วันเสาร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

RANGER ฅนเหนือฅน EP.4 ทรมาน ฮา น้ำตาไหล ‘เชลยศึก’ ฝึกสุดโหดเหี้ยม

ทรมานเจียนตาย ลูกผู้ชายจู่โจม
โรมรันกัดฟันสู้ หวังเป็นผู้พิชิตชัย
ว่องไวดุจสายฟ้า แกร่งกล้าสละชีวิต
ท้าทายทุกภารกิจ ลิขิตชีวิตคนหัวเสือ...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์

ทีมข่าวขอเปิดเรื่อง ด้วยคำการันตีจากพวกเราทีมข่าวว่า “รายงานพิเศษ RANGER ฅนเหนือฅน EP.4” ที่ท่านกำลังเปิดอ่านอยู่ ณ ขณะนี้ ถือเป็นเรื่องราวของชาวจู่โจม ศูนย์การทหารม้า ที่ครบทุกรสชาติ ทั้ง “ทรมาน ตลกฮา แกร่งกล้า น้ำตาไหล!” และทีมข่าวยังขอการันตีอีกหนึ่งสิ่งว่า เรื่องราวต่อจากนี้ ถูกเปิดเผยโดยละเอียดที่นี่ ที่แรก!

และนี่คือ “ภาคป่าที่ราบ”...
ระยะเวลา 19 วันสำหรับภาคป่าที่ราบ เรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของการฝึกนักเรียนจู่โจม รุ่นที่ 51 เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะแวดวงของเหล่าผู้กล้าทุกหน่วยทุกแขนง พวกเขาต่างรู้ดีว่า ภาคป่าที่ราบนั้น มี “ปัญหาเชลยศึก” ถูกบรรจุเอาไว้ในการฝึกภาคดังกล่าวด้วย

นักเรียนจู่โจมหลายคนไม่อยากให้วินาทีนี้มาถึง หลายคนอยากให้ผ่านการฝึกในช่วงนี้ไปให้เร็วที่สุด แต่สำหรับบางคน เขารอเวลานี้ด้วยหัวใจอันแกร่งกล้า เพราะเขารู้ดีว่า “การฝึกทุกรูปแบบนั้น มิต่างจากภารกิจของชาติ และทุกภารกิจที่ชายชาติทหารได้รับ ล้วนไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้เช่นกัน...”

17 พ.ย. 2560 เริ่มต้นคืนวันอันแสน “โหด” ของนักเรียนจู่โจมด้วยการฝึกดำรงชีพในป่า ซึ่งภารกิจที่นักเรียนทุกคนได้รับจากครูฝึกนั้น สามารถแปลเป็นภาษาพลเรือนอย่างเราๆ ได้ว่า “เมื่อคุณอยู่ในป่า คุณจะเอาตัวรอดในสภาวะที่ไร้น้ำ ขาดอาหาร และอยู่กับสัตว์ดุร้ายได้อย่างไร?”

เช้าตรู่ใต้ร่มต้นใหม่ใหญ่กลางป่าสระบุรี นักเรียนจู่โจมนับร้อยชีวิตล้อมวงเป็นครึ่งวงกลม เราสังเกตได้ว่า ทุกคนล้วนแสดงความสนอกสนใจกับสิ่งที่ ส.อ.สาคร ผลจันทร์ ครูฝึกประจำสถานีการฝึกวิชาดำรงชีพ กำลังถ่ายทอดวิชาอยู่ตรงหน้ากลางวงล้อม

นักเรียนจู่โจมหลายคนลุ้น หลายคนเฮ หลายคนหัวเราะลั่น เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือ เพื่อนผู้กล้าที่ร่วมชะตากรรมกันมาหลายสัปดาห์กำลังจะปฏิบัติการ “หักคอไก่ ด้วยมือเปล่า”

