นเพลงสนุกๆเพราะเราได้อาร์ม โต้รุ่ง มาฟีทเจอริง คืออาร์มเขาทักมาพี่เอเรามาทำอะไรสนุกๆดีกว่า จริงๆมีโปรเจกต์ทำเพลงอยู่แล้วก็เลยลัดคิวทำเพลงนี้ เปิดตัวในครั้งนี้ เธอครางชื่อใคร ถ้าอาร์มมาฟีท เนื้อหา โทนดนตรีจะเป็นแบบไหนก็ต้องออกมาแนวจิ๊กโก๋หน่อยๆ ชื่อเพลง เนื้อหาจับต้องง่ายหน่อย ย่อยง่าย ไม่ซับซ้อน ฟังแล้วยิ้มๆ เต้นยับเหมือนกัน เมื่อก่อนเป็นศิลปินแดนซ์ พอกลับมาครั้งนี้จะมาเป็นศิลปินเพลงป๊อปแดนซ์มากกว่า เป็นเพลงสนุกๆ ได้ขยับแต่ถ้าเมื่อก่อน เต้นกระดูกแทบกระเด็น กระจาย (หัวเราะ)” ฟีทกับอาร์มเป็นยังไงบ้าง หลังห่างหายกันไป “เขา ก็เหมือนได้เพลงนี้เป็นของขวัญพอดีเป็นช่วงวันเกิดเขาพอดี เหมือนช่วยกันเพราะอาร์มมีฐานของเขา มีการแชร์แนวเพลงเพราะอาร์มเป็นป๊อปร็อก เราเป็นแดนซ์ ก็มาอยู่ตรงการทำให้มันบาลานซ์ แดนซ์ ป๊อปร็อก มาผสมกัน” วันที่เข้าห้องอัดอีกครั้งความสุขมันล้นทะลักขนาดไหน “มันเหมือน เลี้ยงลูก เหมือนเราเฝ้าดูการเติบโต อยากให้มันได้ปล่อย ปล่อยแล้วเป็นยังไงบ้าง ตื่นเต้น มีความสุข แฮปปี้ จากคอมเมนต์ดีครับ รอคอยมานานแล้วอยากให้พี่เอ กลับมาทำเพลง คำนี้มีคนพูดมาตลอด เมื่อไหร่พี่จะกลับมาทำเพลงอีก เป็นฟีดแบ็กที่ดีจากคอมเมนต์เลย” ความเป็นตำนานมาตอนนี้มีคำจำกัดความ ศิลปินหน้าใหม่วัยลุง“ก็เนาะ (ยิ้ม) ทำมานานจริงๆ ตอนนี้อายุก็ 55 แล้ว เป็นเพลงสนุกๆ แน่นอนเราคงมีกลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งฐานแฟนคลับเก่า อีกกลุ่มเป็นลูกๆของฐานแฟนคลับเก่าๆ (หัวเราะ) ทำเพลงให้หลานๆฟัง ก็คงไม่ต่างอะไรกับลุง อย่างที่บอกเราไม่อยากเป็นศิลปินยุค 90 ตลอดเวลา อยากเป็นศิลปินใหม่ มีเพลงใหม่ๆ น้องๆหลานๆลูกๆของแฟนคลับเราได้มาฟัง ได้มารู้จัก หรือเป็นความสนุกของครอบครัวก็ได้ รุ่นแม่ รุ่นลูกเลย” ทำเพลงครั้งนี้ถือว่าความฝันถูกรื้อมาใหม่ “ใช่ๆเป็นฝันที่อยู่ในลิ้นชักมานาน เปิดออกมาใหม่ ผมเคยอ่านบทความ คนเราขึ้นภูเขาได้ 2 ลูก ในช่วงวัยรุ่น และช่วงวัย 40-50 แต่ภูเขาลูกที่ 2 จะมีความสุขอีกแบบนึงมากกว่าภูเขาลูกแรก