วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"เนื้องอกโพรงมดลูก" ต้นเหตุ....มีบุตรยาก

"เนื้องอกโพรงมดลูก" ต้นเหตุ....มีบุตรยาก

  • Share:

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่า 30-40% ของผู้หญิงมีโอกาสที่จะมีเนื้องอกที่มดลูก และอาจส่งผลถึงภาวะการมีบุตรยาก ท้องแล้วแท้งได้

พญ.รุ่งทิวา กมลเดชเดชา สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการผ่าตัด ผ่านกล้องทางนรีเวช ศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า ถ้าเปรียบมดลูกมีลักษณะเหมือนผลชมพู่ การเกิดเนื้องอกในมดลูกส่วนใหญ่จะมีอยู่ 3 ตำแหน่ง คือ เนื้องอกบริเวณผิวนอกผนังมดลูก, เนื้องอกในเนื้อมดลูกหรือในผนังมดลูก และ เนื้องอกในโพรงมดลูก

“ปัจจัยสำคัญที่ผู้หญิงหลายคนอาจจะมองข้าม แต่ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนที่ต้องการจะมีบุตรแต่ไม่สามารถที่จะตั้งครรภ์ได้ ก็คือ การมีเนื้องอกในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นที่ฝังตัวของตัวอ่อน” คุณหมอรุ่งทิวาบอก พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า เนื้องอกที่โพรงมดลูกเป็นจุดสำคัญที่ขัดขวางการฝังตัวของตัวอ่อนและเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของตัวอ่อนขณะตั้งครรภ์

“ผลจากการมีเนื้องอกที่โพรงมดลูก หลักๆเลยคือมีบุตรยาก ท้องแล้วแท้ง เนื่องจากเนื้องอก ส่งผลให้โพรงมดลูกผิดรูป หรือถ้าท้องก็มักมีปัญหา เนื่องจากเนื้องอกไปแย่งพื้นที่ในตำแหน่งที่เลือดไปหล่อเลี้ยง ทำให้เด็กมี ภาวะโตช้าในครรภ์ได้”

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเนื้องอกในโพรงมดลูก คุณหมอรุ่งทิวา บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน แต่ที่แน่ๆคือ ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิงมีส่วนกระตุ้นทำให้เกิดเนื้องอกได้สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ อธิบายว่า เนื้องอกหรือก้อนที่พบในมดลูกของผู้หญิงมีทั้งที่เป็นลักษณะของติ่งเนื้อ เป็นก้อนเนื้องอกและเป็นก้อนเล็กๆหลายก้อนกระจายไปทั่วในโพรงมดลูก

อาการที่บ่งบอกของเนื้องอกโพรงมดลูก มีหลายลักษณะอาการ คุณหมอรุ่งทิวา บอกว่า คนไข้ที่มาพบแพทย์และตรวจพบว่ามีเนื้องอกโพรงมดลูก ส่วนใหญ่จะมาด้วยอาการเลือดจาง ประจำเดือนมามาก ประจำเดือนมีลิ่มเลือด ประจำ เดือนมาเกิน 1 สัปดาห์หรือนานผิดปกติ ปวดท้องประจำเดือนรุนแรง เลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่มีประจำ เดือน ปัสสาวะบ่อย ฯลฯ

“มีหลากหลายอาการมากที่คนไข้จะมาพบแพทย์ บางคนไม่เคยมีอาการเลย แต่พอมาตรวจพบว่ามีภาวะโลหิตจาง ซึ่งอาจเกิดจากการเสียเลือดประจำเดือนมาก และที่แน่ๆคือ กลุ่มที่มีบุตรยาก พยายามอย่างไรก็ไม่ท้อง” คุณหมอรุ่งทิวา บอกและว่า ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์อายุ 25-40 ปี มีโอกาสเป็นเนื้องอกในโพรงมดลูกได้ทั้งนั้น แต่ที่เสี่ยงสูงกว่า คือ กลุ่มคนที่มีภาวะอ้วน เนื่องจากไขมันใต้ผิวหนังสามารถเปลี่ยนเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ไปกระตุ้นให้โพรงมดลูกให้หนาตัวขึ้น

การตรวจวินิจฉัยว่าเป็นเนื้องอกโพรงมดลูกหรือไม่ คุณหมอรุ่งทิวา บอกว่า ทำได้ด้วยการส่องกล้องตรวจโพรงมดลูก ที่เรียกว่า Hysteroscopy เป็นการตรวจที่ช่วยให้แพทย์เห็นสภาพภายในโพรงมดลูกอย่างชัดเจน เพื่อวินิจฉัยและรักษาได้ถูกต้อง

ถามว่า เนื้องอกโพรงมดลูก ถ้าไม่รักษาจะอันตรายหรือไม่...

สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ บอกว่า ความรุนแรงของเนื้องอกโพรงมดลูก หากไม่รีบรักษาโดยเร็วอาจส่งผลให้ท้องยาก แท้งง่าย คลอดก่อนกำหนด การฝังตัวของรกผิดตำแหน่ง ตกเลือดหลังคลอด

การรักษาเนื้องอกโพรงมดลูก สามารถทำได้โดยการผ่าตัดเนื้องอกผ่านกล้องทางช่องคลอด ซึ่งปัจจุบันสามารถผ่าตัดส่องกล้องที่เรียกว่า MIS- Minimal Invasive Surgey ซึ่งนอกจาก จะแผลเล็กแล้ว คนไข้ยังฟื้นตัวได้เร็ว ลดภาวะแทรก ซ้อนจากการติดเชื้อ กลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 1 สัปดาห์

“หลังผ่าตัดผู้ป่วย จะต้องคุมกำเนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนกลับมามีบุตร บางคนพอผ่าตัดเสร็จไม่นาน ตั้งครรภ์เลย แสดงให้เห็นว่าที่ไม่ท้องมาก่อนหน้านี้ เพราะมีเนื้องอกไปขวางอยู่ ในโพรงมดลูก” คุณหมอรุ่งทิวาบอก พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มว่า โรคนี้แม้จะผ่าตัดแล้ว แต่ก็อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นใหม่ได้อีก แนะนำว่า ในคนที่ต้องการมีบุตรควรตรวจอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอดกับสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจดูเนื้องอกโพรงมดลูกในช่วงที่ไข่กำลังโตแต่ยังไม่ตก นั่นคือวันที่ 12 ของการมีรอบเดือน นับจากวันแรกที่มีรอบเดือนเพื่อผลการตรวจที่แน่ชัด

สำคัญที่สุด ผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปไม่ควรละเลยการตรวจภายในเป็นประจำทุกปีเด็ดขาด

สุดท้าย...เมื่อถามว่า วิตามิน ต่างๆที่คุณผู้หญิงนิยมรับประทานกันมีผลต่อการเกิดเนื้องอกโพรงมดลูกหรือไม่ คุณหมอรุ่งทิวา บอกว่า ถ้าเป็นวิตามินทั่วไปอาจไม่มีผล แต่ถ้าวิตามินหรืออาหารเสริมเหล่านั้น มีส่วนผสมของฮอร์โมนเอสโตรเจน...ก็อาจมีความเสี่ยงต่อการที่ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะไปกระตุ้นให้เกิดเนื้องอกได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้