บินเหนือนกหัสดีลิงค์ ประชาชนนับแสนแน่นงาน ‘พิธีพระราชทานเพลิง’ เพิ่มเรือไปลอยอังคารศิษยานุศิษย์โศกเศร้าร่วมงานพระราชทานเพลิงศพ “หลวงพ่อคูณ” คลื่นมหาชนนับแสนเนืองแน่นเข้าไม่ถึงเมรุลอย แต่ไม่หวั่นแม้ยืนตากแดดก็ยอมขอร่วมงาน เริ่มพิธี กรรมโบราณทายาทนางสีดายิงศรปักอกนกหัสดีลิงค์ฯ พร้อมเผาไปกับสรีระหลวงพ่อคูณ วันที่ 30 ม.ค. เตรียมพิธีลอยอังคาร ที่ จ.หนองคาย ส่วนที่วัดบ้านไร่ คณะกรรมการจัดงานพร้อมกับ มข.ลูกศิษย์ศรัทธาแห่แน่นวัดบารมีหลวงพ่อคูณยิ่งใหญ่ ศิษยานุศิษย์เรือนแสนเข้ากราบสักการะสรีรสังขารตั้งอยู่ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เจ้าหน้าที่เคลื่อนหีบศพไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพที่ ณ ฌาปนสถานเมรุชั่วคราววัด หนองแวง พระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น จากนั้นในวันที่ 30 ม.ค.จะนำเถ้าอัฐิไปลอยอังคารลงแม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามคำสั่งในพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณ สาธุชนกราบลาหลวงพ่อคูณคลื่นมหาชนจากทั่วสารทิศต่างหลั่งไหลเข้ากราบลาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประชาชนรวมไปถึงคนในครอบครัวของครูใหญ่ทั้ง 647 ร่าง ร่วมกันตักบาตรในช่วงเวลา 07.00 น. วางดอกไม้จันทน์ และกราบลาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าหน้าที่เปิดให้ประชาชนกราบลาสรีระหลวงพ่อคูณถึงเวลา 12.00 น. เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายหีบศพสรีระหลวงพ่อคูณไปประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ ที่ฌาปนสถานเมรุชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง ทำให้บรรยากาศในช่วงเช้าการจราจรติดขัดยาวเหยียด โดยเฉพาะถนนมิตรภาพ และถนนมะลิวัลย์ “เจ้าคุณธงชัย” แสดงธรรมเทศนาต่อมาเวลา 08.45 น. พระพรหมมังคลาจารย์ (ธงชัย ธัมฺมธโช) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 8 ผู้ช่วย เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพฯ แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ มีเนื้อหาว่า หลวงพ่อคูณเป็นบุคคลสูงส่ง เป็นครูบาอาจารย์สั่งสอนสาธุชนมาตลอดชีวิต ถือว่าเป็นผู้มีอันประเสริฐยิ่งสูงสุด สร้างคุณงามความดีอย่างมหาศาล ด้วยการฝากธรรมคำสั่งสอนให้กับลูกหลานปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ แม้ครบวาระของความเป็นธรรมชาติไปแล้ว ยังเป็นครูใหญ่อันยิ่งใหญ่ ที่เป็นกุศลอุทิศร่างกายให้ความรู้กับนักศึกษาแพทย์ มข. นำความรู้ ความสามารถไปช่วยเหลือด้านสาธารณะต่อไป ส่วนการที่สาธุชนมาร่วมกันจุดนี้ มาด้วยความศรัทธา นำคำสอนไปใช้ในชีวิตจะเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ส่งให้กับหลวงพ่อคูณ ทั้งนี้ หลวงพ่อคูณท่านเป็นครูใหญ่จนวินาทีสุดท้ายศิลปินขับกล่อมเพลงโคราชเวลา 09.30 น. พิธีสวดมาติกาบังสุกุล พิธีทอดผ้าบังสุกุล และถวายภัตตาหารเพล พร้อมการแสดงเพลงโคราชของอาจารย์กำปั่น บ้านแท่น ศิลปินมรดกอีสาน (เพลงโคราช) เป็นเพลงที่หลวงพ่อคูณชอบ เป็นเพลงขับร้องโต้ตอบกันไปมา พัฒนามาเป็นการแสดงพื้นบ้านของชาว จ.