วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การบินไทย ภารกิจสุดหิน!!ฟื้นสายการบินแห่งชาติรุ่งอีกครั้ง

ดีดีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์การบินไทย ภารกิจสุดหิน!!ฟื้นสายการบินแห่งชาติรุ่งอีกครั้ง

  • Share:

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ “ผู้หญิง” จะขึ้นมากุมบังเหียนองค์กรใหญ่ระดับชาติอย่างการบินไทย ยิ่งเป็น “ผู้หญิง” ที่เป็นลูกหม้อการบินไทยแท้ๆยิ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐไปค้นหาคำตอบมาให้ว่า ผู้หญิงชื่อ “อุษณีย์ แสงสิงแก้ว” มีฝีไม้ลายมือโดดเด่นขนาดไหน ถึงเข้าตากรรมการ จนได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหารให้เป็นผู้หญิงคนแรกที่นั่งเก้าอี้รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) เพื่อสานต่อภารกิจสุดหิน เดินหน้าฟื้นฟูกิจการสายการบินแห่งชาติให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง

“คุณอ้อม” เป็นม้ามืดหรือตัวเก็งที่คว้าเก้าอี้ รักษาการดีดี เป็นม้ามืดเลยค่ะ เพราะไม่ได้สมัครเป็นแคนดิเดทตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย แต่เมื่อได้รับเลือกจากประธานบอร์ดการบินไทย “คุณอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม” ให้นั่งรักษาการดีดี ก็ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด เพื่อให้ภารกิจสำคัญสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

ตอนทราบข่าว รู้สึกหนักใจไหม เข้ามารับตำแหน่งนี้โดยไม่เคยคาดหวัง ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้รู้ล่วงหน้าแค่วันเดียว แต่ก็ภูมิใจนะคะที่ได้รับเกียรตินี้ เพราะทุกคนก็อยากเป็นดีดี เราได้รับเลือกแล้วต้องทำให้ดีที่สุด ท่านประธานบอร์ดบอกว่า ที่เลือกเราเพราะคิดว่าคนในจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด ท่านรักและอยากให้การบินไทยกลับมาดีอีกครั้ง อ้อมบอกคนการบินไทยทุกคนว่า เราคนเดียวแก้ปัญหาไม่ได้หรอก ต้องอาศัยความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน องค์กรการบินไทยใหญ่มาก เราเป็นแค่ผู้หญิง ต้องไปดูแลตั้งแต่กัปตันยันคนโหลดกระเป๋า

วันแรกที่ได้รับแต่งตั้งทำอะไร อ้อมไปไหว้ศาลทุกที่ ในสนามบินสุวรรณภูมิมี 17 ศาล ก็ไหว้หมด ขอให้คุ้มครองพนักงานการบินไทยทุกคน

เป็นน้องสาวอดีต ผบ.ตร.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ช่วยเปิดทางสะดวกขึ้นไหม ไม่มีเลยค่ะ ครอบครัวเราไม่เคยใช้เส้น ไม่เคยวิ่งเต้นเพื่อตัวเอง อ้อมมีพี่ชายเป็นไอดอล ถึงจะใหญ่โตแค่ไหน แต่เขาก็ยังอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ อ้อมไม่เคยไขว่คว้า แต่ในเมื่อได้มาแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เรามีจุดเด่นอะไรที่ผู้ใหญ่ไว้วางใจให้เข้ามาสานต่อภารกิจระดับชาติ ก่อนจะมารับตำแหน่งนี้ อ้อมนั่งเก้าอี้รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจบริการการบิน ต้องควบคุมงานบิสเนสยูนิตทั้ง 4 หน่วยธุรกิจของการบินไทย ซึ่งประกอบด้วย ครัวการบินไทย, คลังสินค้า, บริการลูกค้าภาคพื้น และบริการอุปกรณ์ภาคพื้น ซึ่งทั้ง 4 บียู มีพนักงานอยู่หลายหมื่นคน ผู้ใหญ่คงเห็นจากผลงานที่บริหารบียูเหล่านี้จนสามารถสร้างรายได้เป็นหมื่นล้าน และทำกำไรให้การบินไทย อย่างบียูแคเทอริ่ง เฉพาะปี 2559 ทำกำไรได้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดเป็นประวัติการณ์ กำไรเหล่านี้มาจากการลดการสูญเสียของวัตถุดิบ เราต้องคุมเข้มการตรวจรับและจัดซื้อจัดจ้างให้โปร่งใส ขณะเดียวกัน ก็ต้องหารายได้เพิ่มด้วยการเซิร์ฟสายการบินอื่นๆ หรือถ้าโปรดักชั่นลดลง จำนวนคนก็ต้องลดลง เช่น ไฟลท์ลดลงจาก 200 ไฟลท์ เหลือ 110 ไฟลท์ในปัจจุบัน ก็ต้องลดจำนวนคนลงแน่นอน ทุกอย่างตัวเลขจะฟ้องว่าเราทำได้ทำไม่ได้ หรือปัญหาเรื่องโอเวอร์ไทม์ที่มีมากเกินไปก็ต้องตัด รายได้พิเศษตรงนี้มีไว้ช่วยเหลือ พนักงานเงินเดือนน้อย ส่วนคนเงินเดือนมากไม่ควรได้โอที เราต้องมีวิธีบริหารจัดการที่ดีที่สุดเพื่อให้ทุกคนมีความสุข มีเงินพอเลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้