ส.อ.สาคร อธิบายหลักการต่างๆ พลางสาธิตวิธีการชำแหละไก่ให้นักเรียนได้ชม “เมื่อนักเรียนเข้าไปในป่าไม่มีอุปกรณ์ติดตัว มีน้ำอยู่ในปริมาณที่น้อยมากนะครับ เราก็จะชำแหละไก่ เอาหนังออก ซึ่งการชำแหละต้องตัดหัวออก แล้วก็ลอกหนังตั้งแต่ส่วนหัวลงมาครับ เอาหนังเอาขนออก แล้วก็นำไปประกอบอาหารด้วยการย่าง หรือถนอมอาหารเก็บไว้ทานครับ ถ้าไม่ตัดหัวมันจะลอกหนังออกยากครับ ส่วนหัวก็ไม่นิยมกิน ก็จะเอาทิ้ง”

ส.อ.สาคร ครูฝึกประจำสถานีการดำรงชีพในป่า เรียกตัวแทนจาก 4 หมวดออกมาปฏิบัติตามที่ครูฝึกได้สอนไปแล้วก่อนหน้านี้ และผู้กล้าที่ถูกเพื่อนในทีมส่งออกมา คือ นักเรียนจู่โจมหมายเลข A-8 (ส.อ.ณัฐชัย สุกเอี่ยม), B-15 (จ.ส.อ.อาคม เหล่าสะพาน), C-10 (ส.อ.มนภาส พูลเพิ่ม) และ D-3 (ส.ท.อนุชา ประพฤติ) 

วินาทีแรกที่ทุกคนออกมาประหัตประหารไก่ให้ตายไปตรงหน้า ทีมข่าวสังเกตเห็นได้ว่า บางคนมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่บ้าง แต่ในท้ายที่สุด ด้วยสัญชาตญาณนักรบ นักเรียนที่ออกมาเป็นตัวแทนทุกคนก็สามารถปลิดชีพไก่ตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย

ขณะเดียวกัน ส.อ.สาคร ได้อธิบายถึงเหตุที่นักเรียนจู่โจมจำเป็นต้องมีความรู้เรื่อง “การดำรงชีพในป่า” ว่า การดำรงชีพในป่านั้น ถือเป็นวิชาที่ทหารหน่วยปฏิบัติการรบ จะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมจากวิชาการรบ เพื่อที่จะให้พวกเขาเหล่านี้สามารถดำรงชีพในสภาพแวดล้อมที่ขัดสนตามพื้นที่ต่างๆ และเรียนรู้การดำรงชีพในป่าเพื่อเอาตัวรอด รวมทั้งดำรงภารกิจอย่างต่อเนื่องเพื่อกลับสู่หน่วยทหารฝ่ายเดียวกันให้ได้

“เมื่อนักเรียนดำรงชีพในป่า นักเรียนอาจจะไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ติดตัวมา นักเรียนสามารถนำธรรมชาติรอบตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ ยกตัวอย่างเช่น การหาทิศจากธรรมชาติด้วยการสังเกตจากเถาไม้ เพราะเถาไม้มักหันชี้ไปทางทิศตะวันออกตามหลักการความต้องการแสงแดด, สังเกตราไลเคนน์มักขึ้นทางทิศตะวันตกเพราะไม่ค่อยชอบแสง, สังเกตทิศจากดวงดาว, สังเกตการเคลื่อนที่ของเมฆตามทิศทางลมประจำฤดูกาล, สังเกตมุมแหว่งของดวงจันทร์ที่มุมแหลมยกสูงจะอยู่ทางทิศเหนือ และสามารถสังเกตธรรมชาติด้วยวิธีการอื่นๆ อีกมากมายครับ” ส.อ.สาคร บอกเล่าเรื่องราวอันเป็นประโยชน์