นครราชสีมา สืบทอดกันมาเป็นเวลายาวนาน พ่อเพลงแม่เพลงขับกล่อมเป็นเรื่องราวคุณงามความดีของหลวงพ่อคูณ สร้างบารมีแผ่ไพศาล ประชาชนเคารพรักทั่วประเทศ เพื่อเชิดชูยกย่องเป็นเทพแห่งแดนอีสาน เจ้าหน้าที่ประกอบพิธีต่างๆให้ประชาชนเข้าร่วมพิธีอย่างเนืองแน่น ล้นออกมาภายนอกอาคารพ่อเมืองขอนแก่นยึดตามพินัยกรรมด้านนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การดำเนินงานตามขั้นตอนต่างๆนั้น มข.ประสานการทำงานร่วมกับทางจังหวัด และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้งานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ และครูใหญ่หลวงพ่อคูณนั้น เป็นไปตามลำดับขั้นตอนประเพณีอีสาน และเป็นไปตามพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณกำหนดไว้ ในภาพรวมทุกคน และทุกฝ่ายตั้งใจทำงานเพื่อให้งานออกมาสัมฤทธิผลที่สุด ภายหลังพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณเสร็จสิ้น ในช่วงเวลา 05.00 น. วันที่ 30 ม.ค. อัฐิธาตุของครูใหญ่หลวงพ่อคูณ จะไหลลงสู่โลงสเตนเลสอยู่ด้านล่างสุดของเตาเผา กำหนดบุคคลสำคัญ 4 คน ทำหน้าที่ปลดล็อกกุญแจ เพื่อนำโลงบรรจุอัฐิไปลอยอังคารที่ จ.หนองคายห่วง ปชช.ตักน้ำแย่งอัฐินายสมศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ จ.หนองคาย บริหารจัดการพื้นที่ร่วมกับกองทัพเรือ ตชด.และตำรวจน้ำ หวังว่าจะไม่มีสาธุชนทั้งจากฝั่งไทย และ สปป.ลาว จะเข้ามาแย่งตักน้ำนำอัฐิ ข้าวตอก และดอกไม้ไปบูชาหลังเสร็จสิ้นพิธี เพราะนอกจากจะเกิดอันตรายแล้ว ยังไม่เหมาะสม ท่านสั่งเสียไว้ในพินัยกรรม เชื่อมั่นว่าทุกคนจะให้ความเคารพ และให้เกียรติหลวงพ่อคูณ เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหารัก และเคารพอยู่ทั่วทั้งโลก เพื่อให้อัฐิลอยอังคารลงสู่แม่น้ำโขง ตามที่ท่านสั่งเสียไว้ในพินัยกรรม มข.เผยขั้นตอนเคลื่อนสรีรสังขารรศ.นิยม วงศ์พงษ์คำ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข. เปิดเผยถึงขั้นตอนหลังจากที่เคลื่อนสรีรสังขารหลวงพ่อคูณถึงเมรุชั่วคราว ว่า ทันทีที่ขบวนรถมาถึงเมรุชั่วคราว ตามประเพณีผู้สร้างนกหัสดีลิงค์เทินบุษบก จะเป็นผู้ที่ไปรับสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณคล้ายกับการเชิญเข้าบ้าน ตนจะพาทีมช่างนกหัสดีลิงค์ฯ และผู้ที่รับผิดชอบในงานภาคพิธีกรรม รับสรีรสังขารของหลวงพ่อคูณจากรถมายังเตาเผา เจ้าหน้าที่จะยกโลงเข้ามาบริเวณด้านหน้าของตัวนก เลี้ยวขวาและขึ้นสะพานพญานาค จากนั้นเดินวนซ้ายและเข้าสู่ตัวทางปีกขวา เมื่อเข้าไปแล้วเป็นหน้าที่ของคณะแพทยศาสตร์ที่จะเปิดกุญแจที่ล็อกเตาเผา เพื่อนำโลงที่บรรจุสรีรสังขารของหลวงพ่อนั้นบรรจุเข้าไป โลงของหลวงพ่อคูณอยู่ในลำดับชั้นโลงที่ 2กำหนดผู้ถวายเพลิง 5 คนคณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มข.