วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุมถล่มยับค่าจ้าง 425 บาท พรรคพลังประชารัฐฟุ้ง เป็นรัฐบาลทำได้จริง

รุมถล่มยับค่าจ้าง 425 บาท พรรคพลังประชารัฐฟุ้ง เป็นรัฐบาลทำได้จริง

  • Share:

โวมีมาตรการไว้เพียบ นายจ้างออกโรงสกัด จ่อร้องเลือกตั้งโมฆะ ชัชชาติฉะกลับสมคิด

พรรคการเมืองดาหน้าถล่มเละขึ้นค่าแรง 425 บาท “องอาจ” ซัดประชานิยมสุดขั้ว จี้นายกฯเตือนลิ่วล้อก่อนห้ามคนอื่น “เทือก” ผวาสงครามแจกเงินทำร้ายชาติ “อ๋อย” เย้ยนโยบาย พปชร.พาเศรษฐกิจพัง “ยงยุทธ” เหน็บแก้ปลายเหตุ สอนเชิงผุดโกดังข้าวพร้อมขายแบบสต๊อกน้ำมันซาอุฯ ดันกองทุนโฮมสเตย์ส่งเงินเข้ากระเป๋าชาวบ้าน “ชัชชาติ” ตอก “สมคิด” นักลงทุนไม่เชื่อมั่นพวกยึดอำนาจ ไม่ใช่เพราะฝีปากนักการเมือง “สนธิรัตน์-อนุชา” การันตีศึกษาดีแล้ว ค่าจ้าง 425 บาททำได้จริง ยันมีมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการไว้อื้อ “นายจ้าง” ชี้แค่ลมปากหาเสียงทำจริงไม่ได้ ถ้าไม่ใช้อำนาจแทรกแซงบอร์ดค่าจ้าง “ศรีสุวรรณ” จ่อร้อง กกต.บี้ทุกพรรคแจงที่มาเงินถมประชานิยม ขู่ฟ้องให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ “บิ๊กตู่” เตือนชาวบ้านเลือกตั้งเหมือนแต่งงาน เลือกคู่ผิดคิดจนตัวตาย

จากกรณีพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ประกาศเสนอนโยบายผลักดันขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำเป็นวันละ 400-425 บาท กลายเป็นประเด็นที่พรรคการเมืองอื่นๆ วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงการนำเสนอนโยบายเกทับคู่แข่งขัน โดยไม่สามารถทำได้จริง ขณะที่แกนนำ พปชร.ยืนยันได้ศึกษามาอย่างรอบคอบแล้ว

พปชร.ยันค่าแรง 425 บาทไม่ฉาบฉวย

เมื่อเวลา 06.45 น. วันที่ 16 มี.ค. ที่ตลาดสะพานสอง เขตบางรัก นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมคณะลงพื้นที่ช่วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3 ปทุมวัน บางรัก นายสนธิรัตน์ให้สัมภาษณ์ว่าโค้งสุดท้ายจะจัดเวทีปราศรัยใหญ่ต่อเนื่อง ปิดท้ายที่ กทม.วันที่ 22 มี.ค.ที่สนามเทพหัสดิน เชื่อมสัญญาณไปยังเวทีต่างๆทั่วประเทศ แต่ยังไม่มีแผนจะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาปรากฏตัวเวทีสุดท้ายจะประเมินสถานการณ์และจะหาวิธีการ จะเป็นภาพและเสียงสดของนายกฯ หรือไม่กำลังดูวิธีการอยู่ ส่วนเสียงวิพากษ์วิจารณ์นโยบายข้าวและค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาทของพรรคส่งผลต่อภาคธุรกิจ อาจเกิดภาวะเงินเฟ้อนั้น เราจะเปลี่ยนแปลงระบบแรงงานและความสามารถของเอสเอ็มอีทั้งระบบ ที่ผ่านมาค่าแรงจะขึ้นปีละ 2 บาท 5 บาท แค่ให้ยาพาราเซตามอล แต่ไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้างแรงงานทั้งระบบ แต่จะยกระดับแรงงาน ฝึกทักษะให้พร้อม ได้พูดคุยกับภาคธุรกิจบ้างแล้วเขาเห็นด้วย วันที่ 18 มี.ค. นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคจะพูดคุยในงานสภาอุตสาหกรรม ยืนยันไม่ได้ใช้ราคาเกษตรและค่าแรงเป็นประชานิยม

