คาดหลบหนีน้ำขึ้นที่สูง ขนหุ่นยนต์-โดรนช่วย“หน่วยซีล” ดำน้ำลุยเข้าถึงจุด “พัทยาบีช” ในห้องโถงใหญ่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ยังไม่พบเงานักฟุตบอลและโค้ชทีม “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ทั้ง 13 ชีวิต คาดเดินลึกเข้าไปด้านในก่อนหลบขึ้นที่สูงหนีน้ำท่วม ขณะที่หน่วยงานกู้ภัยเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ แต่เจอฝนตกหนักต่อเนื่องเติมน้ำเข้ามาตลอดเวลา มท.1 บินลงพื้นที่ให้ความเชื่อมั่นกับผู้ปกครองเชื่อเด็กๆยังปลอดภัยดี แถมมีสัญญาณบวกหลังเจอ 2 ปล่องเหนือถ้ำที่อาจเชื่อมไปถึงภายในถ้ำได้ ส่งหุ่นยนต์ดำน้ำ-โดรนอินฟราเรดช่วยอีกแรง ด้านเพื่อนร่วมทีมหมูป่าฯ อ้างกลุ่มนักเตะเตรียมเสบียงและอุปกรณ์เข้าผจญภัยในถ้ำ มั่นใจทุกคนเอาตัวรอดได้เพราะเคยเข้าถ้ำ แล้วหลายรอบผ่านไปแล้วกว่า 3 วัน เยาวชนนักเตะ “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ทีมฟุตบอลนักเรียน อายุระหว่าง 11-16 ปี จากหลายโรงเรียนในพื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย จำนวน 12 คน และโค้ชผู้ฝึกสอน รวม 13 คน ติดค้างอยู่ใน “ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน” ต.โป่งผา อ.แม่สาย เพราะน้ำป่าทะลักท่วมปิดทางเข้าออกปากถ้ำ แม้ทุกภาคส่วนจะระดมกำลังค้นหาสุดความสามารถ แต่ยังไม่พบกลุ่มนักเรียนดังกล่าว การกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะระดับน้ำในถ้ำขึ้นสูง กระแสน้ำไหลเชี่ยวและขุ่นมัว ขณะที่พ่อแม่ผู้ปกครองที่มาเฝ้ารอบุตรหลานหน้าปากถ้ำด้วยความห่วงใย ต้องพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ โดยมีกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศคอยลุ้นเอาใจช่วยให้ผู้สูญหายทั้งหมดปลอดภัยในถ้ำยังมีน้ำสูง–ฝนเติมซ้ำปฏิบัติการช่วยเหลือนักเตะเยาวชนทีม “หมูป่าฯ” เริ่มขึ้นอีกครั้งตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 26 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมประชุมปรับแผนการทำงานหลังจากตลอด 2 วันที่ผ่านมา นักประดาน้ำได้ดำน้ำหาทาง เข้าสู่ส่วนลึกด้านในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมสูงปิดทางเข้าออก แต่ยังไม่ประสบผลสำเร็จเพราะภายในถ้ำมีความสลับซับซ้อน ช่องทางเข้าเล็กและแคบ แม้เจ้าหน้าที่จะติดตั้งและเดินเครื่องสูบน้ำเร่งพร่องน้ำออกจากถ้ำตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา แต่ระดับน้ำในถ้ำยังไม่ลดลงเพราะมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง มีน้ำไหลเข้ามาเติมในถ้ำ ตลอดเวลา สภาพน้ำขุ่นมัวมาก มีดินโคลนไหลปะปนมากับกระแสน้ำด้วย กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการดำน้ำของหน่วยซีล กองทัพเรือ ที่จะต้องดำน้ำลึกถึง 5 เมตร เป็นระยะทางยาวหลายร้อยเมตร เพื่อหาทางเข้าไปยังจุดห้องโถงใหญ่ หรือพัทยาบีช ลักษณะเป็นเนินทรายขนาดใหญ่ จุดที่คาดว่ากลุ่มผู้สูญหายหนีน้ำขึ้นไปหลบพักอยู่ หากพบตัวยังต้องประเมินจุดพักที่กว้างพอรอลำเลียงทั้ง 13 คนออกมาฮ.