กล่าวอีกว่า เมื่อสรีรสังขารหลวงพ่อบรรจุเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่พิธีการต่างๆทั้งการวางดอกไม้จันทน์ การทอดถวายผ้าบังสุกุล จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนของการฆ่านกหัสดีลิงค์ตามขนบ การรำสังสการ และการขอขมาสรีรสังขารของหลวงพ่อเป็นลำดับขั้นตอนสุดท้าย พิธีการดังกล่าวทั้งหมดที่กำหนดมานั้นจะเสร็จสิ้นประมาณเวลา 19.15 น. เพื่อให้คณะทำงานเคลียร์พื้นที่ เพื่อที่จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพระราชทานเพลิงในเวลา 22.15 น. ตามที่กำหนด เมื่อถึงเวลา พระเถรานุเถระที่ทรงสมณศักดิ์สูงสุดในงานจะจุดไฟในเตาเผา จากนั้นผ่านไป 20 นาที จะเป็นการถวายเพลิงตามประเพณีอีสาน มข.กำหนดผู้ที่จะถวายเพลิงแล้ว 5 คน ประกอบด้วย ผวจ.ขอนแก่น ผวจ.นครราชสีมา ผวจ.หนองคาย อธิการบดี มข. และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข.ห้ามเข้าไปเก็บของในพิธีรศ.นิยมกล่าวต่ออีกว่า หลังจากการถวายเพลิงในลำดับขั้นตอนต่างๆแล้วเสร็จ นกหัสดีลิงค์ฯจะเผาไหม้ไปพร้อมกับสรีรสังขารของหลวงพ่อคูณ คณะทำงานนั้นไม่สามารถคาดการณ์ว่าเพลิงจะลุกไหม้มากน้อยเท่าใด หรือเปลวไฟจะไปในทิศทางใด ดังนั้น ในช่วงของการเคลียร์พื้นที่ จำเป็นต้องกั้นประชาชนออกนอกฌาปนสถานแห่งนี้ ในช่วงเช้าเมื่อเพลิงสงบลงแล้ว คณะทำงานจากคณะแพทยศาสตร์ มข. ที่รับผิดชอบ 4 คน จะเปิดกุญแจโลงบรรจุอัฐิของหลวงพ่อคูณเพื่อเคลื่อนไปลอยอังคารที่ จ.หนองคาย ทันที เมื่อขบวนเชิญอัฐิของหลวงพ่อออกจากฌาปนสถานไปแล้ว มข.จะนำโรงเรือนตะแกรงขนาดใหญ่มาวางครอบจุดถวายเพลิงไว้อย่างแน่นหนา มีเจ้าหน้าที่ รปภ.ประจำตลอดทั้ง 24 ชม. ห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในบริเวณเด็ดขาด ดังนั้น ประชาชนพยายามจะเข้ามาเก็บสิ่งของต่างๆในช่วงของพิธีกรรม เชื่อว่าเป็นของมงคลนั้น ไม่สามารถที่จะทำได้ เพราะทั้งหมดจะถูกส่งมอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ มข. เพื่อใช้บรรจุในอนุสรณ์สถานของหลวงพ่อคูณ จัดสร้างขึ้นตามลำดับต่อไป ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุญาตใช้สถานที่ของราชพัสดุ คาดไม่เกิน 3 ปี อนุสรณ์ของหลวงพ่อคูณน่าจะแล้วเสร็จ 9 วันเข้ากราบสรีระ 1 ล้านคนรศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับพุทธศาสนิกชน คณะศิษยานุศิษย์ รวมไปถึงผู้ที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาในครูใหญ่หลวงพ่อ เดินทางมาร่วมเข้าวางดอกไม้จันทน์และกราบลาสรีรสังขารหลวงพ่อคูณ ตั้งแต่วันที่ 21-29 ม.ค. รวมทั้งสิ้น 1 ล้านคน ส่วนเงินบริจาคของประชาชนร่วมทำบุญกับหลวงพ่อคูณ ตั้งแต่วันที่ 21-28 ม.ค. จำนวน 38,058,799 บาท ม.