“อุตตม” โอ่นาทีนี้ต้อง “ลุงตู่” เท่านั้น

ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมนายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง และนายอุดร ออลสัน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ลงพื้นที่ตลาดสดฉัตรชัย เทศบาลเมืองหัวหิน การตอบรับล้นหลาม ประชาชนมอบทั้งดอกไม้ ขนมและผลไม้ ส่งเสียงเชียร์ “ลุงตู่” สู้ๆ “รักลุงตู่” เป็นระยะ นายอุตตมกล่าวปราศรัยว่า พรรคเราไม่พูดว่าปรองดอง เพราะไม่เคยทะเลาะกับใคร ใครจะพูดว่าไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่นาทีนี้ต้อง “ลุงตู่” เท่านั้น นายอุตตม ให้สัมภาษณ์ว่าชาวหัวหินแสดงออกชัดเจนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ที่นำพาประเทศ นำพาหัวหินก้าวหน้าไปได้ต้องเป็น พล.อ.ประยุทธ์ มั่นใจว่าพรรคจะปักธง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ และมั่นใจว่าจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นนายอุตตมพร้อมคณะไปที่สนามบินหัวหินรับทราบข้อมูลประกอบการพิจารณาผลักดันสนามบินหัวหินให้เป็นสนามบินนานาชาติรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ก่อนมายังศูนย์ประสานงานของพรรครับฟังปัญหาของประชาชนและชาวประมงพื้นบ้าน

“อนุชา” ยันค่าแรง 425 บาททำได้แน่

นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคกลาง พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400-425 บาท ขอชี้แจงว่าทำได้จริงแน่นอน ได้ศึกษารวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงจนได้ข้อสรุปรอบคอบบนพื้นฐานความเป็นจริง มั่นใจว่าผลักดันพันธสัญญาให้เกิดขึ้นได้จริง หลังได้การรับการเลือกตั้งและเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ปัจจุบันค่าครองชีพเพิ่มขึ้นกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ และค่าแรงขั้นต่ำขึ้นมามากที่สุดปี 2554 อยู่ที่วันละ 300 บาท หลังจากนั้นขึ้นอีกไม่มาก การที่จะผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400-425 บาท ถือว่าสมเหตุสมผล เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วพรรคจะเป็นเจ้าภาพจัดการให้เกิดขึ้นจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ผู้ประกอบการเจ้าของธุรกิจจะมีมาตรการช่วยเหลือมาอีกมากมาย เช่น ฝึกอบรมเพิ่มทักษะแรงงาน ขอกราบวิงวอนเจ้าของกิจการผู้ประกอบการธุรกิจทั้งหลายขอให้มีเมตตาต่อผู้ใช้แรงงาน รัฐบาลจะให้ความเป็นธรรม ช่วยเหลือเยียวยาช่วยเหลืออย่างครบวงจร

ปชป.ฉะเกทับไม่ดูตาม้าตาเรือ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณี พล.อ.ประยุทธ์เตือนพรรคการเมืองให้ระวังการหาเสียงที่ใช้งบประมาณจำนวนมาก ควรเตือนพลังประชารัฐก่อนจะดีกว่า เพราะมักออกนโยบายประชานิยมสุดขั้วเกทับบลัฟเเหลกจะกระทบเศรษฐกิจ วินัยการเงินการคลัง ภาวะเงินเฟ้อ มุ่งหวังได้คะเเนนเสียงเฉพาะหน้า ไม่คำนึงถึงความเสียหายใดๆไม่ถูกต้อง โดยเพิ่มเงินในนโยบาย อาทิ พรรคประชาธิปัตย์เสนอประกันรายได้ผู้ใช้เเรงงานวันละ 400 บาท แต่พรรคพลังประชารัฐเกทับเพิ่มเป็น 425 บาท นายกฯควรรีบเตือนพลังประชารัฐว่าเหลือ 7 วันนับจากนี้ไม่ควรออกนโยบายประชานิยมสุดขั้วอีก โดยเฉพาะนโยบายเพิ่มค่าเเรงขั้นต่ำไม่ดูตาม้าตาเรือ จะกระทบอย่างมากต่อธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม กระทบต่อการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่น

จี้ กกต.สอบเกณฑ์คนไปฟัง “ประยุทธ์”

นายองอาจยังกล่าวถึงกระแสข่าวการสั่งการให้อำเภอเกณฑ์คนไปฟัง พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยที่ จ.แพร่ ว่า ผู้ว่าฯทุกจังหวัดต้องระวังการใช้ทรัพย์สินราชการเอื้อประโยชน์พรรคการเมือง โดยเฉพาะเอื้อ พล.อ.ประยุทธ์ต้องระวัง ไม่ให้เอาเปรียบทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์เป็นเเคนดิเดตนายกฯอาจทำให้เกิดมีผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น เเม้อ้างว่าไปราชการถือว่าเอาเปรียบพรรคอื่น อยากให้ กกต.ตรวจสอบว่าการเกณฑ์คนลักษณะนี้ผิดหรือไม่ โดยเฉพาะ 7 วันก่อนถึงวันลงคะเเนนเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์มีกำหนดการตรวจราชการเกือบทุกวัน ส่อเจตนาเเอบเเฝงหาเสียงหรือไม่