บินหาช่องทางเข้าบนเขาขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ ตำรวจตระเวนชายแดน ทหาร และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครหลายหน่วยงาน จะร่วมกันลาดตระเวนด้านบนภูเขา แบ่งจุดทางฝั่งทิศเหนือและทิศใต้ เพื่อค้นหาจุดที่เป็นปล่อง หรือโพรงช่องว่างที่จะพอจะสามารถหย่อนอาหารลงไปด้านล่าง ตามคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะพบเจอหรือไม่ ตชด.จะนำเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินสำรวจช่องทางอื่นเพื่อหาช่องทางใหม่เข้าไปในถ้ำ โดยต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะเวลาทุกนาทีมีค่ากับชีวิตของทั้ง 13 คน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังสั่งปิดวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าทำงานได้สะดวกขึ้นยอมน้ำท่วมหากช่วยเด็กได้ที่หนองน้ำพุบ้านจ้อง หมู่ 1 ต.โป่งผา อ.แม่สาย อยู่ห่างจากถ้ำหลวง ราว 1 กม. ตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ใช้รถสูบส่งระยะไกล 3 คัน ที่สามารถสูบน้ำได้ 50,000 ลิตรต่อนาที เร่งสูบน้ำในหนองน้ำดังกล่าวที่มีเนื้อที่กว่า 30 ไร่ ระบายออกไปตามคลองส่งน้ำ ลงไปตามแม่น้ำสาขาจากลำห้วยแม่ไร่ และแม่น้ำแม่คำอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากหนองน้ำพุเป็นแอ่งน้ำที่รับน้ำจากสายน้ำใต้ดินจากถ้ำหลวง กระทั่งช่วงสายระดับน้ำในหนองน้ำลดลงกว่า 1 เมตรแล้ว ขณะที่นายช่างชลประทานจังหวัดลำปางเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังดีเซล และเครื่องสูบน้ำระบบไฟฟ้า ขนาดท่อดูด 16 นิ้ว ระบายออก 12 นิ้ว เตรียมเสริมการสูบน้ำอีก 3-4 เครื่อง และพร้อมเดินเครื่องในช่วงบ่ายวันนี้ โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างดี บอกว่าแม้น้ำจะท่วมพืชสวนไร่นาบ้าง ไม่เป็นไร ขอเพียงเข้าไปช่วยเด็กๆได้เร็วขึ้น ทำพิธีเรียกขวัญลูกหลานส่วนที่ปากทางเข้าถ้ำหลวงฯ ในช่วงเช้าวันเดียวกัน บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองและญาติๆที่มาเฝ้ารอด้วยความเป็นห่วง ได้ร่วมประกอบพิธีฮ้องขวัญ หรือเรียกขวัญ ตามความเชื่อแบบโบราณของชาวล้านนา มีการยกยอ พร้อมสวดภาวนา และตีฆ้อง ตีกลอง ส่งเสียงให้คนในถ้ำรับรู้ว่ามีคนตามหา รวมถึง ขอให้เจ้าป่าเจ้าเขาและเจ้าแม่นางนอนเปิดทางให้เด็กๆและโค้ชออกมาอย่างปลอดภัย พร้อมขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้การค้นหาของเจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จ ครอบครัวของ 13 ชีวิตที่หายตัวไปในถ้ำ ต่างจดจ่อรอคอยด้วยความเครียด หวังให้ลูกหลานกลับคืนสู่อ้อมอกโดยเร็ว หลายคนไปตะโกนเรียกชื่อลูกหลานที่ปากถ้ำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สร้างความสะเทือนใจอย่างมากมือมืดแฮ็กเฟซบุ๊กขอบริจาคด้านนางรัตน์ดาว ทาพูล มารดา ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 ร.ร.