“ส่วนการเผชิญหน้ากับสัตว์ดุร้ายนะครับ หากเป็นเสือ เราต้องจ้องตา ทำตัวสูง ไม่วิ่งหนี เพราะถ้าเราหนี เสือจะตะครุบทันที, หากเจอจระเข้ ต้องทำตัวตั้งฉากกับผิวน้ำ อย่าทำตัวขนานกับผิวน้ำอย่างเด็ดขาด และในกรณีที่ีเจอจระเข้ในระยะประชิด ให้ใช้ไม้เคาะจมูกหรือหาทรายขว้างเข้าไปที่จมูกจระเข้, หากเจอช้างป่า ให้วิ่งซิกแซก และในกรณีที่จวนตัวให้หยุดนิ่งกางแขนกางขา ทำตัวให้กว้าง หรืออาจใช้มือเขย่ากิ่งไม้ เพื่อให้ช้างเข้าใจว่า เราตัวใหญ่และไม่กลัว, หากเจองูพิษ ห้ามขยับร่างกาย เราต้องนิ่งสักพักจนกว่างูจะเลิกสนใจ หรือลดลาไม่ป้องกันตัว และสักครู่งูก็จะเลื้อยหนีหลีกทางไปเอง” ส.อ.สาคร ถ่ายทอดความรู้อย่างหมดเปลือก

ทันทีที่พูดจบ ส.อ.สาคร นำงูเหลือมออกมาจากกล่องไม้ที่ใช้้เก็บงู พร้อมกับอธิบายให้นักเรียนจู่โจมได้เข้าใจไปด้วยว่า งูเหลือมเป็นงูขนาดใหญ่ ไม่มีพิษ และสามารถกินสัตว์ขนาดใหญ่ได้ พร้อมสาธิตการจับงูเหลือมที่ถูกต้อง

จากนั้น ส.อ.สาคร ได้ขอตัวแทนผู้กล้า 2 คน ออกมาจับงูเหลือมตามที่ได้สอนวิธีการจับที่ถูกต้องไปก่อนหน้านี้ ซึ่งนักเรียนจู่โจมหมายเลข B-30 (ส.อ.ทนงลักษณ์ ชัยเพชร) และ D-7 (ส.ต.อภิเษกสิทธิ ทองแสง) เป็นผู้โชคดีที่ออกมาจับงูเหลือมอย่างหวั่นๆ เกรงๆ ซึ่งงูเหลือมก็มิใช่ว่าจะศิโรราบให้จับได้โดยง่าย เพราะท่านเล่นเลื้อยไปมาอยู่รอบวง ไปซ้ายทีนักเรียนก็แตกฮือที ไปขวาทีนักเรียนก็ลุกหนีที แต่ในท้ายที่สุด ทั้งคู่ก็สามารถทำได้ถูกต้องและผ่านไปได้ด้วยดี

การเรียนเรื่องอสรพิษยังไม่จบเพียงเท่านี้ ส.อ.สาคร ยังนำ “งูเห่าหม้อ” ซึ่งเป็นงูอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นงูพิษร้ายแรง ออกมาสาธิตวิธีการจับประหนึ่งว่า งูเห่าหม้อเป็นลูกแมวที่บ้านก็มิปาน

ท่ามกลางเสียง “อะหูว อะหา...” และสีหน้าหวาดเสียวของนักเรียนจู่โจม ส.อ.สาคร ใช้มีดฟัน “ฉับ!” เข้าไปที่หัวงูเห่าหม้อ จนหัวงูร่วงลงสู่พื้นดิน! เลือดงูสีแดงพุ่งกระฉูดลงพื้นดิน ในวินาทีนั้นเอง ครูฝึกได้นำเลือดงูกรอกใส่ปากนักเรียนโดยทั่วกัน