“เทือก” หวั่นดวลสงครามประชานิยม

วันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า เข้าสู่โค้งสุดท้ายเห็น 2 พรรคใหญ่ต่างแจกประชานิยม ฟังดูแล้วน่าหวาดหวั่น แข่งกันอัดฉีดค่าแรงขั้นต่ำ พรรคหนึ่ง 400 บาท อีกพรรคเกทับเป็น 425 บาท เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 18,000 บาท อีกพรรคสู้เป็น 20,000 บาท ผู้ประกอบการต่างพากันสะดุ้งโหยง โดยเฉพาะ SME งัดประชานิยมมาต่อสู้กันทางการตลาด แก่งแย่งลูกค้าแบบดุเดือดเลือดพล่านของนักการเมืองมืออาชีพเขี้ยวลากดิน เห็นสงครามเเจกเงินกันเเบบนี้อดห่วงชาติไม่ได้ 24 มี.ค.คิดให้ดีอย่าตกเป็นเหยื่อนักเลือกตั้ง วันที่ 18 มี.ค. เวลา 17.30 น. จะขึ้นปราศรัยที่สวนเบญจสิริ กทม. จะพิเศษกว่าทุกครั้ง พี่น้องมวลมหาประชาชนบอกมาว่าจะพกเอานกหวีดพกมือตบมาด้วย จะเอาหัวใจดวงเดิมกลับมาคือหัวใจที่เข็ดขยาดกับความเลวร้ายของระบอบทักษิณ ใครเกลียดระบอบทักษิณ เข็ดไม่อยากให้กลับมาอีกมาเจอกัน

“ชัชชาติ” โต้โยนบาปนักการเมือง

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ตลาดวัดบางพลัด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ช่วยนายพงศ์พันธ์ ยอดเมืองเจริญ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 30 พรรคเพื่อไทย หาเสียง โดยนายชัชชาติให้สัมภาษณ์กรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯระบุคันหูที่นักการเมืองบอกเศรษฐกิจไม่ดี ว่า นายสมคิดระบุว่านักการเมืองพูดว่าเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อมั่น ความมั่นใจไม่เกี่ยวกับสิ่งที่นักการเมืองพูด แต่นักลงทุนเห็นข้อเท็จจริง เช่น รัฐบาลไม่ได้มาจากประชาธิปไตยออกกฎหมายอะไรก็ได้ มีมาตรา 44 กฎหมายลิดรอนสิทธิไม่มีที่มาที่ไป มันมีบรรยากาศตรงนี้ อย่ามาอ้างว่านักการเมืองพูด เพราะนักลงทุนมีข้อมูล ไม่มาฟังนักการเมืองพูด การลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ขอให้ไปเพื่อแก้ปัญหาของประชาชน ไม่ใช่เพื่อหวังคะแนนนิยม ใช้ทรัพยากรของชาติมาใช้หาเสียง คนไทยรับไม่ได้จะสะท้อนมาในวันเลือกตั้ง การเลือกตั้งล่วงหน้าสำคัญมีคนลงทะเบียนกว่า 2 ล้านคน กกต.จะเก็บบัตรอย่างไร เพื่อให้มั่นใจ อยากให้ กกต.เร่งพิจารณาสถานะของ พล.อ.ประยุทธ์

ต่อมาเวลา 14.00 น. ที่ตลาดแยกบางบอน นายชัชชาติไปช่วยนายวัน อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 26 หาเสียงได้ขึ้นบนรถหาเสียงตรวจดูการจราจร พูดคุยกับผู้ค้า นายวันกล่าวว่า มั่นใจจะชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ ขอปักธงเป็น ส.ส.เขตฝั่งธนฯ เอาชนะหัวใจของประชาชน หวังว่าจะไม่มีบัตรเสียร่วม 8,000 ใบ เหมือนรอบที่แล้ว

“จตุพร” เชื่อคนจับได้ไล่ทัน “บิ๊กตู่”

เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ตลาดท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนางอรัญญา คณากรณ์ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 หาเสียงได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยนายจตุพร กล่าวว่า 5 ปีคนรู้แล้วว่า พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาประเทศได้หรือไม่ ตอนที่จะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทจะเป็นจะตาย แต่วันนี้มาหาเสียงเพิ่มเป็น 425 บาท หวังว่าคนไทยจะจับได้ไล่ทัน ส่วนกรณีพรรคเพื่อชาติแถลงจะนำนายทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกฯกลับบ้าน เคยอธิบายถึงกระบวนการยุติธรรมตั้งต้น เช่น คณะกรรมการที่ตั้งโดยคณะรัฐประหาร เพื่อเล่นงานคนคนเดียวเท่านั้น แค่กระบวนการตั้งต้นก็ไม่มีความยุติธรรมแล้ว ไม่ต้องไปคิดถึงปลายทาง นายทักษิณถือเป็นบุคคลหนึ่งที่ควรได้รับการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม

“ยงยุทธ” อัดแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายยงยุทธ ติยะไพรัช ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ลงพื้นที่ช่วยนายอนุภาส ปฏิเสน ผู้สมัคร ส.ส.เขต 6 หาเสียง โดยนายยงยุทธปราศรัยย้ำนโยบายยกระดับชีวิตประชาชน ยกเลิกสัมปทานผูกขาดตัดตอน ยกระดับราคาพืชผลการเกษตร ให้ราคาสินค้าเกษตรเหมาะสมกับสภาวะตลาด ทั้งนี้นายยงยุทธกล่าวถึงการเสนอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 425 บาท จะสร้างปัญหาค่าครองชีพ ไม่ใช่การแก้ที่ต้นเหตุแต่แก้ที่ปลายเหตุ ยิ่งทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศลดลง เพราะทำให้ต้นทุนสูงขึ้น รัฐบาลมีแต่ผลักคนเข้าไปอยู่ในกระบวนการแรงงานให้เป็นลูกจ้าง ไม่เหมือนต่างประเทศ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ผู้ใช้แรงงานไทยปลูกผักไอโดรโฟรนิกตามระเบียงคอนโดไว้กินเอง ทำให้ค่าแรงเหลือส่งกลับไปเลี้ยงครอบครัวได้ แต่รัฐบาลส่งเสริมให้คนวิ่งเข้าร้านสะดวกซื้อ ต้มไข่ ผัดกะเพราก็ซื้อ ดังนั้นต้องทำควบคู่กันไปปรับค่าแรงกับลดต้นทุนค่าครองชีพให้เหมาะสมกับสภาพการจ้างและต้นทุนการผลิต

สอนตั้งโกดังข้าวแบบคลังน้ำมันซาอุฯ

นายยงยุทธกล่าวอีกว่า การแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรทุกพรรคมุ่งเน้นแต่ใช้เงิน ไม่มีใครพูดถึงการบริหารจัดการและการหาตลาด นายกฯพูดเรื่องข้าวในนาว่าข้าวทั่วโลกล้นหมดแล้ว อย่าไปทำเลย ลดพื้นที่เพาะปลูก บางพื้นที่เจ้าหน้าที่ห้าม ไม่ให้เอาน้ำเข้านา ถึงขนาดไล่เก็บเครื่องสูบน้ำพญานาคเอาไป มีข้อมูลผลผลิตข้าวทั้งโลกเฉลี่ยมี 421 ล้านตัน ไทยส่งข้าวออกแค่ 13 ล้านตัน แค่ 3% ของโลก พรรคเพื่อชาติมีนโยบายโดยต้องเปลี่ยนวิธีคิดและการบริหารจัดการให้เป็น การระบายข้าวให้พร่องออกไปต่างประเทศต้องวางแผนบริหารจัดการวงจรข้าว 1.ต้องวางแผนและรู้ว่าข้าวจะออกเดือนนั้นเดือนนี้เท่าไหร่ เพื่อกระจายนำข้าวเข้าไปจัดเก็บหมุนเวียนตลอดเวลา รัฐบาลที่ฉลาดต้องไปเช่าโกดัง (ware house) ไว้ที่ประเทศที่ซื้อข้าวประจำจากเราปีละหลายล้านตัน เช่น บลูล็อคของอินโดฯ รัสเซีย เซเนกัล แอฟริกาใต้ เมื่อในประเทศสีข้าวแล้วเอาไปเก็บไว้ที่ประเทศนั้น หมดก็เอาไปเติม เวียดนามจะขายข้าวแข่งกับเราได้หรือ ตามโกดังมีแต่ข้าวไทยเหมือนซาอุดีอาระเบียสร้างถังน้ำมันไว้ในประเทศลูกค้า เอาน้ำมันมาเติมไว้จนประเทศอื่นขายน้ำมันไม่ได้ มีแต่น้ำมันซาอุฯ ไม่ใช่ดูถูกทหารแต่ทหารเรียนมาเพื่อรบป้องกันประเทศ แต่เอามาคุมงานขายของจึงไปไม่ได้ สินค้าเกษตรทุกตัวต้องแก้ระบบห่วงโซ่ นำสินค้าออกไปขายต่างประเทศ

ชูกองทุนโฮมสเตย์ดึงเงินให้ชาวบ้าน

นายยงยุทธกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การช่วยให้ชาวบ้านแข็งแรงมีเงินเข้ากระเป๋าโดยตรง จะไร่นาข้าวยังไม่ทันเก็บเกี่ยวก็ได้เงิน โดยจะแก้ปัญหาเชื่อมโยงเป็นการเกษตรควบคู่กับการท่องเที่ยวมีกองทุนสนับสนุนทำโฮมสเตย์ ทุกจังหวัดทุกหมู่บ้านชูจุดขายด้านท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น ชาวบ้านสามารถติดต่อไกด์ชวนนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกระท่อมกาแฟ พักโฮมสเตย์ มีเสื้อชาวนาขาย มีชุดให้ลงไปทำนาถ่ายภาพไปอวดลงโซเชียลได้ด้วย นั่งเกวียนขี่ควายได้ เมื่อยล้ามีบริการนวดไทยนวดเท้า หรือเด็กติดถ้ำดังทั่วโลก ไปพัฒนาพื้นที่ เขียนป้ายทำจุดเชื่อมสะพานเก็บค่าเข้า พัฒนาน้ำพุร้อนบริเวณใกล้เคียง ให้ชาวบ้านได้ใช้เป็นน้ำพุร้อนไฮเอนด์ มีที่อาบน้ำ รองรับนักท่องเที่ยวได้ทั้งไทยและต่างชาติ เป็นต้น