ขอนแก่น จัดทำหนังสือที่ระลึกทั้งหมด 3 แบบ ประกอบด้วยหนังสือที่ระลึก จะทำแจกเฉพาะญาติครูใหญ่ ทำเป็นประจำทุกปี ผลิตจำนวน 800 เล่ม หนังสืออาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มเล็กจำนวน 44 หน้า ผลิตจำนวน 300,000 เล่ม หนังสืออาจาริยานุสรณ์ พระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เล่มใหญ่ 100 หน้า ผลิตจำนวน 5,000 เล่ม เพื่อแจกแขกสำคัญพระราชทานเพลิงครูใหญ่ 647 ร่างต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์ กาญจนาภิเษก มข. นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เป็นประธานในพิธีทอดผ้าบังสุกุล พร้อมจุดธูปเทียนอัญเชิญไฟพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายแด่ครูใหญ่พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และครูใหญ่รวม 647 ร่าง มี รศ.พิพัฒน์พงษ์ แคนลา รองคณบดีฝ่ายกายภาพและสภาพแวดล้อม เป็นผู้อัญเชิญไฟพระราชทาน จากนั้น พล.ต.มิตรอนันต์ จิตรโสภา ผู้แทนพระองค์ เข้าวางดอกไม้จันทน์ประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุเคลื่อนสรีระหลวงพ่อคูณเวลา 14.00 น. คณาจารย์ มข. พร้อมศิษยานุศิษย์ เคลื่อนสรีรสังขารครูใหญ่หลวงพ่อคูณ ไปยังฌาปนสถานเมรุชั่วคราว วัดหนองแวงพระอารามหลวง ขบวนเคลื่อนออกจากศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก ด้านหลังอาคาร เริ่มจากผู้นำรูปถ่ายของหลวงพ่อคูณ รวมทั้งพัดยศต่างๆ ของหลวงพ่อคูณ เจ้าคุณธงชัย และพระสงฆ์ศิษย์ของหลวงพ่อคูณ นำหน้าหีบบรรจุสรีระหลวงพ่อคูณ สารวัตรทหาร 8 นายจากค่ายศรีนครินทร์ มณฑลทหารบกที่ 23 แบกหีบสรีระหลวงพ่อคูณ ขึ้นรถโบราณยี่ห้อดอดจ์ สีครีม ทะเบียน 4 น-1777 กรุงเทพมหานคร เคลื่อนออกจาก มข. เลี้ยวขวาไปตามถนนกัลปพฤกษ์ เข้าถนนมะลิวัลย์ ตรงไปยังสี่แยกสามเหลี่ยม เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-กาฬสินธุ์ เคลื่อนไปยังฌาปนสถานชั่วคราวรวมระยะทาง 16 กม. ใช้เวลา 45 นาที ระหว่างทางมีประชาชนมานั่งรอข้างทาง เพื่อส่งหลวงพ่อคูณไปสู่สรวงสวรรค์ พร้อมกับพนมมือ เปล่งเสียงสาธุ สาธุ สาธุ นอกจากนี้บางคนนำผ้า หรือเสื้อผ้ามาปูอยู่กลางถนน เพื่อให้รถขบวนสรีระหลวงพ่อคูณเหยียบเก็บไว้เป็นสิริมงคลตามความเชื่อ เจ้าหน้าที่โปรยทานให้ประชาชนเก็บไว้เป็นสิริมงคล ประชาชนเข้ามาแย่งกันเก็บเงินโปรยทานจำนวนมากฮือฮานกกระยางบินเหนือเมรุเวลา 14.59 น. ขบวนบรรจุสรีระหลวงพ่อคูณเคลื่อนถึงฌาปนสถานชั่วคราว เจ้าหน้าที่นำหีบบรรจุสรีระหลวงพ่อคูณเคลื่อนทางด้านซ้ายรอบนกหัสดีลิงค์ฯ 1 รอบ ก่อนจะนำเข้าสู่เตาเผาอยู่ในตัวของนกหัสดีลิงค์ฯ เข้าทางด้านหลังปีกขวาของนกหัสดีลิงค์ฯ ขณะนั้นมีฝูงนกกระยาง 50 ตัว บินวนเวียนเหนือนกหัสดีลิงค์ฯประมาณ 30 วินาที ก่อนจะบินจากไป สร้างความแปลกใจให้กับประชาชนที่มาร่วมงานกันอย่างมาก ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่านกเหล่านี้มาร่วมส่งหลวงพ่อคูณด้วย จองที่นั่งแดดร้อนไม่หวั่นสำหรับบรรยากาศประชาชนมาร่วมงาน ที่ ฌาปนสถานเมรุมาศ วัดหนองแวง พุทธมณฑลอีสาน ประชาชนและศิษยานุศิษย์หลั่งไหลเข้ามานับแสนคน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว เพื่อจับจองที่นั่งร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพหลวงพ่อคูณให้ใกล้ที่สุด ทำให้สภาพการจราจรด้านนอกเส้นทางเลี่ยงเมืองรถติดขัดยาวกว่า 1 กม. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประชาสัมพันธ์ให้ไปจอดรถที่จุดจอดรถเตรียมไว้เพื่อความสะดวก ด้าน น.ส.กำพร ทับมั่นวาร อายุ 39 ปี ชาว อ. ชุมแพ จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า เดินทางมาพร้อมญาติพี่น้องมาร่วมงาน แต่ไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ตนจะยืนอยู่ด้านนอกถึงแม้ว่าแดดจะร้อนก็จะทนจนถึงวินาทีสุดท้าย ในเวลาเผาสรีระหลวงพ่อคูณด้านนางสาวอภัสสร ผ่องใส อายุ 39 ปี ชาวบ้าน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เดินทางพร้อมด้วยครอบครัวมาร่วมงานเผาสรีระหลวงพ่อคูณ กล่าวว่า ต้องการให้เห็นกับตา และเป็นบุญวาสนา โดยเฉพาะบ้านอยู่ที่ อ.ด่านขุนทดได้ไปทำบุญ และฟังพระสวดที่วัดบ้านไร่ ตั้งใจมาร่วมงานเพื่อเป็นสิริมงคล น่าเสียดายที่ว่าไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่บริเวณรอบนอก จะขออยู่ตรงนี้จนถึงวินาทีสุดท้าย เผาร่างสรีระของหลวงพ่อคูณ ดึกแค่ไหนก็จะรอ“ตาเหน่ง” ห้อยหลวงพ่อคูณหนักคอนายกำพล หรือตาเหน่ง อภิบาลฤทัย อายุ 82 ปี ชาว อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปัจจุบันเก็บสะสมเหรียญ และพระหลวงพ่อคูณกว่า 300 องค์ ส่วนตัวเองที่ใส่สร้อยห้อยหลวงพ่อคูณ 5 องค์ มีน้ำหนักรวมประมาณ 1 กิโลกรัม 7 ขีด ใส่ห้อยมานานแล้ว 11 ปี เพราะศรัทธาในตัวท่าน สั่งสอนลูกหลานชาว อ.ด่านขุนทดให้ปฏิบัติอยู่ในศีลธรรม ด้านนางสุทิน สินโพธิ์ อายุ 73 ปี พร้อมด้วยญาติ 13 คน เดินทางมาจาก อ.เมืองอุดรธานี เดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ตีสอง เพื่อมาจับจองที่นั่งให้ใกล้ที่สุด ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนต้องมาร่วมงาน รักและศรัทธาหลวงพ่อคูณมาก ท่านสั่งสอนให้เป็นคนดีจัดทัพฆ่านกหัสดีลิงค์ขณะที่ น.ส.เมทินี หวานอารมณ์ อายุ 45 ปี ทายาทนางสีดารุ่นที่ 6 พร้อมด้วยมเหศักดิ์ ร่างทรงสายหลักเมืองอุบลราชธานี 20 องค์ ร่วมกันประกอบพิธีบวงสรวง ตั้งทัพก่อนออกเดินทางด้วยรถทัวร์เพื่อมุ่งหน้าที่ฌาปนสถานชั่วคราว วัดหนองแวง พระอารามหลวง ภายในเกาะกลางน้ำ ด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน อ.