ที่เราปีนผ่านมาแล้ว มีประสบ การณ์ ตอนนี้เราโตแล้วสบายๆ เป็นการเติมเต็มความรู้สึกมากกว่า ทำแล้วมีความสุข” เป้าหมายการทำเพลงครั้งนี้ “อาจจะเป็นช่วงที่ผมเว้นวรรคมา 20 กว่าปี ทำให้รู้สึกว่าย้อนกลับไปทำไมเราไม่ทำเพลงมาเรื่อยๆ ทำอย่างสม่ำเสมอดีกว่า ในเมื่อเราย้อนแก้ไขอะไรไม่ได้ ผมคิดว่าหลังจากนี้จะกลับมาทำเพลงอย่างสม่ำเสมอไปเรื่อยๆดีกว่าไม่ต้องหยุด เมื่อก่อนเหมือนประชด หันหลังไปเลยดีกว่า อาจจะน้อยใจด้วย ตอนนี้มันสะดวกสบายมากขึ้น เราปล่อยเพลงในสตรีมมิ่งได้ ลงช่องยูทูบไม่ต้องผ่านขบวนการอะไรมากมาย ทำไป ดีหรือไม่ดีในมุมขอผู้ฟังเราก็รอผล แต่ดีต่อใจเราแน่นอนได้ทำเพลงได้ระบายสิ่งที่เราอยากทำ” บางเพลงอาจจะดังหรือไม่ดังจะมีผลทำให้เราเฟลมั้ย “ไม่แล้วครับ ไม่เหมือนเดิม ทำเพลงไปเหอะ ทำแล้วเรามีความสุข ทำแล้วเราสนุก ผมไม่ได้คาดหวังอะไร ผมอยากเดินไปไหน แล้วได้ยินเพลงเราบ้าง เหมือนเมื่อก่อน เราไม่ได้มีเพลงมองนานๆ แค่เพลงเดียว เรายังได้เห็นผลงาน คนยังสนุกกับผลงานเพลงที่เราทำ รับได้ถ้าไม่ดีเราพร้อมที่จะพัฒนา ครั้งนี้จะทำเพลงไปเรื่อยๆจนสุดท้าย ถ้าวันนึงมันถึงจุดนึงเราก็ยังทำเบื้องหลัง ผลักดันน้องๆรุ่นใหม่เต็มตัว” สู่โหมดร่างทองได้ยังไง“เมื่อก่อนผมปล่อยตัวอ้วนขึ้น เลยน้ำหนักขึ้นไปถึง 85 กก. ในสมัยทำอัลบั้ม น้ำหนักแค่ 72 กก. ตัวบวมเชียว จนปีที่แล้วมีกระแสร่างทอง เลยหันมาดูแลสุขภาพ น้องๆเจ็น 90 กลับมาโชว์ซิกซ์แพ็กกันหลายคน ตอนนั้นยังไม่ได้นึกถึงเรื่องเพลงเลย อยากมีร่างแบบนี้บ้างเค้าทำได้ยังไง ดูหลายๆคน แดนบีม ที่ทำให้เกิดแพชชันที่สุดจนปลายปีที่แล้ว เอาบ้างน้ำหนักลดลงมาตอนนี้เหลือ 75 กก. ยังไม่มีขั้นมีซิกซ์แพ็กแต่ดีขึ้น ทำให้เราได้เรียนรู้หลายอย่างเรื่องการกิน การนอน ความเครียด พอผอมลงแล้วทำให้เรามั่นใจขึ้นว่าเราแข็งแรง” ใช้เวลานานขนาดไหน “ประมาณ 3 เดือนครับ เราได้สุขภาพกลับมา เราดูดีขึ้น เกิดความมั่นใจมากขึ้น ก่อนหน้าผมลดน้ำหนักมาหลายรอบแล้ว ไม่เคยจริงจังกับโภชนาการ พอเราไปเรียนรู้การปั้นร่างเลยได้ศึกษาโภชนาการ ตัดหวาน