ห่วงนโยบาย พปชร.ทำประเทศเจ๊ง

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ร้านโพลาโพล่า ย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลุ่มก้าวต่อไปเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แถลงถึงแผนดำเนินการของกลุ่มฯ โดยนายณัฐวุฒิกล่าวว่า จากนี้จะจัดปราศรัยหลายเวทีหลังปิดหีบเลือกตั้งล่วงหน้าครึ่งชั่วโมงจะจัดปราศรัย ที่ จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 18 มี.ค. ที่ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ วันที่ 19 มี.ค. จ.สุโขทัย วันที่ 20 มี.ค.ที่ จ.สุรินทร์ นายจาตุรนต์ ฉายแสง กล่าวว่า การลงพื้นที่จะเน้นเสนอความจำเป็นหยุดสืบทอดอำนาจ คสช. ส่งเสริมพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สิ่งน่าเป็นห่วงคือ การที่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่พูดความจริงเรื่องเศรษฐกิจ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ยืนยันเศรษฐกิจดี ขณะที่การเสนอนโยบายประชานิยมของพรรคพลังประชารัฐต่างหากที่เสนอนโยบายที่จะส่งผลเสียกับเศรษฐกิจ ถ้าทำตามจะเกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจยิ่งกว่า 5 ปีที่ผ่านมา เช่น ราคาพืชผลเกินจริงต้องใช้เงินหลายแสนล้าน นโยบายเพิ่มค่าแรงสูงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เอกชนอาจรับไม่ได้ จะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของคนชั้นกลางและภาคเอกชนให้รู้สึกว่าระบบพรรคการเมืองกำลังจะทำให้ประเทศเสียหาย ทั้งที่เกิดจากการแทรกแซงครอบงำจากผู้ทำรัฐประหาร

“เสรีพิศุทธ์” ฟุ้งคนเบื่อแล้ว ปชป.

ที่ จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร พรรคหาเสียง โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า แม้ จ.สุราษฎร์ธานีเป็นพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่ไปมาหลายจังหวัด คนเริ่มเบื่ออยากเปลี่ยน ตนเป็นคนพูดจริงทำจริง ไม่โกหกเพื่อเอาคะแนน ผู้สมัครของพรรคอาจใหม่ แต่จากที่ตนพูดผ่านโซเชียลให้ประชาชนรับทราบมาหลายปี มีคนเข้าชมถึง 200 ล้านวิว แล้ว พอจะเป็นคะแนนให้ผู้สมัครในทุกเขตได้ นโยบาย ของพรรคประชาชนได้ประโยชน์จริง เช่น ให้มีที่ดินทำกิน ค้าขายได้ ให้เด็กเรียนฟรีจนจบปริญญาตรี ปลดหนี้ กยศ. ยกเลิกเกณฑ์ทหารเปลี่ยนเป็นรับสมัคร บัตรประชาชนใบเดียวรักษาฟรีในโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศ

เลขาฯ สรส.เชียร์ปรับค่าแรง

ส่วนความเห็นของภาคผู้ใช้แรงงานเกี่ยวกับนโยบายปรับขึ้นค่าแรงงานขั้นต่ำนั้น วันเดียวกัน นายสาวิทย์ แก้วหวาน เลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงถือว่าดีกว่าไม่ปรับขึ้นไปเลย เพราะทุกรัฐบาลไม่สามารถควบคุมราคาสินค้าและค่าอุปโภคบริโภคต่างๆได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายของประชาชนสูงตามไปด้วย จึงเห็นว่าเหมาะสมที่มีการแข่งขันในการดูแลค่าครองชีพประชาชน และอยากให้รัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาเป็นในอนาคต เข้าไปดูแลควบคุมราคาสินค้า น้ำมัน ขนส่งต่างๆ ทั้งหมดคือลูกโซ่ที่เชื่อมโยงกัน และอยากให้รัฐดูแลให้ความรู้เทคโนโลยีทักษะฝีมือให้แรงงานเพิ่มขึ้น ตอบสนองนายจ้างได้ดีขึ้น ช่วย ให้เศรษฐกิจเดินหน้า