แม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 1 ในผู้ติดอยู่ในถ้ำหลวง เปิดเผยว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา เฟซบุ๊กตัวเองถูกแฮ็กเข้ามาและโพสต์ข้อความขอรับบริจาคเงินในการช่วยเหลือครอบครัว ยืนยันว่าครอบครัวไม่ได้เปิดรับบริจาคเงินแต่อย่างใด ผู้พบเห็นอย่าหลงเชื่อ ขณะนี้ได้เปลี่ยนรหัสและลบข้อความดังกล่าวออกไปแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องการบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย ได้ตั้งจุดบริจาคของหน่วยงานราชการ 2 จุด ที่บริเวณองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งผา ถนนพหลโยธิน และที่บริเวณ จุดสกัดชั่วคราว บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา ซึ่งเป็นเส้นทางไปยังวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ทั้งนี้เพื่อความสะดวก และกันประชาชนไม่ให้เข้าไปในจุดที่กำลังปฏิบัติการค้นหา มีประชาชนนำอุปกรณ์สนับสนุนการช่วยเหลือ เช่น ไฟฉาย ถ่านไฟฉาย รองเท้าบูต เสื้อกันฝน และยากันยุง ไปบริจาคจำนวนมาก ทีมหมูป่าเคยเข้าถ้ำหลายครั้งเช้าวันเดียวกัน บริเวณหน้าถ้ำหลวง นายแปง บัวหลวง อายุ 15 ปี และนายพงษ์ พรมมา อายุ 15 ปี เพื่อนนักเรียนที่อยู่ในทีมฟุตบอล “หมูป่าอะคาเดมีแม่สาย” ได้ลาครูขอหยุดเรียนมาเฝ้าดูการปฏิบัติงานค้นหาเพื่อนๆที่ยังติดค้างอยู่ในถ้ำ พร้อมเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือ โค้ชเอก ผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า และเป็นคนคุมทีมฝึกสอนในวันเกิดเหตุ เคยพานักฟุตบอลเข้าไปสำรวจในถ้ำหลวงมาแล้ว 3-4 ครั้ง แต่ช่วงที่เข้าไปสำรวจเป็นช่วงหน้าแล้ง สามารถเดินเข้าไปจนสุดปลายทางได้และพบว่าเป็นทางตัน พวกตนยังได้สลักสัญลักษณ์ทีม คำว่า ff ตามด้วยชื่อ เพื่อแสดงว่าได้เข้ามาถึงจุดดังกล่าวแล้ว ส่วนเหตุผลที่พากันเข้าไปในถ้ำเพราะต้องการพิสูจน์ความกล้าของตัวเอง และอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร เส้นทางไปได้ไกลแค่ไหน ที่ผ่านมาใช้เวลาในการเดินทางไป-กลับราวครึ่งวันเตรียมอุปกรณ์ยังชีพไปด้วยนายแปงและนายพงษ์ เล่าอีกว่า เพื่อนร่วมทีมทั้ง 12 คนและโค้ชเอกได้นัดแนะกันมาก่อนแล้วว่า หลังจากฝึกซ้อมฟุตบอลเสร็จในช่วงเที่ยงวันที่ 23 มิ.ย. จะเข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวงอีกครั้ง และเตรียมอุปกรณ์จำเป็นในการเดินถ้ำอย่างเช่น ไฟฉาย น้ำ อาหาร รวมถึงเชือก และสเปรย์สีขาว เข้าไปด้วย แต่ครั้งนี้ตนไม่ได้เข้าไปด้วย เพราะไม่ได้ขี่จักรยานมาและนัดให้แม่ขับรถมารับ อย่างไรก็ตาม กลุ่มเพื่อนที่ติดค้างในถ้ำมีบางคนเคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงมาแล้วหลายครั้ง และค่อนข้างมีความชำนาญเส้นทาง เชื่อว่าเพื่อนทุกคนยังมีชีวิตอยู่ และจะสามารถเอาตัวรอดออกมาได้อย่างปลอดภัย เพราะทุกคนเป็นนักกีฬาร่างกายแข็งแรง แต่ตอนนี้อาจติดน้ำที่ท่วมปิดทาง ทั้งหมดน่าจะอยู่ช่วงโถงใหญ่ห้องที่ 2 เลยจุดพัทยาบีช หรืออาจอยู่ในพื้นที่สูงด้านในเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าข้างในมีอากาศให้หายใจได้ มท.1 ชี้เริ่มมีสัญญาณบวกที่ดีเวลา 09.30 น. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ในฐานะ ผบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พร้อมคณะ เดินทางมาถึงถ้ำหลวง เพื่ออำนวยการ แก้ปัญหาและให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน โดยให้ความมั่นใจว่าในช่วงสายของวันนี้น่าจะเจอตัวผู้สูญหาย ส่วนปัญหาเรื่องเครื่องสูบน้ำที่มีควัน อาจทำให้อากาศภายในถ้ำลดน้อยลงนั้น พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ต้องดูที่หน้างานก่อนเครื่องสูบน้ำมีหลายรูปแบบ เช่น เครื่องสูบน้ำไฟฟ้า และจะต้องใช้เครื่องสูบน้ำที่มีความเหมาะสมกับพื้นที่ รวมถึงเสริมไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การค้นหาผู้สูญหาย ขณะนี้กำลังลากสายไฟฟ้าเป็นระยะทางยาวกว่า 3 กม.