“เมื่อหน่วยลาดตระเวนของเราเคลื่อนที่เข้าไปในป่า เราอาจเกิดการพลัดหลงจากหน่วย และต้องเอาชีวิตให้รอด เราจึงต้องมีการหาน้ำ หาอาหาร ซึ่งเลือดงู ถือว่าเป็นน้ำชนิดหนึ่งที่สามารถประทังชีวิตของเราได้” ส.อ.สาคร ให้เหตุผล โดยมีฉากหลังคือ เหล่านักเรียนจู่โจมที่กำลังอ้าปากคอยกินเลือดงูจากครูฝึก ประหนึ่งว่าเป็นน้ำจากสวรรค์

ตกบ่าย วินาทีที่นักเรียนจู่โจมหลายคนไม่อยากให้มาถึง ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ “การฝึกเล็ดลอดหลบหนี” หรือที่คนในแวดวงทหาร เรียกกันว่า “ปัญหาเชลยศึก”...

สำหรับชายชาติทหาร เมื่อพูดถึงคำว่า “ปัญหาเชลยศึก” บางคนอาจจะถึงขั้นขนลุกขนพอง บางคนอาจจะนึกถึงภาพความทรมานแสนสาหัส บางคนอาจจะนึกถึงเสียงกรีดร้องโหยหวน แต่สิ่งที่ทุกคนคิดตรงกันก็คือ “ความเจ็บปวด” ที่ยากจะบรรยาย

ร.ต.วิศิษฐ์ ทองอินทร์ ประจำแผนกกองยุทธการและการข่าว ศูนย์การทหารม้า ช่วยราชการแผนกวิชาการรบพิเศษ กศ.รร.ม.ศม. อธิบายถึงความจำเป็นที่นักเรียนจู่โจมต้องรู้จักและลิ้มรสกับความเจ็บปวดนี้ว่า “ในภายภาคหน้า นักเรียนจู่โจมอาจจะต้องเดินทางไปปฏิบัติการในพื้นที่ของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมีโอกาสเป็นได้ที่นักเรียนจะถูกฝ่ายตรงข้ามจับตัวไป จนตกอยู่ในสถานะเชลยศึก

“และสิ่งที่นักเรียนต้องพบเจอ ณ เวลานั้น ก็คือ การถูกทรมานทั้งร่างกาย และจิตใจอย่างแสนสาหัส เพื่อเค้นเอาข้อมูล” ร.ต.วิศิษฐ์ กล่าวกับทีมข่าวด้วยสีหน้าเหี้ยมๆ โดยมีภาพด้านหลัง คือ นักเรียนจู่โจมกว่าร้อยชีวิตกำลังถูกข้าศึก(ครูฝึก) เค้นเอาข้อมูลจากเชลยศึก(นักเรียน) อย่างโหดเหี้ยม

“มึงมาจากไหน?” ข้าศึกถามเชลยศึก พร้อมกับใช้เท้าสะกิดเตือนไปที่ลำตัวดัง ตั้บ!

“ผมเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้” เชลยศึกที่ ณ ขณะนี้ ถูกปิดตาตอบเสียงดังลั่น

“มึงเป็นหน่วย RANGER ใช่มั้ย กูรู้!?” ข้าศึกดึงหัวเชลยศึกที่นอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้นขึ้นมาถาม

“ผมแค่มาตรวจป่า ผมไม่รู้ RANGER คืออะไร” ข้าศึกตอบเสียงดัง แต่ในน้ำเสียงนั้น ไม่สามารถซ่อนเร้นความกลัวเอาไว้ได้

“มึงไม่ยอมบอกกูใช่มั้ย มึงมานี่” ข้าศึกพูดพลางลากตัวเชลยไปกับพื้นดิน

“ผมไม่รู้ ผมเป็นป่าไม้ ผมไม่รู้ ผมไม่รู้” ผู้เป็นเชลยเริ่มหวาดกลัวสุดขีด

ข้าศึกอีกคนเดินออกมาจากในป่า พร้อมถือกิ่งไม้คล้ายก้านมะยม ตีไปที่แผ่นหลังของข้าศึกอย่างถี่ๆ ไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง

“โอ๊ย โอย ฮึมมมม โอ๊ย ฮึม...” ข้าศึกกัดกรามแน่น แต่ไม่วายที่เสียงร้องจากความเจ็บปวดจะเล็ดลอดออกมา

ความเจ็บปวดบนแผ่นหลังยังไม่ทันจางหาย ความทรมานอีกรูปแบบหนึ่งก็เปิดประตูต้อนรับเหล่าเชลยศึกอย่างไม่รีรอ...

เชลยศึกที่ถูกปิดตา นอนคว่ำหน้าฟังเสียงร้องโหยหวนของเพื่อนด้วยหัวใจอันเต้นระทึก เพราะเชลยศึกทุกคนต่างรู้ตัวดีว่า อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตัวเขาเองก็จะต้องถูกกระทำการบางอย่างเช่นเดียวกับเพื่อนที่กำลังร้องโหยหวนชวนให้ใจเสีย...

ในบริเวณนั้นเอง ข้าศึกทั้งฉุดทั้งลากเชลยที่นอนคว่ำหน้า ดึงกระชากลากถูให้มาอยู่บนผิวดินอันเปียกแฉะ และนั่นคือสัญญาณบอกเหตุว่า “ความทรมานถึงที่สุด” มาถึงแล้ว!

ข้าศึกไม่รอช้า และไม่ปรานี พวกเขาขึ้นคร่อมร่างเชลย พร้อมนำผ้าชุบน้ำอันเปียกชุ่มกดไปที่จมูกและปากของเชลยอย่างแรง

ณ จุดนี้ ไม่มีแม้แต่เสียงร้อง หากจะมีก็แต่เสียงเท้ากระทบดินที่มาจากการดิ้นทุรนทุรายของเหล่าเชลยที่อารมณ์ตอนนี้ไม่ต่างจากตายทั้งเป็น! พวกเขารู้สึกไม่ต่างจากจมน้ำ แต่นี่คือจมน้ำทั้งๆ ที่อยู่บนดิน!

“มึงมาจากไหน?” ข้าศึกตะคอกถาม พร้อมเอาผ้าชุบน้ำออกจากหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้เชลยได้ตอบคำถาม

“ผมมาหาของป่า...” เชลยตอบละล่ำละลัก เพราะเขาทั้งพูดและไอเอาน้ำออกจากปากพร้อมกัน

“กูไม่เชื่อมึง! มึงมาสืบข่าวใช่มั้ย เพื่อนมึงอยู่ที่ไหน?” ข้าศึกถามโหด พลางเอาผ้าชุบน้ำกดไปที่จมูกและปากของเชลยอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ผมไม่รู้ ผมไม่สืบ ฮือออ(ร้องไห้) ผมแค่มาหาของป่า ฮือออ” แม้จะอยู่ในวินาทีคับขัน แต่เชลยศึกจากหน่วย RANGER ก็ยังปกปิดความลับไว้ด้วยชีวิต

นอกจาก ‘ความทรมาน’ ที่นักเรียนจู่โจม ซึ่ง ณ ขณะนี้ ตกอยู่ในฐานะเชลยศึกต้องพบเจอ ก็ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่พวกเขาต้องฝ่าฟันไปให้ได้ นั่นก็คือ ‘ความยากลำบาก’ และ ‘ความกดดัน’

“เล็ดลอดหลบหนี” ด่านสุดท้ายของเชลยศึกได้เปิดฉากขึ้นแล้ว...

จากเชลยศึกที่ถูกจับตัวไปทรมานเพื่อรีดเค้นเอาข้อมูล สู่การเล็ดลอดหลบหนีออกจากค่ายกักกันไปยังฝ่ายเดียวกัน โดยมีระยะทางผ่านภูมิประเทศที่ยากลำบากกว่า 20 กิโลเมตร อันเป็นอีกหนึ่งโจทย์ยากของเหล่าเชลยนับร้อยชีวิตที่พวกเขาจะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ซึ่งความท้าทายนั้นอยู่ตรงที่ พวกเขาไม่รู้จักเส้นทางในพื้นที่นั้นๆ มาก่อน พวกเขาถูกทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ พวกเขาอ่อนล้าเต็มที แต่สิ่งที่พวกเขามี ก็คือ สมองและสองมือเท่านั้น!...