แต่ห่วงฝาก รบ.คุมราคาสินค้าพุ่ง

นายศักดา มังคะลี ประธานที่ปรึกษาสหภาพ แรงงานรัฐวิสาหกิจการเคหะแห่งชาติ (ก.ค.ช.) กล่าวว่าการผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้ได้ 400-425 บาทว่าหากดูภาพรวมแล้วขอบอกว่าโอเค จะเป็นสัญญาประชาคมของพรรคพลังประชารัฐมาเป็นรัฐบาลแล้วต้องทำ แต่คงต้องมาดูกันอีกว่าหากแรงงานอยู่ได้ ผู้ประกอบการธุรกิจจะอยู่ได้หรือไม่ค่อนข้างน่าเป็นห่วง มี 2 ด้านทั้งได้และเสีย ขอให้มองอย่างรอบด้านจะดีที่สุด อยากฝากให้ควบคู่ค่าครองชีพของประชาชนที่เพิ่มสูงมากจะดีกว่าหรือไม่ หากขึ้นค่าแรงขึ้นเงินเดือนแล้วแต่ค่าครองชีพขึ้นตามเท่ากับไม่ได้ประโยชน์ มีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่า เมื่อข้าราชการปรับเงินเดือนค่าครองชีพจะเพิ่มสูงขึ้นมากเช่นกัน

นายจ้างหยันแค่ลมปากทำไม่ได้จริง

นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ค้าและบริการเครื่องอุปโภค บริโภค หนึ่งในคณะกรรมการ (บอร์ด) ค่าจ้าง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า การปรับค่าจ้างขั้นต่ำสูงถึง 400-425 บาท เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว สภาพเศรษฐกิจยังไม่เอื้อให้ค่าจ้างสูงขนาดนั้น ถ้ามองย้อนไปปี 2554 ที่พรรคเพื่อไทยมีนโยบายปรับค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ ตอนนั้นทำได้จริงเพราะเป็นรัฐบาลพรรคเดียว แต่นายจ้างก็ย่ำแย่ไปนาน ยุคนั้นมีการใช้อำนาจทางการเมืองบีบบังคับแทรกแซงคณะกรรมการ (บอร์ด) ค่าจ้าง ทั้งที่บอร์ดต้องเป็นอิสระ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่รัฐบาลพรรคเดียวแน่นอน เป็นเพียงการหาเสียงพูดเกทับกันเท่านั้น ตามหลักวิชาการทำจริงไม่ได้ ยกเว้นแต่ว่าได้เข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วใช้อำนาจแทรกแซงเหมือนในอดีต ยังไม่รู้ว่าหากเข้ามาเป็นรัฐบาล จะใช้อำนาจทางการเมืองแทรกแซงบอร์ดค่าจ้างอีกหรือไม่ เพราะในเมื่อพูดอะไรไว้ ก็ต้องทำให้ได้

“บิ๊กตู่” ขออดทนอย่าให้ 5 ปีทำมาล้ม

สำหรับภารกิจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง นายกฯพร้อมคณะได้ลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.เชียงราย และ จ.แพร่ โดยขึ้นเครื่องบิน Casa C-295W ของกองทัพบกไปยัง จ.เชียงราย เข้าสักการะอนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อ.เมือง แล้วไปที่มหาวิทยาลัยวัยที่สาม นครเชียงราย ศูนย์กลางการเรียนรู้และจัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ โดยนายกฯกล่าวว่า รัฐบาลนี้ทำมาหลายอย่างขอให้หาให้เจอ พยายามใช้เงินอย่างประหยัดสิ่งที่ทำมา 5 ปี ขอให้สานต่ออย่าให้มันล้ม จากนั้นนายกฯไปเยี่ยมชมการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยวัยที่สาม ร่วมสีซอถ่ายรูปกลุ่มชนเผ่า พร้อมบอกว่า “อย่าดราม่านะ” และทำมือเป็นสัญลักษณ์ไอเลิฟยูตบไปที่หัวใจส่งไปให้ชาวบ้าน

ชี้ค่าแรงยังคุยอยู่แค่ 330 บาท

จากนั้นนายกฯเดินทางต่อไปยังศาลากลาง จ.เชียงราย ติดตามการดำเนินงานเรื่องไม้มีค่าป่าชุมชน คนอยู่กับป่า เป็นสักขีพยานพิธีมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน พร้อมกล่าวกับชาวบ้านที่มาต้อนรับกว่า 2 หมื่นคน โดย พล.อ.ประยุทธ์ อู้คำเมืองทักทายว่า “ถึงตั๋วจะบ่ใจ้คนแรกของหัวใจ แต่ความฮู้สึกที่หื้อไป ก็มากกว่าไผตี้ผ่านมา รักทุกคนเหมือนเดิม “ฮักแต้ๆ” “ฮักข่ะหนาด” (รักมากๆ) ก่อนมอบนโยบายตอนหนึ่งถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำต้องพิจารณารอบคอบ จะขึ้นเฉพาะคนไทยไม่ได้ ต้องขึ้นให้แรงงานต่างประเทศที่ทำในไทยด้วย ไม่เช่นนั้นจะผิดกติกาสากล ค่าแรงขั้นต่ำคณะกรรมการ 3 ฝ่ายยังพิจารณาอยู่จาก 300 บาทเป็น 330 บาท การบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่บริษัท ใครจะเก่งกว่าใครไม่รู้ ต้องสร้างให้ทุกคนจำไว้ประเทศไม่ใช่บริษัทจะมาเรียกค่าต๋งไม่ได้ จากนั้นจึงไปเป็นประธานพิธีเปิดสะพานข้ามแม่น้ำกก พักกินข้าวกลางวัน