เข้าไป เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขสถานการณ์ ขอให้ญาติใจเย็นๆ ขณะนี้เริ่มมีสัญญาณบวกที่ดีในการช่วยเหลือแล้ว เชื่อว่ากลุ่มผู้สูญหายน่าจะอยู่ในจุดห้องโถงใหญ่ ห่างจากจุดสามแยกจุดดำน้ำจุดแรกไปประมาณ 1.5 กม. และมั่นใจว่าเด็กๆทุกคนยังปลอดภัยดี ส่งหุ่นดำน้ำดำสำรวจถ้ำด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จำนวน 13 คน นำโดยนายสว่างทิตย์ ศรีกิจสุวรรณ หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ ได้นำหุ่นยนต์ดำน้ำ 1 เครื่อง และโดรนติดกล้องตรวจจับความร้อนบินสำรวจ 2 ลำ เดินทางโดยเครื่องบิน C-130 ไปยัง จ.เชียงราย เพื่อเข้าร่วมภารกิจค้นหาผู้สูญหายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน นายสว่างทิตย์กล่าวว่า ภารกิจครั้งนี้จะใช้ยานสำรวจใต้น้ำ ดำน้ำลงไปเพื่อนำร่องสำรวจสภาพภายในถ้ำ เปิดทางให้นักประดาน้ำสามารถเข้าไปในพื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น ยานสำรวจใต้น้ำตัวนี้สามารถส่งสัญญาณได้ระยะ 100 เมตร ด้วยการใช้เซ็นเซอร์ส่งสัญญาณโซนาร์สำรวจสภาพและขนาดของถ้ำ ทำงานได้ต่อเนื่อง 2-3 ชั่วโมง เบื้องต้นวางแผนปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ไว้ 3 วัน ยอมรับว่าสภาพพื้นที่ที่มีลักษณะเป็นถ้ำและดินโคลนใต้น้ำ อาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน แต่ก็จะทำอย่างเต็มที่พบโพรงทางทิศใต้ปลายถ้ำที่ศูนย์ปฏิบัติการธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี นายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ นักธรณีวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูลทางธรณีวิทยาสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อหาทางเข้าออกถ้ำหลวงทางอื่นนอกเหนือจากปากถ้ำ โดยนำข้อมูลผังหรือเส้นทางภายในถ้ำ ทั้งของไทยและต่างประเทศที่ทำไว้ มาประกอบกับภาพถ่ายดาวเทียม จัดทำเป็นแบบจำลองสามมิติ เพื่อกำหนดจุดที่คาดว่าจะพบปล่องที่เชื่อมต่อไปยังเส้นทางภายในถ้ำได้ โดยเฉพาะบริเวณจุดตัดระหว่างแนวถ้ำและรอยแตกของภูเขา มีสัญญาณที่ดีพบช่องหรือโพรงบริเวณทางทิศใต้ของปลายถ้ำ เจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปสำรวจพบเจอโถงกว้าง สันดอนทราย และแอ่งน้ำ มีความ เป็นไปได้ที่อาจจะเชื่อมต่อกันไปถึงจุดพัทยาบีช ที่อยู่ห่างจากปากถ้ำ 3 กม. เจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์และเสบียงเพิ่มเติมเพื่อเดินเท้าเข้าไปสำรวจแล้วโดรนอินฟราเรดบินถ่ายภาพนายชัยพรกล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ประสานทีมบินโดรนถ่ายภาพอินฟราเรด หรือจับความร้อนได้ในเวลากลางคืนให้บินสำรวจเพิ่มเติม เนื่องจากกลางคืนตัวถ้ำหรือหินจะมีความเย็น หากมีช่องหรือโพรงไอน้ำจะลอยตัวขึ้นมาปะทะความเย็น เกิดการควบแน่น มีโอกาสเจอปล่องได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามจากประสบการณ์นักธรณีวิทยาเป็นห่วงเรื่องอากาศหายใจ เพราะบริเวณโพรงที่ตัน จะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณสูง แต่การที่ถ้ำมีน้ำสามารถไหลผ่านแปลว่ายังคงมีอากาศ ดังนั้นการหายใจอาจอึดอัดบ้างแต่สามารถหายใจได้เจอปล่องลึกเชื่อมทางเข้าถ้ำผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายเจ้าหน้าที่ ตชด. และเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ที่เดินเท้าลาดตระเวนบนดอยผาหมี ด้านบนยอดเขาเหนือถ้ำหลวง พบปล่องลึกประมาณ 90 เมตร คาดว่าน่าจะอยู่เหนือจุดพัทยาบีช จึงทดลองหย่อนอาหารลงไปพบว่าสิ่งของไหลไปตามน้ำได้ แต่เนื่องจากเชือกที่โรยอาหารลงไปนั้นสั้นเกินไป ต้องกลับมาวางแผนอีกครั้ง เพื่อให้เจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปในปล่องดังกล่าว นายอดิศักดิ์ บูรณ์ศรี ทีมกู้ภัยกรมอุทยานฯกล่าวว่า ปากทางปล่องไม่ได้ใหญ่มาก ขนาดเท่ากับคนคนเดียว ยังไม่สามารถโรยตัวลงไปได้ ทำได้เพียงหย่อนขนมและน้ำดื่มลงไป 13 ถุง หวังว่าอาหารที่หย่อนลงไปตามน้ำ อาจจะไหลไปช่วยเด็กๆประทังความหิวได้ และรู้ว่าเจ้าหน้าที่กำลังเร่งช่วยเหลืออยู่เปิด รพ.สนามเตรียมพร้อมนพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรักษาพยาบาล หากสามารถช่วยเหลือนักเตะเยาวชนและโค้ชทั้ง 13 คน ออกมาจากถ้ำหลวงได้สำเร็จ ว่า ได้เปิดโรงพยาบาลสนามที่จุดเกิดเหตุ ขนาด 10 เตียง พร้อมระดมแพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ทางการแพทย์มาร่วมดูแล 24 ชั่วโมง โดยก่อนอื่นต้องดูร่างกายโดยรวม ดูการหายใจว่าขาดออกซิเจนขาดน้ำหรือไม่ ลำดับแรกต้องปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสิ่งที่พบก่อน เช่น การให้สารน้ำทางเลือด น้ำเกลือ ให้ออกซิเจน จากนั้นติดตามอาการอื่นๆ เช่น มีการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจ ปอดบวม ปอดอักเสบหรือไม่ ซึ่งมีโอกาสเสี่ยงสูงเนื่องจากอยู่ในถ้ำที่มีอากาศอับชื้นและอุณหภูมิต่ำ รวมไปถึงดูแลเรื่องโภชนาการด้วย เนื่องจากขาดอาหารมา 4 วันแล้ว จะเน้นการให้สารน้ำให้พลังงานกลูโคส เป็นต้นหวั่นเด็กๆติดเชื้อ-ปอดบวมเมื่อถามถึงกระแสกังวลว่าอาจมีภาวะไฮโปเธอร์เมียที่อุณหภูมิร่างกายลดลงต่ำกว่า 35 องศาเซลเซียสอย่างรวดเร็ว นพ.ทศเทพกล่าวว่า หากพิจารณาจากอุณหภูมิภายในถ้ำ และอากาศที่เย็นและอับชื้น ถือว่ามีโอกาสเสี่ยงอยู่ แต่น้อยมากสำหรับภาวะไฮโปเธอร์เมีย ที่น่ากังวลกว่าคือภาวะปอดบวม ปอดติดเชื้อ ที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่า ส่วนเรื่องการดูแลสภาพจิตใจครอบครัวของผู้พลัดหลงในถ้ำ ขณะนี้มีทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤติ (MCATT) จากพื้นที่เข้าไปดูแลแล้ว ประกอบด้วย จิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช นักจิตวิทยา เพื่อดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวผู้ประสบเหตุที่จุดเกิดเหตุ โดยดูแลมาแล้ว 2 วัน ยังไม่พบอาการซึมเศร้า ทีมสุขภาพจิตพยายามให้คำแนะนำและให้กำลังใจให้มีความหวังในการค้นหา สื่อทั่วโลกเกาะติดสถานการณ์สำนักข่าวทั่วโลกทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ ไปจนถึงเว็บไซต์บีบีซี