วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

RANGER ฅนเหนือฅน EP.2 เกาะติดทุกวินาที! โหด เหนื่อย ‘รับน้อง’ ยอดนักรบแห่งทัพบก

“เอี้ย เอี้ย เอี้ย!...” เสียงนักเรียนจู่โจม รุ่นที่ 51 ร้องคำรามดังกังวานไปทั่วแผนกวิชาการรบพิเศษ โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร

วันเวลาที่นักเรียนจู่โจม รุ่นที่ 51 รอคอย เดินทางมาถึงอย่างเป็นทางการแล้ว “วันรายงานตัวเข้ารับการศึกษา” หรือเป็นที่รู้กันในแวดวงผู้กล้าว่า นี่คือวันรับน้อง!

นักเรียนหลายคนเตรียมอุปกรณ์สารพัดสิ่งจนดึกดื่น หลายคนเตรียมความพร้อมเบ็ดเสร็จเรียบร้อยมาแล้วหลายวัน แต่บางคนก็ไม่แคล้วนอนไม่หลับ เพราะความตื่นเต้น ความวิตกกังวล หรือแม้กระทั่งความกลัวที่ครอบงำความรู้สึกนึกคิด ณ ขณะนั้น...

“เอี้ย เอี้ย เอี้ย...” เสียงนักเรียนจู่โจมร้องคำรามดังก้องแผนกฯ นักเรียนทุกคนทั้งวิ่งทั้งแบกกระเป๋าสัมภาระหนักไม่ต่ำกว่า 30 กิโลกรัม “เสียงดังกว่านี้ไม่ได้หรือไง!?” ครูฝึก ตะโกนถามหาความแข็งแกร่งจากน้ำเสียงของลูกศิษย์

และแล้วสัญญาณของความหฤโหด ความทรหด ความรู้สึกเหนื่อยยากที่สุดในชีวิต ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!...

17 ตุลาคม 2560 อากาศของเช้าวันน้ีเหมือนจะกลั่นแกล้งให้เหล่านักเรียนกว่าร้อยชีวิต ต้องเหนื่อยยากมากขึ้นไปอีก เพราะแสงแดดที่อยู่เหนือหัวนักเรียนขึ้นไปนั้น ช่างจ้ากระหน่ำไม่ปรานีตั้งแต่ยังไม่ทันจะเข้าช่วงสาย

ก่อนที่นักเรียนจะต้องไปพบเจอกับการฝึกอันแสนทรหดนั้น กระบวนการแรกที่ทุกคนจะต้องทำ ก็คือ การจ่ายเงินประกันความเสียหายในระหว่างทำการฝึก โดยยอดเงินที่นักเรียนทุกคนต้องชำระ คือ 2,000 บาท

พ.ท.สุรพงษ์ โคตะโน อาจารย์แผนกวิชาการรบพิเศษ กองการศึกษา โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า อธิบายในเรื่องนี้อย่างละเอียดว่า ในกรณีที่นักเรียนจู่โจมมีความประมาทเลินเล่อ จนทำให้อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกชำรุดเสียหาย ทางแผนกมีความจำเป็นที่จะต้องนำเงินจำนวนดังกล่าว มาซื้ออุปกรณ์ชิ้นใหม่เพื่อเป็นการทดแทนของเก่าที่ชำรุด โดยคิดตามราคาจริง

“นอกจากนี้ นักเรียนก็จะนำเงินอีกส่วนหนึ่งมาฝากไว้ที่แผนกวิชาการรบพิเศษฯ เพราะตลอดระยะเวลา 10 สัปดาห์ต่อเนื่อง นักเรียนจะไม่มีโอกาสได้ปล่อยกลับบ้าน หรือไปสถานที่อื่นใดที่อยู่นอกเหนือจากการฝึก ดังนั้น หากนักเรียนเกิดขาดเหลือ หรือใช้งานสิ่งจำเป็นใดๆ จนหมด นักเรียนก็สามารถเสนอกับทางครูฝึก เพื่อนำเงินจำนวนนี้มาจัดซื้อสิ่งของที่จำเป็นให้กับนักเรียนได้” พ.ท.สุรพงษ์ กล่าวถึงระเบียบกติกา

อย่างไรก็ตาม หากเงินทั้ง 2 ส่วนของนักเรียนจู่โจม ยังมียอดคงเหลือ ทางแผนกวิชาการรบพิเศษฯ ก็จะนำเงินจำนวนดังกล่าวมาคืนให้ ภายหลังจากที่นักเรียนจู่โจมประดับเครื่องหมายหลักสูตรจู่โจม หรือว่าเสือคาบดาบแล้ว

เมื่อการดำเนินการทางเอกสาร และการดำเนินการทางธุรการต่างๆ เสร็จสิ้น สิ่งที่นักเรียนต้องพบเจอต่อไปในวันนี้ก็คือ การทดสอบเตรียมความพร้อมก่อนเปิดการศึกษา หรือที่หลายคนเรียกขานวันนี้ว่า “วันรับน้อง”...

นักเรียนจู่โจมรุ่นที่ 51 แบกสัมภาระอันหนักอึ้งขึ้นเหนือหัว พร้อมกู่ร้อง “เอี้ย เอี้ย” ตลอดการเดินเท้าหลายร้อยเมตร หลายคนฟิตแทบจะไม่พบเห็นความอ่อนล้าในใบหน้านั้น แต่บางคนเริ่มหน้าซีด ปากซีด เหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาทั่วหน้าท่วมร่าง

และวินาทีต่อไปของนักเรียนจู่โจมทุกคนก็คือ "การฝากยศ" เพราะก่อนที่นักเรียนทุกคนจะเข้ารับการศึกษาจากทางหลักสูตรฯ นักเรียนทุกคนล้วนมาจากชั้นยศที่แตกต่างกัน บางคนมาจากชั้นสัญญาบัตร ในขณะที่ บางคนมาจากชั้นประทวน แต่สำหรับหลักสูตรจู่โจมอันทรงเกียรตินี้ ทุกคนต้องเท่าเทียม!


...เพราะอดีตอาจมี “รุ่นพี่” และ “รุ่นน้อง” แต่ต่อไปนี้ จะมีเพียงแค่ “ลูกศิษย์” และ “ครู” เท่านั้น...

เมื่อขั้นตอนของการฝากยศเป็นที่เสร็จสิ้นตามกระบวนการแล้วนั้น ขั้นตอนต่อไปสำหรับวันนี้ก็คือ “การทดสอบเตรียมความพร้อมก่อนเปิดการศึกษา”

ครูฝึกสั่งการเสียงดังลั่น น่าเกรงขาม...นักเรียนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดว่องไว ไม่ว่าจะคลานสูงไปตามพื้นซีเมนต์อันแผดเผา ม้วนหน้าไปมานับร้อยตลบ หัวปักพื้นชวนน่ามืด หรือแม้กระทั่งกางมุ้งกันในกลางวันแสกๆ ความโหดหินของหลักสูตรจู่โจม ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!

แดดบ่ายสาดแสงแรงกล้า เพียงแค่ยืนนิ่งๆ กลางลานก็ชวนหน้ามืดวิงเวียน แต่นักเรียนจู่โจมรุ่นที่ 51 ต้องเข้าทดสอบความพร้อมของร่างกายท้าแดด ท้าทายกำลังกายของตัวเองต่อไป โดยครูฝึกได้เตรียมการฝึกให้แก่นักเรียนไว้ทั้งหมด 3 สถานี ดังต่อไปนี้