ลต.ผิดเลือกคู่ชีวิตผิดคิดจนตัวตาย

ต่อมาเวลา 14.30 น. นายกฯและคณะเดินทางมายัง จ.แพร่ โดยเปลี่ยนใช้รถโตโยต้าอัลพาร์ด ทะเบียน กค 289 แพร่ ไปสนามกีฬา อบจ.แพร่ อ.เมืองเป็นสักขีพยานมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน และสักขีพยานมอบสมุดประจำตัวผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาลในลักษณะแปลงรวมให้ราษฎร โดยนายกฯเปลี่ยนมาใส่เสื้อม่อฮ่อม พร้อมระบุว่าเพิ่งรักษาตามายังเจ็บอยู่ แต่ต้องมาเพราะรักและคิดถึงคนแพร่ “มาเยือนเมืองแป้ มาแลประชา เพราะฮักจึงมา มาหา ฮักนะๆ” ซึ่งรักนายกฯเช่นเดียวกันหรือไม่ จะรักกันจริงหรือไม่จริงวันที่ 24 มี.ค.รู้กัน อย่าเลือกตั้งผิด เปรียบเหมือนการแต่งงาน เลือกคู่ชีวิตผิดคิดจนตัวตาย ตายซ้ำตายซาก

จากนั้นนายกฯได้ยกตัวอย่างพันท้ายนรสิงห์ว่าสะท้อนภาพยอมตายเพื่อรักษากติกา ขณะที่บางคนอย่าว่าแต่ยอมตาย ติดคุกยังไม่ยอมเลย ประชาชนต้องพิจารณารอบคอบให้ได้ ส.ส.ที่มีคุณภาพได้รัฐมนตรีและรัฐบาลเข้มแข็ง ตอนท้ายนายกฯได้คว้าไมโครโฟนร้องเพลง “คนดีไม่มีวันตาย” ของธีร์ ชัยเดช เชิญชวนขอให้ช่วยกันร้อง โดยนายกฯระบุตอนหนึ่งว่า “เป็นคนดีแล้วจะรวย คนดีไม่มีวันตายเชื่อผม” จากนั้นนายกฯได้เดินทางกลับ กทม.

“ป๋าเปรม” ใช้สิทธิกาบัตรล่วงหน้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 17 มี.ค. เวลา 09.00 น. พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ จะไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่โรงเรียนสุโขทัย ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กทม. ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกภายหลังมีกระแสข่าวว่า พล.อ.เปรมป่วยเข้ารักษาตัวโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าหลายครั้ง ส่วน พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. รวมถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองทัพจะเดินทางไปเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. ปีนี้กำลังพลส่วนใหญ่ของกองทัพบกทั่วประเทศจะเดินทางไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งนี้ ผบ.ทบ.เน้นย้ำให้กำลังพลไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยในวันเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 17 มี.ค. และวันเลือกตั้งจริงวันที่ 24 มี.ค.ต้องอยู่ภายนอกคูหาเลือกตั้งเท่านั้น ห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการขนย้ายหีบบัตรหรือการนับคะแนน ป้องกันข้อกล่าวหาโกงเลือกตั้ง

กกต.สัปดาห์หน้าชัดคุณสมบัติ “บิ๊กตู่”

ที่โรงเรียนบ้านบางกะปิ นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจเยี่ยมการเตรียมพร้อมจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งกลางโรงเรียนบ้านบางกะปิ และโรงเรียนมัธยมบ้านบางกะปิ ที่มีผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าสูงอันดับ 1 ของ กทม. 61,401 คน โดยนายอิทธิพรกล่าวว่าหลังปิดหีบไปรษณีย์ไทยจะส่งเจ้าหน้าที่มารับบัตรขนไปยังบริษัทไปรษณีย์ไทย หลักสี่ มีกรรมการคัดแยกเป็นตัวแทน กกต. กรมการกงสุลและบริษัทไปรษณีย์ไทยเข้าร่วม จากนั้นจัดส่งไปยังเขตเลือกตั้งเพื่อเปิดนับพร้อมกันวันที่ 24 มี.ค. ถ้าผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตไม่มาใช้สิทธิวันที่ 17 มี.ค.ถือว่าเสียสิทธิไม่สามารถไปใช้สิทธิวันที่ 24 มี.ค.ได้ ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯของ พล.อ.ประยุทธ์เข้าสู่การพิจารณาของ กกต.แล้ว เพื่อให้มีข้อคิดเห็นทางกฎหมายเพิ่มเติมรอบคอบ จึงเสนอให้ที่ปรึกษากฎหมายของ กกต.พิจารณา คาดว่าสัปดาห์หน้าจะทราบความชัดเจน