น้ำตาล แป้ง วินัย การกิน การนอน และเพิ่มออกกำลังกาย ทำให้น้ำหนักลดลงได้ กับการนอนเมื่อก่อนไม่รักษาวินัยการนอน เป็นคนนอนน้อย นอนเช้าจนเป็นนิสัย ใส่ใจการนอน ตอนนี้สายเฮลตี้เลย คุ้มค่าครับ” เห็นร่างทองของตัวเองแล้วแฮปปี้ขนาดไหน “ผมมีสุขภาพที่ดีกว่าสมัยวัยรุ่นอีก มีสุขภาพที่มีคุณภาพมากกว่า เมื่อก่อนตอนวัยรุ่นผมไม่มีกล้ามแขนนะ สมัยก่อนแค่หน้าท้องแบนราบเพราะผอมเพราะลีนจากการเต้นแต่ตอนนี้มีกล้ามเนื้อที่เราสร้างขึ้นมา” คนใกล้ตัวแซวเรื่องร่างทอง“เขาชมว่าหล่อกว่าเมื่อก่อนอีก” ฟีลเหมือนได้แฟนใหม่ “ใช่ๆ (หัวเราะ) พอฟังคำชมเราก็ฮึมเหิม ทำให้เราก็อยากรักษาแบบนี้ไปยาวๆ พอเราไขกุญแจความรู้ตรงนี้แล้ว ก็อยากรักษาไปยาวๆเลย ไม่อยากกลับไปเหมือนเมื่อก่อนแล้วเรารู้แล้วเป็นเพราะอะไร” อัปเดตชีวิตครอบครัวเป็นไงบ้าง “ลูกๆโตหมดแล้วครับ คนโต 27-23 ทำงานทำการกันหมดแล้ว สมัยก่อนช่วงที่หายๆไป เหนื่อยมาก เครียดด้วยแต่ตอนนี้ลูกโตแล้วและเป็นหนึ่งแพชชันที่ทำให้กลับมาทำเพลงเพราะส่วนหนึ่งลูกโตกันหมดแล้ว” ตอนนี้เท่ากับชีวิตปลดล็อกทุกอย่าง “ใช่ครับ เลยกลับมาทำตามความฝัน ท่องโลกในฝันของเราได้แล้ว” ลูกๆ พอเห็นร่างทองของพ่อชมมั้ย “เขาเซอร์ไพรส์ครับเพราะว่าเราไม่ได้อยู่ด้วยกัน พอลูกๆมาเห็นก็มีถามเราด้วยซ้ำทำได้ยังไง ถึงผมไม่ได้อยู่กับเขาแต่ดูแลมาตลอด ไม่เคยขาดการติดต่อและปลูกฝังดนตรีให้ลูกๆทั้ง 2 คน กับร่างทอง เขายังฟิตได้ไม่เท่าผมเลย (หัวเราะ) พอเขาเห็นเราเป็นตัวอย่างก็เริ่มเข้าฟิตเนส มีถามยังไงเราก็สอนเขาไปด้วย เรายังหนุ่มยังแน่นอย่าปล่อยตัวเดี๋ยวเอาคืนยากนะ เป็นแรงบันดาลใจให้เขาดูแลตัวเอง” สถานะหัวใจปัจจุบัน “มีคนคุยครับ แต่ยังไม่ได้แต่ง เราก็ดูแลกันไป ก็สมบูรณ์ในแบบที่มันเป็นดีที่สุดเท่าที่มันเป็นอยู่ ดูแลลูกจนเขาโต ทำงานแล้ว ถึงครอบครัวหย่าร้างแต่เราไม่ทำร้ายกัน ทำธุรกิจแล้วเรากลับมาทำเพลง ไม่สมบูรณ์ทั้งร้อยแต่มันดีที่สุดเราพอใจกับชีวิตตรงนี้แล้ว”.เรื่อง: วรรณี ห่อวโนทยานอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่