สถานีที่ 1 การทดสอบความพร้อมในการกลิ้งล้อยาง
ในสถานีนี้ นักเรียนจะต้องจับคู่กันล้อละ 2 คน ซึ่งทั้งคู่มาจากต่างที่ต่างถิ่น และไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ได้รับภารกิจกลิ้งล้อยางไปให้ถึงที่หมาย ตามคำสั่งที่ได้รับมาจากผู้บังคับบัญชา

“การฝึกในสถานีนี้ เป็นการฝึกความสามัคคีเบื้องต้น เพราะผู้เข้ารับการฝึกจะต้องทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องประสานลงตัว” พ.ท.สุรพงษ์ อธิบายถึงวัตุประสงค์

สถานีที่ 2 แบกซุง
ในสถานีนี้ เป็นการทดสอบความพร้อมของผู้เข้ารับการศึกษาในแง่ของการทำงานเป็นทีม โดยนักเรียนทั้งหมด 10 ชีวิต จะต้องช่วยกันแบกซุงไปตามทิศทางต่างๆ ตามที่ครูฝึกกำหนด หากมีใครคนใดคนหนึ่งกินแรงเพื่อน ก็จะทำให้เพื่อนๆ อีกหลายชีวิตต้องแบกรับน้ำหนักของซุงมากขึ้นไปอีก

“ในขณะเดียวกัน เราต้องการดูความพร้อมของผู้เข้ารับการศึกษาว่า ภารกิจที่ได้ให้ไปนั้น เขามีความพร้อมในการรับคำสั่งมากขนาดไหน หากนักเรียนเตรียมความพร้อมทางร่างกายมาเป็นอย่างดี ก็จะสามารถปฏิบัติตามสิ่งที่ครูฝึกออกคำสั่งได้โดยไร้ปัญหา” พ.ท.สุรพงษ์ ขยายความ


สถานีที่ 3 การปฏิบัติตามคำบอกคำสั่ง

ในสถานีนี้ ทุกคนจะปฏิบัติพร้อมกันทั้งหน่วย โดยมีครูฝึกเป็นผู้ออกคำสั่งให้ปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อที่จะสังเกตว่า การตอบสนองของนักเรียนในช่วงเวลาที่ร่างกายของพวกเขา ร้อนสุดขีด เหนื่อยสุดขีด หิวสุดขีด พวกเขาจะสามารถรับภารกิจที่เหนื่อยยากเหล่านี้ได้หรือไม่


ทว่า การฝึกทั้ง 3 สถานี ได้ดำเนินเรื่อยไปจนถึงช่วงบ่ายแก่ๆ ซึ่งเข้าสู่ช่วงภารกิจที่ปฏิบัติกันมาต่อเนื่องยาวนานจากรุ่นสู่รุ่น นั่นก็คือ “มนุษย์ทองคำ”...


“มนุษย์ทองคำ”
สำหรับนักเรียนจู่โจม ก็คือ การนำน้ำมันพืชผสมเข้ากับฝุ่นพรางสีดำ และนำมาทาให้ทั่วร่างกายของนักเรียน ซึ่งหลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนนี้ ก็จะเข้าสู่กระบวนการ “แนะนำสถานที่” ซึ่งหนึ่งในสถานที่สำคัญที่นักเรียนทุกคนต้องเดินเท้าไปสักการะ ก็คือ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช...

สิ่งที่ผู้กล้าเหล่านี้ต้องพบเจอต่อไป จะโหดหิน เหนื่อยยากเพียงใด ติดตามตอนต่อไปเร็วๆ นี้!

  • ติดตามรายงานพิเศษตอนอื่นๆ

RANGER ฅนเหนือฅน EP.1 กว่าจะเป็น ‘เสือคาบดาบ’ แกร่งกำยำ ฝ่าด่านอรหันต์สุดโหด!

RANGER ฅนเหนือฅน EP.3 เสี่ยง เสียว! ไต่จาก ฮ. ลงดิน นักรบกล้าตาย ชีวิตลูกผู้ชายจู่โจม