จี้บอกที่มาเงินนโยบายประชานิยม

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า วันที่ 18 มี.ค. เวลา 13.00 น. จะไปยื่นเรื่องต่อ กกต.ขอให้สั่งทุกพรรคดำเนินการให้ถูกต้องตามมาตรา 57 พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง ขณะนี้พรรคส่วนใหญ่มีนโยบายหาเสียงลักษณะการใช้เงิน แจกเงิน เข้าข่ายเป็นนโยบายประชานิยม เช่น การขึ้นค่าแรง 400-425 บาท ปริญญาตรี 18,000-20,000 บาท เบี้ยคนชรา 1,800 บาท ข้าวหอมมะลิตันละ 18,000 บาท ต้องใช้จ่ายเงินจึงต้องบอกวงเงินและที่มาของเงิน ความคุ้มค่าและประโยชน์การดำเนินนโยบาย และผลกระทบความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตัดสินใจ

“ศรีสุวรรณ” ขู่ฟ้องให้ ลต.เป็นโมฆะ

“แต่ที่ผ่านมาพรรคการเมืองส่วนใหญ่ไม่ดำเนินการตามมาตรา 57 อาจสุ่มเสี่ยงให้ประเทศไทยล้มเหลวเหมือนประเทศเวเนซุเอลาได้ ดังนั้น กกต.ต้องออกคำสั่งให้พรรคการเมืองดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายในเวลาที่ กกต.กําหนดก่อนลงคะแนนเลือกตั้ง หากใครไม่ปฏิบัติตามคําสั่ง กกต.มีโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท และปรับวันละ 10,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ยังมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หาก กกต.เพิกเฉยต่อการบังคับให้พรรคการเมืองปฏิบัติตามกฎหมาย อาจทำให้การเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.ไม่สุจริต สมาคมฯอาจพิจารณาฟ้องร้องขอให้ศาลสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะต่อไป” นายศรีสุวรรณกล่าว

คนไทยในคุนหมิงตื่นตัวเข้าคูหา

ที่สถานกงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง มณฑลยูนนาน ประเทศจีน มีการจัดเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักร ตามที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนแจ้งความจำนงไว้กับ กกต. มี น.ส.นิธิวดี มานิตกุล กงสุลใหญ่ ณ นครคุนหมิง พร้อมเจ้าหน้าที่สถานกงสุลคอยอำนวยความสะดวก มีคนไทยและนักศึกษาไทยที่มาเรียนในเมืองคุนหมิงและใกล้เคียง ในพื้นที่มณฑลยูนนาน มณฑลกุ้ยโจว และมณฑลหูหนาน รวมทั้งที่อื่นๆที่ลงทะเบียนไว้หลายร้อยคนทยอยเข้าใช้สิทธิกันอย่างคึกคัก ตั้งแต่เปิดหีบเลือกตั้งเวลา 09.00 น. และปิดหีบเลือกตั้งเวลา 16.00 น.

น.ส.นนทิกา ครองสินทรัพย์ อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยยูนนาน นอร์มอล เมืองคุนหมิง กล่าวว่ามาใช้สิทธิพร้อมเพื่อนคนไทยทุกคน ตื่นตัวกันมาก เนื่องจากเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในรอบเกือบ 8 ปี ตั้งใจเลือกผู้สมัครและพรรคที่ชื่นชอบ ดูจากนโยบายเป็นหลัก อยากได้คนดีคนรุ่นใหม่ที่ตั้งใจจริงเข้าไปพัฒนาบ้านเมือง

ป.ป.ช.แจ้งข้อหา 3 ชินวัตรจีทูจีลอต 2

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าเมื่อเร็วๆนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลอตสอง ได้แจ้งคำสั่งของคณะอนุกรรมการไต่สวนส่งไปยังผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้รวม 71 ราย มีชื่อนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ เพื่อแจ้งว่า กำลังจะถูกไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหาในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นการเริ่มต้นกระบวนการไต่สวนที่ถูกพาดพิง เป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายผลสอบสวนการระบายข้าวแบบจีทูจีลอตแรกที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ จำคุกเป็นเวลา 42 ปี และ ป.ป.ช.ได้ขยายผลสอบสวนอย่างต่อเนื่อง กระทั่งโยงไปถึง 3 พี่น้องตระกูลชินวัตร

อ่านข่าวล่าสุด เจาะลึกข้อมูลเลือกตั้ง 2562

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้