มีคนลองของบ้างหรือยัง เราเป็นคนให้เกียรติทุกคน และอ่อนน้อมถ่อมตน ถึงจะนั่งหัวโต๊ะก็ไม่เคยคิดว่า ตัวเองเป็นนาย ไม่เคยมองใครในแง่ไม่ดี คิดเสมอว่าทุกคนหวังดีกับองค์กร เพียง แต่มองคนละทาง ต้องจูนให้มองทิศทางเดียวกัน

กระบวนการสรรหาดีดี ยังดำเนินอยู่ไหมคะ ยังดำเนินอยู่ แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะต้องเช็กประวัติ เช็กคุณสมบัติว่าตรงตามที่กำหนดไหม ต้องเช็กกันละเอียดมาก เพื่อสรรหาคนมาบริหารธุรกิจมูลค่าหลายแสนล้านบาท ดีดีท่านเก่าหมดวาระไป และการสรรหาดีดีใหม่ก็ยังไม่แล้วเสร็จ ฉะนั้น ต้องมีคนเข้ามาสานต่อเพื่อให้งานที่ทำไว้ไม่สะดุด

อะไรคือภารกิจเร่งด่วนที่ต้องสะสางให้ลุล่วง ทุกภารกิจเร่งด่วนทั้งสิ้น โดยเฉพาะการสานต่อแผนปฏิรูปองค์กรที่ทำอยู่ ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูด้วยว่าแผนไหนต้องปรับใหม่ เรื่องใหญ่ที่สุดคือการเพิ่มรายได้ และการบริหารรายได้ จากเดิมที่การบินไทยเคยติดลบกว่า 13,000 ล้านบาท ในปี 2558 หลังจาก “คุณจรัมพร โชติกเสถียร” มาเป็นดีดี ภายในเวลา 2 ปี สามารถทำแผนฟื้นฟูกิจการสายการบินแห่งชาติ กอบกู้การบินไทยให้กลับมามีกำไรอีกครั้ง เราก็ต้องสานต่อภารกิจนี้ให้ลุล่วง ต้องเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น อย่างน้อยตั้งแต่เข้ามานั่งรักษาการเดือนหนึ่ง จำนวนผู้โดยสารก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในรอบ 5 ปี เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 84% ซึ่งถือว่าดีมาก

หนักใจกับหน่วยงานไหนที่สุด เราทำงานการบินไทยมากว่า 30 ปี เริ่มต้นตั้งแต่เป็นพนักงานรับจองตั๋วเครื่องบิน เงินเดือน 3 พัน 30 บาท แล้วกลับมาอยู่ฝ่ายวิเคราะห์รายได้ สถิติ และบัญชี จากนั้นไปอยู่ฝ่ายการตลาด แล้วมาอยู่ฝ่ายวางแผนปฏิบัติการนักบินและลูกเรือ มาอยู่ฝ่ายอินไฟลท์อิควิปเมนต์ วางแผนเรื่องของขึ้นเครื่องทั้งโลก ดูแลเรื่องโลจิสติกส์ ผ่านวิกฤติใหญ่ๆมาเยอะ เช่น ผ้าห่มไม่มีสักผืนบนเครื่องบินการบินไทย กระทั่งได้เป็นวีพีฝ่ายภาคพื้นคนแรกที่ไม่ได้มาจากนายสถานีสนามบิน คือผ่านมาหมดทุกแผนก โดนงานยากงานหนักตลอด ขาดก็แต่เป็นกัปตันขับเครื่องบิน โชคดีที่ธรรมชาติของอ้อมเป็นคนชอบความท้าทาย ไปอยู่ฝ่ายไหนก็สู้ขาดใจจนทุกคนยอมรับ แม้แต่กัปตันซึ่งเก่งทุกคน เราก็มีวิธีพูดให้กัปตันยอมรับจนได้ ฉะนั้น ไม่มีหน่วยงานไหนที่เราต้องหนักใจ ถ้ารู้จักรับฟังปัญหาและเข้าใจวัฒนธรรมของแต่ละบียู ตั้งแต่เข้ามารับตำแหน่งก็ตระเวนคุยกับทุกแผนกทุกฝ่าย แม้แต่สหภาพแรงงานก็เชิญมาคุยเพื่อทำความเข้าใจกัน ทุกคนที่รักบริษัททำเพื่อบริษัท ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตัว อ้อมยินดีคุยด้วยหมด