เมืองขอนแก่น เพื่อร่วมพิธีกรรมการฆ่านกหัสดีลิงค์ ตามพิธีกรรมโบราณในพิธีพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ การออกทัพไปร่วมพิธีในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่ต้องจารึกไว้ การเดินทางจะไม่หยุดพักจนกว่าจะไปเจอนกหัสดีลิงค์ เมื่อเจอแล้วทหารเอกที่ติดตามนางสีดาจะเดินวนขวารอบตัวนก 3 รอบ จากนั้นล่อนกก่อนชี้เป้าให้เจ้านางสีดายิงศรเข้ากลางอก ทหารเอกเข้าดึงศร และแทงซ้ำด้วยหอกดาบจนนกตาย ถ่ายออกมาเป็นผลไม้ ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธี แล้วต้องเดินทางกลับทันทีโดยไม่แวะพักที่ใดเช่นกัน นายกฯทอดผ้าไตรบังสุกุลต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ฌาปนสถานชั่วคราว รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. อ่านประวัติหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และเวลา 17.19 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ทอดผ้าไตรบังสุกุล เวลา 17.30 น. ผู้แทนพระองค์วางดอกไม้จันทน์ประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ลำดับต่อมาผู้แทนพระสงฆ์ 9 รูป และผู้มีเกียรติ 9 คนวางดอกไม้จันทน์ยิงศรฆ่านกหัสดีลิงค์ต่อมาเวลา 18.00 น. น.ส.เมทินี หวานอารมณ์ ทายาทผู้สืบเชื้อสายนางสีดารุ่นที่ 6 พร้อมด้วยมเหศักดิ์ ทหารเอก เครือญาติในร่างทรง 20 องค์ จัดทัพขบวนทหารเข้าไปยังเมรุลอยนกหัสดีลิงค์ ร่างทรงทำพิธีนำร่างนางสีดาเข้า น.ส.เมทินี แล้วถือธนูไม้และลูกดอก เดินร่ายรำเวียนซ้าย 3 รอบ แล้วยิงธนูปักอกฆ่านกหัสดีลิงค์ ตามมาด้วยขุนทหารเอก 3 คน ใช้หอก งาว แทงนกจนมีเสียงนกร้องขึ้นมา กระทั่งเสียงเงียบและตาหลับ แสดงว่านกหัสดีลิงค์ตายแล้ว ทหารเอกจะร้องไชโย 3 ครั้ง แม่สีดาดื่มน้ำมะพร้าวเป็นอันเสร็จพิธี และเชิญแม่สีดามานั่งเสลี่ยง จากนั้นร่างทรงเชิญนางสีดาออกจากร่างทายาทเป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นเจ้าหน้าที่จัดเตรียมสถานที่เพื่อพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณในเวลา 22.15 น. จัดพิธีจิตกาธานแทงหยวกที่ศาลาบำเพ็ญกุศลวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ร.ท.วสันต์ สุขสมบูรณ์ อดีตนายอำเภอด่านขุนทด เป็นประธานพิธีสวดพระอภิธรรม บำเพ็ญกุศล และวางดอกไม้จันทน์หุ่นขี้ผึ้ง สรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ มีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนเข้าร่วมพิธี ด้านนายทวัฒน์ชัย แสนประสิทธิ์ ประธานชมรมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน อ.ด่านขุนทด ไวยาวัจกร วัดบ้านไร่ เปิดเผยว่า การประกอบจิตกาธานแทงหยวก และประกอบบนโลงแก้วหุ่นขี้ผึ้งสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ เรียกว่าจิตกาธานเครื่องสด ออกแบบโดยพระปลัดสุชาติ สุชาโต วัดบ้านหลุง ต.สระจระเข้ อ.