อัลจาซีรา และนิตยสารไทม์ ต่างรายงานเกาะติดความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือ ทีมฟุตบอลเด็กนักเรียนไทยและโค้ชรวม 13 คน ที่เชื่อว่าติดค้างอยู่ในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย โดยระบุว่าบรรยากาศความกังวลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 3 วัน มีการระดมทีมนักประดาน้ำหน่วยซีล กองทัพเรือไทยเข้าช่วยเหลือ แต่สภาพน้ำท่วมภายในถ้ำทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก พร้อมรายงานอ้าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่ากลุ่มผู้สูญหายยังมีชีวิตรอดอยู่ภายในถ้ำดังกล่าว ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทางภาคเหนือของประเทศไทย ที่มีความยาวมากกว่า 6 กม.“บิ๊กตู่” ถึงไทยรีบถกช่วย 13 ชีวิตผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 12.00 น. ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง หลังเสร็จสิ้นภารกิจกลับจากการเยือนอังกฤษ และฝรั่งเศส ได้เรียกผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารและตำรวจ ประชุมด่วนที่ห้องรับรอง กองบิน 6 เพื่อรับทราบรายงานความคืบหน้าในการช่วยเหลือนักฟุตบอลและโค้ช 13 คน ที่ติดในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย จากนั้น เวลา 15.00 น. ที่พระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พล.อ.ประยุทธ์ เข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 91 พรรษา ช่วงหนึ่งที่สมเด็จพระสังฆราชสนทนาธรรมกับนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการหายตัวไปของนักฟุตบอลและโค้ชว่า รู้สึกไม่สบายใจ ได้มอบหมายให้ รมว.มหาดไทย ไปดูแลในการตามหาตัวแล้ว ทุกหน่วยช่วยกันน่าจะสำเร็จได้ด้วยดีส่งหน่วยซีลลุยค้นหา 24 ชม.ช่วงค่ำวันเดียวกัน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจกู้ภัยว่า ยืนยันเด็กยังปลอดภัย ขณะนี้หน่วยซีลทำงานยากมากระดับน้ำขึ้นสูงและเป็นดินโคลน รวมถึงออกซิเจนมีเวลาจำกัด เข้าไปได้สักระยะต้องออกมา แต่ไม่ต้องกังวล เจ้าหน้าที่เร่งทำงานตลอด 24 ชม. ตอนนี้ทั้งอุปกรณ์และกำลังพล พร้อมเข้าช่วยเหลือเต็มที่ในทุกภาคส่วน เพื่อช่วยให้หน่วยซีลทำงานง่ายขึ้น จะเร่งปั๊มน้ำอย่างเต็มกำลัง หากน้ำลดหน่วยซีลจะเข้าไปได้ลึกขึ้น อีกหนึ่งช่องทางช่วยเหลือคือ การเดินเท้าลาดตระเวนโดยรอบ และชุดลาดตระเวนพบช่องทางบนหน้าผาที่คาดว่าจะเข้าไปภายในถ้ำได้ หากเข้าไปถึงตัวเด็กไม่ว่าจะช่องทางใดก็ตาม จะรีบเข้าช่วยเหลือดูแลเด็กก่อนที่จะลำเลียงออกมาอย่างแน่นอน เชื่อมั่นเด็กทุกคนปลอดภัยพล.อ.อนุพงษ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของปล่องที่พบล่าสุด มีแนวทางว่าจะพยายามไปที่หน้าผานี้ให้ได้ แต่ต้องตรวจสอบรายละเอียดก่อนจะส่งเจ้าหน้าที่ลงไป เนื่องจากเป็นแนวหุบเขา อาจเป็นเรื่องยากที่เฮลิคอปเตอร์จะลงจอด แต่เป็นอีกแนวทางที่ดี แต่จากการดูพิกัดที่พบปล่องนั้น เป็นจุดที่ใกล้กับที่คาดการณ์ว่าเด็กจะอยู่ตรงจุดนั้น อย่างไรก็ตาม ได้พูดคุยกับผู้ปกครองถึงสถานการณ์วันนี้เกี่ยวกับรายละเอียดในการเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ ยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์เชื่อมั่นว่าทุกคนปลอดภัย แต่เราไม่ได้รอเวลา พร้อมช่วยเหลือ 24 ชม. จะไม่ถอนกำลัง คาดว่าพรุ่งนี้จะเข้าไปบริเวณปล่องที่พบล่าสุดให้เร็วที่สุด ขอเป็นกำลังใจให้กัน อย่าท้อแท้ชาวบ้านส่งแรงใจให้ทีมกู้ภัยที่บริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยว วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ชาวบ้านจำนวนมากร่วมกันนำอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นเพื่อบำรุงร่างกาย มามอบให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานกู้ภัย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการค้นหา 13 ชีวิตที่ยังติดค้างอยู่ในถ้ำ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดทั้งวัน ขณะเดียวกัน ทีมสิงห์อาสา โดยบริษัท บุญรอด-บริวเวอรี่ จำกัด และมูลนิธิพระยาภิรมย์ภักดี นักศึกษาเครือข่ายสิงห์อาสาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย และตัวแทนจำหน่ายสิงห์พายัพ เดินทางลงพื้นที่ ถ้ำหลวง นำน้ำดื่มจำนวน 5,000 ขวด มอบให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือทีมฟุตบอลเยาวชนหมูป่าอะคาเดมีแม่สาย จากนั้นทีมสิงห์อาสาพร้อมชมรมร้านอาหาร จะร่วมกันทำข้าวกล่องแจกจ่ายให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ผบ.ซีลสั่งลุยแบบนันสต็อปน.อ.อนันต์ สุราวรรณ์ ผบ.กรมรบพิเศษที่ 1 หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (หน่วยซีล) เผยว่า ในวันนี้หน่วยซีลได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไปให้ใกล้กับจุดที่สามารถนำอุปกรณ์ไปพักไว้ได้ การแบ่งทีมออกเป็น 2 ทีม ชุดแรกเริ่มทำงานไปแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า และมีอีกหนึ่งชุดที่จะคอยสนับสนุนช่วยส่งอุปกรณ์ช่วยเหลือเพิ่มเติม โดยวางแผนว่าจะทยอยขนถังออกซิเจน น้ำ อาหาร และอุปกรณ์ช่วยเหลืออื่นๆ เคลื่อนย้ายนำไปวางเป็นจุดๆ ขยับไปข้างหน้าเรื่อยๆ และจะปฏิบัติการแบบไม่หยุดพักเพื่อแข่งกับเวลาตลอด 24 ชม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนทีมสนับสนุนมี ตชด.32 และทหาร มทบ.37 นำกำลังมาสนับสนุนปฏิบัติการในถ้ำหลวง 1 ชุด ช่วยขนอุปกรณ์และสนับสนุนหน่วยซีล พร้อม ลากสายไฟยาวกว่า 3 กม. เพื่อเพิ่มแสงไฟส่องสว่าง ถึงจุดพัทยาบีชแต่ไม่เจอตัวผู้สื่อข่าวรายงานในช่วงค่ำวันเดียวกันว่า มีรายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากเจ้าหน้าที่หน่วยซีล พยายามดำน้ำเข้าๆออกๆในจุดที่เลยจุดสามแยกมาแล้วทั้งวัน ซึ่งต้องฝ่าฝันผ่านบริเวณที่มีระดับน้ำสูง 5-7 เมตร และกระแสน้ำไหลเชี่ยว กระทั่งสามารถเข้าไปจนถึงบริเวณพัทยาบีช จุดที่คาดว่าทั้ง 13 คนอยู่ตรงนั้น เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปถึงปรากฏว่าไม่พบเด็กและโค้ชทั้ง 13 คน คาดอาจจะเดินลึกเข้าไปด้านในถ้ำ เพื่อหนีน้ำที่ท่วมสูงขึ้น ขณะเดียวกันนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่เด็กจะเดินออกไปทางเส้นทางป่า ที่เป็นหลังเต่าทั้งหมดยังคงมีความหวังอยู่ คือบริเวณปากปล่องที่พบล่าสุด และเตรียมส่งเจ้าหน้าที่โรยตัวลงไปสำรวจ เชื่อว่าอาจจะเป็นช่องทางการรอดของทั้ง 13 ชีวิตก็เป็นได้