ในยุคของดีดีหญิงคนแรก การบินไทยจะพลิกโฉมไปขนาดไหน ทุกอย่างต้องยุติธรรมและมีความโปร่งใสที่สุด การบินไทยหมดยุคเด็กเส้นเด็กฝากไปนานแล้ว ถึงจะฝากเข้ามา แต่ถ้าทำงานไม่ได้ก็อยู่ไม่ได้ ทุกตำแหน่งที่จะตั้งตอนนี้ต้องมีโปรเบชั่น 6 เดือน ให้ทดลองทำดูก่อน ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องให้โอกาสคนอื่นทำบ้าง ภารกิจอีกอย่างที่ต้องทำคือการสร้างซัคเซสเซอร์รุ่นใหม่มารับช่วงสานต่อ การบินไทยไม่ได้รับพนักงานประจำเป็น 10 ปีแล้ว ในยุคของอ้อม ทุกคนต้องเปลี่ยนไมนด์เซ็ตใหม่ ต้องหันมารักองค์กร และต้องพัฒนาตัวเองด้วย ไม่ใช่เฉื่อยแฉะ การบินไทยต้องกลับมาเป็นองค์กรอันดับหนึ่งที่ใครๆก็อยากทำงานด้วย คนการบินไทยต้องเนี้ยบ และกลับมามีภาพลักษณ์ที่ดี ต้องเรียกความภาคภูมิใจกลับมา ไม่ใช่จะตัดคอสท์ทุกอย่างจนกระจอก เราตัดพอแล้ว ถึงเวลาบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน พนักงานต้องกระตือรือร้นขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองให้มีทักษะหลากหลาย และมีความเป็นทีมเวิร์ก ไม่ใช่ทำงานซ้ำซ้อนกัน เรื่องปากท้องพนักงานก็สำคัญ เราต้องเข้าไปช่วยพนักงานรายได้น้อย สวัสดิการทุกอย่างจะกลับมา พวกเราไม่ได้โบนัสต่อเนื่องมาหลายปี ก็ตั้งใจจะคืนสิ่งนี้ให้ทุกคน อ้อมเชื่อว่าคนการบินไทยมีศักยภาพ ถ้าตั้งใจช่วยกันจริงๆเราต้องทำได้ อยากให้ทุกคนช่วยกันทำงานเป็นทีมเวิร์ก สำคัญสุดคือต้องมีรายได้เพิ่ม ถ้าหารายได้เพิ่มไม่ได้จะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายพนักงาน ที่ผ่านมาต้องตัดคอสท์ทุกวัน เพราะรายได้ไม่เพิ่ม เราก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ หาเงินเข้าบริษัทให้ได้มากที่สุด

อยากให้วันหนึ่งมีกี่ชั่วโมง ทำงานหนักขนาดนี้ มีวิธีคลายเครียดยังไง 24 ชั่วโมงก็ไม่พอ เพราะมีงานให้สะสางเยอะมาก!! แต่ถือเป็นความท้าทายที่ได้พิสูจน์ตัวเอง ถ้ามีเวลาว่าง อ้อมจะชอบ เดินตลาดขายของเก่าในยุโรป เดินซื้อเครื่องแก้วคริสตัล พวก จานชามโบราณ และนาฬิกาตั้งโต๊ะ คือขอให้ได้เดินเถอะ แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว.

ทีมข่าวหน้าสตรี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้