ตู้ม! เสียงระเบิดดังสนั่น นักเรียนที่นอนคว่ำหน้าถูกแลคซีนปิดตา กระเด้งลุกขึ้นมาจากพื้นหญ้าและวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต!

เพียงไม่กี่วินาที เหล่าเชลยที่อยู่ตรงหน้าก็อันตรธานหายไปกับตา โดยมีทีมไล่ล่า(ครูฝึก) ขี่รถมอเตอร์ไซค์วิบากคอยติดตามจับตัวเชลยที่หลบหนีออกไปอย่างลุ้นระทึก ซึ่งสภาพภูมิประเทศโดยรอบที่เชลยได้ทำการหลบหนีออกไปจากค่ายกักกันนั้น อยู่บริเวณตีนเขา มีพงไพรขึ้นทึบสุดสายตา และมีบ้านเรือนของชาวบ้านตั้งอยู่่ห่างๆ กัน

ขณะเดียวกัน ทีมไล่ล่าได้ออกติดตามเชลยไปตามเส้นทางที่คิดว่า เหล่าเชลยจะต้องใช้เส้นทางนั้นๆ ในการหลบหนี จนเวลาล่วงเลยไปจนมืดค่ำ...

ขณะที่ เสียงหมาเห่า หมาหอนเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า เชลยอาจจะอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนั้นๆ เพราะมีคนแปลกหน้าเข้ามารุกล้ำอาณาเขตของมัน

โฮ่ง โฮ่งๆๆ... เสียงหมาตัวหนึ่ง เห่ากระโชกเรียกความสนใจจากทีมไล่ล่าที่กำลังขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่าน ประหนึ่งว่า จะฟ้องทีมไล่ล่าว่า มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านของมัน!

ทีมไล่ล่าไม่รอช้า ขี่รถเข้าไปในจุดที่หมาเห่าทันที และก็จริงอย่างที่คาด เชลยศึก 6 คนวิ่งหนีออกมาจากหลังโอ่งที่ชาวบ้านใช้รองน้ำฝนอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาวิ่งฝ่าความมืด ตะลุยเข้าไปในป่าหลังบ้านโดยที่ไม่เกรงกลัวว่า ภายในป่านั้นๆ จะมีอันตรายหรือไม่ เพราะสิ่งที่พวกเขาคิดอยู่ในหัว ณ เวลานั้นก็คือ “ต้องรอด!” และ “ไม่ถูกจับได้!”

หากโชคร้าย ‘เชลยศึก’ ถูก ‘ชุดไล่ล่า’ จับตัวได้ นั่นเท่ากับว่า...

’ความเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส’ จะถูก ‘ชุดไล่ล่า’ บรรเลงชุดใหญ่ให้แก่ ‘เชลยศึก’ ที่พลาดท่าอย่างไม่มีวันปราณี!

อ่านต่อตอนหน้า ฅนเหนือฅน EP.5

  • อ่านตอนก่อนหน้า

RANGER ฅนเหนือฅน EP.1 กว่าจะเป็น ‘เสือคาบดาบ’ แกร่งกำยำ ฝ่าด่านอรหันต์สุดโหด!

RANGER ฅนเหนือฅน EP.2 เกาะติดทุกวินาที! โหด เหนื่อย ‘รับน้อง’ ยอดนักรบแห่งทัพบก

RANGER ฅนเหนือฅน EP.3 เสี่ยง เสียว! ไต่จาก ฮ. ลงดิน นักรบกล้าตาย ชีวิตลูกผู้ชายจู่โจม