ด่านขุนทด ประกอบด้วยต้นกล้วยตานีสาว 32 ต้น ดอกกล้วยไม้สีขาวย้อมสีเหลืองเหมือนดอกคูน 92 กำ สำหรับทำมาลัยกลมอุบะไทยทรงเครื่องนอกจากนี้ ยังมีดอกรักขาวยังไม่บาน 32 กก. มะละกอดิบ 32 ลูก แกะเป็นดอกบัวตูมบัวบาน 92 ดอก มะละกอดิบ 9 ลูก แกะเป็นจระเข้บริวาร 8 ตัว และแกะเป็นจระเข้เผือก 1 ตัว เป็นหัวหน้า จระเข้คือหลวงพ่อคูณ เป็นพระที่มีวิชาอาคม ท่านเลี้ยงจระเข้ที่สระน้ำ ฟักทองแกะเป็นพญานาคพันเสา 2 ตน ใต้จิตกาธานที่วางหีบศพหลวงพ่อคูณ ประดับด้วยมะละกอที่แกะเป็นใบบัวและดอกบัว เนื้อมะละกอแกะเป็นสายน้ำ มีจระเข้ที่แกะสลักจากมะละกอ และเผือกแหวกว่าย 9 ตัว เป็นจิตกาธานที่ประกอบได้สวยงามมาก สมกับเป็นจิตกาธานของหลวงพ่อคูณวางดอกไม้จันทน์สรีระจำลองสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก วัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและวางดอกไม้จันทน์หุ่นขี้ผึ้งสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ ที่ศาลาบำเพ็ญกุศลวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน เข้าร่วมพิธีกว่า 10,000 คน ก่อนหน้านี้ ในช่วงบ่าย พระธรรมวรนายก ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด นครราชสีมา แสดงพระธรรมเทศนา และมีการแสดงหน้าเมรุ อาทิ การแสดงรำภูไทโบราณ การแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ตอนพระรามตามกวางและตอนยกรบขับเสภาประวัติ-คำสอนพ่อคูณก่อนเริ่มพิธีมีการขับเสภาประวัติและคำสอนของหลวงพ่อคูณ โดยนางไพเราะ ภูมิโคกรักษ์ ครู โรงเรียนบ้านท่าขี้เหล็ก นางจรัสพิมพ์ ลิปตพัลลภ มารดาของนายสุวัจน์ ได้บริจาคเงินให้วัดบ้านไร่ 2 แสนบาท มีพระภาวนาประชานาถ วิ.ที่ปรึกษาเจ้าคณะ ภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เป็นผู้รับมอบ จากนั้นเป็นการแสดงทักษิณานุปทาน ทอดผ้าไตรบังสุกุลชุดละ 4 คนรวมทั้งหมด 16 ชุด ก่อนประกอบพิธีครั้งสุดท้ายทุกคนยืนสงบนิ่ง นายสามารถ ขำโคกกรวด แสดงดนตรีแซกโซโฟนเพลงพญาโศก แล้ว นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานฝ่ายฆราวาสขึ้นทอดผ้ามหาบังสุกุล สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานฝ่ายสงฆ์ พิจารณาผ้ามหาบังสุกุล ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลและวางดอกไม้จันทน์หุ่นขี้ผึ้งสรีระ (จำลอง) หลวงพ่อคูณ ตามด้วยพระภิกษุสามเณรและพุทธศาสนิกชน ก่อนจะมีพิธีเผาจริงพร้อมกับที่ จ.ขอนแก่น ปรับริ้วขบวนเรือลอยอังคารขณะที่ น.ท.สุดทวิช เบญจจินดา หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย กล่าวว่า การซ้อมพิธีลอยอังคารอัฐิหลวงพ่อคูณเสมือนจริง พบว่าต้องปรับรูปแบบขบวนเรือใหม่ เดิมให้เรือของตำรวจน้ำ 1 ลำ และเรือตรวจคนเข้าเมือง 1 ลำ ลอยลำอยู่ด้านหลังองค์พระธาตุกลางน้ำ แต่พิจารณาใหม่ให้เรือของตำรวจน้ำเพิ่มเป็น 3 ลำ และเรือตรวจคนเข้าเมือง 1 ลำ เคลื่อนมาอยู่ด้านหน้าองค์พระธาตุ แต่ยังอยู่แนวหลังของเรือ ล.169 เป็นเรือหลัก ส่วนด้านหลังองค์พระธาตุจะให้มีเฉพาะเรือเอกชน 10 ลำ ลอยลำถัดกันไปเพื่อความสวยงาม รวมถึงการจัดระบบคลื่นวิทยุสื่อสารของเรือทุกลำให้คลื่นตรงกัน เพื่อง่ายต่อการสื่อสารของเจ้าหน้าที่ประจำเรือ การซ้อมเสมือนจริง พบว่าเมื่อเคลื่อนขบวนเรือจากท่าเทียบเรือ นรข. ลอยทวนน้ำขึ้นไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ด้วยความเร็ว 5 นอตต่อชั่วโมง จะใช้เวลา 45 นาที เมื่อลองเพิ่มความเร็วของเรือ ปรากฏว่าเกิดคลื่นน้ำหลายคลื่นเป็นอันตรายต่อเรือลำอื่นๆ ไม่สามารถเพิ่มความเร็วได้ ดังนั้น ความเร็วของเรือ ล.169 จะยังคงใช้ความเร็วอยู่ที่ 5 นอตต่อชั่วโมงตามเดิม พิธีการทั้งหมดใช้เวลา 2 ชั่วโมง ถือว่าการซักซ้อมเป็นที่น่าพอใจกำหนดการพิธีลอยอังคารสำหรับกำหนดการพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณ เวลา 07.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ขบวนนำอัฐิหลวงพ่อคูณ ออกจาก จ.ขอนแก่น มายังท่าเรือหน่วยรักษาความสงบ เรียบร้อยตามลำน้ำโขง จ.หนองคาย เวลา 09.00 น. ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พ่อค้าและประชาชน ร่วมพิธีนำอัฐิหลวงพ่อคูณวางบนแท่นสักการะ เวลา 12.00 น.นำอัฐิลงเรือเคลื่อนไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว เลี้ยวกลับยังพระธาตุกลางน้ำ วน 3 รอบ พระสงฆ์ 5 รูป สวดมาติกา ประธานพิธีโยนเหรียญ 9 เหรียญ (เหรียญ 10 บาท) และทำพิธีลอยขันธ์ 5 ลอยพวงมาลัย 1 พวง จากนั้นประธานทำพิธีลอยอังคารหลวงพ่อคูณ ลงแม่น้ำโขง บริเวณพระธาตุกลางน้ำ โปรยข้าวตอก ดอกไม้ ถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานกรวดน้ำเป็นอันเสร็จพิธี ถวายเพลิงจริง “หลวงพ่อคูณ”ล่าสุดเวลา 22.15 น. พิธีถวายเพลิงจริงสรีรสังขารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) ณ ฌาปนสถานชั่วคราววัดหนองแวง พระอารามหลวง ณ บริเวณด้านหลังพุทธมณฑลอีสาน จังหวัดขอนแก่น มีผู้ถวายเพลิงประกอบด้วยเจ้าคุณธงชัย พระครูศรีปริยัติวิสุทธิ์ รองเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา พระครูคชสารวรานุสิฐ หรือหลวงพี่กอล์ฟ เจ้าอาวาสวัดหนองหัวช้างชัยรังสี เจ้าคณะตำบลด่านนอก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา จากนั้นนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น รศ.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มข. ได้ยิงลูกหนูเผานกหัสดีลิงค์ฯ ขณะที่บรรยากาศมีท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งไม่มีเมฆปกคลุม แสดงให้เห็นถึงท้องฟ้าเป็นใจเพื่อให้หลวงพ่อคูณไปสู่สรวงสวรรค์อย่างราบรื่น ท่ามกลางเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วบริเวณพุทธมณฑลอีสาน พร้อมเปล่งเสียงสาธุ สาธุหลังจากพิธีถวายเพลิงจริงเสร็จสิ้น ประชาชนต่างพากันเบียดเสียดออกห่างไปนกหัสดีลิงค์ฯให้มากที่สุด ด้วยเปลวไฟที่ลุกไหม้รุนแรง จนเจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้ทหารคอยดูแลรักษาความเรียบร้อยรอบเมรุ ให้ประชาชนออกห่าง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ต้องคอยฉีดน้ำเลี้ยงตลอดเวลา เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายจากเปลวไฟ