วันจันทร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

RANGER ฅนเหนือฅน EP.1 กว่าจะเป็น ‘เสือคาบดาบ’ แกร่งกำยำ ฝ่าด่านอรหันต์สุดโหด!

หัวเสือมีมีดคาบ ใครเห็นแล้วทราบทุกคน
ชีวิตมันเข้มข้น ผ่านผจญต่อความทุกข์มา
เดินเพลียเหนื่อยนักมิพักผ่อน
ผ่านดงดอนเข้าทะเลทุกเวลา
ง่วงนอนอ่อนระอา ลาดตระเวนอยู่เรื่อยมา
ไต่หน้าผาสูงลิ่วชันพลาดแหลกลาญ
หิวเราไม่บ่น จำใจฝืนทนร้าวราน
ดงหนามเคยก้าวผ่าน จู่โจมซมซาน ผ่านทุกข์มา
ร้อนเย็นเพียงไหนมิพรึงพรั่น บุกสะบั้นมิเคยย่อท้อใจกาย
เสี่ยงมาอย่างมากมาย พวกเราล้วนกล้าตาย
นี่ชีวิตลูกผู้ชายเราจู่โจม
(เพลงวอลซ์จู่โจม)

จากบทเพลงวอลซ์จู่โจมข้างต้นนั้น ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยยาก ความกล้าหาญ และความเสียสละของเหล่าทหารกล้าได้อย่างแจ่มชัด แต่จะเป็นอย่างที่บทเพลงได้พรรณาไว้หรือไม่ ต้องติดตาม!

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีโอกาสได้เฝ้าติดตามการฝึกหลักสูตรการรบแบบจู่โจมรุ่นที่ 51 หรือที่หลายคนเรียกขานกันว่า เสือคาบดาบ และแรงเยอร์ (RANGER) ตลอดห้วงระยะเวลาการฝึกอย่างใกล้ชิด ราได้เห็นถึงความเหนื่อยยากแสนสาหัส นัยน์ตาสีเหล็กแจ่มชัดออกมาจากดวงตาของเหล่าผู้กล้า หยาดเหงื่อโชกชุ่มท่วมร่าง แต่นักเรียนจู่โจมทุกคนยังคงมุ่งมั่นมิท้อถอย...

ความโหดหินของการฝึกหลักสูตรจู่โจมที่นักเรียนต้องพบเจอนั้น เป็นที่รับรู้โดยทั่วกันว่า มีความลำบากยากเข็ญเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกัน เส้นทางก่อนที่จะเข้ามาเป็นนักเรียนจู่โจมรุ่นที่ 51 ได้นั้น ก็มิใช่เรื่องง่าย

6 สิงหาคม 2560 ท่ามกลางแสงแดดอ่อนยามเช้า บรรยากาศโดยรอบศูนย์การทหารม้า ค่ายอดิศร จังหวัดสระบุรี ยังคงเย็นสบาย และมีลมพัดเอื่อยๆ ผู้เข้าทดสอบทั้งหมด 448 ชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทหารบก ทหารนาวิกโยธิน ทหารอากาศ หรือแม้กระทั่งตำรวจ (โดยแบ่งเป็นชั้นสัญญาบัตร 17 นาย และชั้นประทวน 431 นาย) ทุกนายล้วนสมัครใจตบเท้าเดินทางไกลมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อจะมาพิชิตการทดสอบร่างกายหลักสูตรจู่โจม รุ่นที่ 51

โดยผู้ทดสอบต้องผ่านการทดสอบด่านต่างๆ ไปให้ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งไล่ตั้งแต่ การทดสอบพลศึกษา, การทดสอบความรู้พื้นฐานทางทหาร, การทดสอบกิจเฉพาะทหารราบเป็นรายบุคคล และการตรวจร่างกาย

ทว่า ด่านทดสอบพละศึกษานั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นด่านปราบเซียน และสกัดดาวรุ่งมานักต่อนักแล้ว เพราะผู้ที่จะผ่านด่านนี้ไปได้ต้องพบเจอกับปราการต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.ท่าดึงข้อ เกณฑ์ผ่าน 9 ครั้ง เกณฑ์สูงสุด หรือเต็ม 20 ครั้ง ไม่จำกัดเวลา
2.ท่าลุกนั่ง เกณฑ์ผ่าน 50 ครั้ง เกณฑ์สูงสุด หรือเต็ม 79 ครั้ง ภายในเวลา 2 นาที
3.ท่าดันพื้น เกณฑ์ผ่าน 32 ครั้ง เกณฑ์สูงสุด หรือเต็ม 54 ครั้ง ภายในเวลา 2 นาที
4.ท่าวิ่งระยะทาง 2 ไมล์ ภายในเวลา 18 นาที โดยสามารถวิ่งตามความสามารถของตนเองตามเส้นทางที่กำหนด
5.ว่ายน้ำระยะทาง 100 เมตร ภายในเวลา 2 นาที 35 วินาที โดยไม่กำหนดท่าทางการว่าย

ผู้ทดสอบหลายท่านสามารถฝ่าฟันด่านต่างๆ ไปได้ แต่ในขณะที่ผู้ทดสอบอีกหลายร้อยชีวิตพลาดโอกาสแห่งศักดิ์ศรีไปอย่างน่าเสียดาย...

พ.ท.สุรพงษ์ โคตะโน อาจารย์แผนกวิชาการรบพิเศษ กองการศึกษา โรงเรียนทหารม้า ศูนย์การทหารม้า บอกเล่ากับผู้สื่อข่าวในขณะที่นักเรียนกำลังทดสอบพละศึกษากันอยู่ว่า “บางคนฟิตซ้อมร่างกายมาเป็นอย่างดี บางคนทดสอบเกณฑ์ต่างๆ มาจากบ้านแล้วผ่านฉลุย แต่พอมาถึงที่นี่ ผู้ทดสอบจะต้องเผชิญกับความกดดัน ความเครียด และต้องแข่งขันกับคนอื่นๆ อีกหลายร้อยชีวิต จึงทำให้ไม่สามารถผ่านการทดสอบไปได้ เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะผ่านการคัดเลือกนี้ไปได้ ร่างกายและหัวใจต้องแข็งแกร่งที่สุด”

ตะวันบ่ายเริ่มร้อนแรง ความอบอ้าวแทรกซึมอยู่ทุกอณูอากาศ ผู้ทดสอบนับร้อยนายฝันสลายอดไปต่อ แผนกวิชาการรบพิเศษฯ สรุปยอดผู้สอบตกได้ดังนี้...

ผู้ทดสอบไม่ผ่านการทดสอบ ท่าดึงข้อ จำนวน 21 นาย
ผู้ทดสอบไม่ผ่านการทดสอบ ท่าลุก-นั่ง จำนวน 6 นาย
ผู้ทดสอบไม่ผ่านการทดสอบ ท่าดันพื้น จำนวน 1 นาย
ผู้ทดสอบไม่ผ่านการทดสอบ วิ่งระยะทาง 2 ไมล์ จำนวน 38 นาย
ผู้ทดสอบไม่ผ่านการทดสอบ ว่ายน้ำ 100 เมตร จำนวน 43 นาย

ทีมข่าวมีโอกาสได้พูดคุยกับ สิบเอกวัย 33 ปีท่านหนึ่ง สังกัดกรมทหารพรานที่ 45 บ้านตันหยงมัส ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ผู้ทดสอบท่านนี้ดั้นด้นเดินทางมาไกลจากจังหวัดนราธิวาส แต่กลับพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายในด่านทดสอบวิ่งระยะทาง 2 ไมล์ เพราะอีกเพียง 3 วินาทีสุดท้ายเท่านั้น เขาจะถึงเส้นชัย แต่...ปี๊ดดดดด นกหวีดหมดเวลากลับดังขึ้นเสียก่อน

วินาที่ที่เราเห็นเส้นชัยอยู่ตรงหน้า ระยะไม่เกิน 1 เอื้อมแขน ตอนนั้นรู้สึกนึกคิดอะไรอยู่? ผู้สื่อข่าวซักถามสิบเอกผู้พลาดหวัง ภายหลังจากที่เขาหายเหนื่อย

“ตอนนั้นผมอยากให้ถึงเส้นชัยมาก แต่ขามันไม่ไป ขามันล้าแล้ว ด้วยความที่อากาศมันร้อน และที่สำคัญ ผมน่าจะเตรียมตัวมาน้อยด้วยครับ” สิบเอกผู้พลาดหวัง หายใจหอบ

เตรียมตัวมานานแค่ไหน? เราถามสิบเอกที่แรมรอนมาไกลจากนราธิวาส ซึ่งตอนนี้นั่งหมดสภาพนั่งหายใจหอบแรงอยู่ตรงหน้า

“อาทิตย์เดียวครับ ผมก็เพิ่งมาครั้งนี้ครั้งแรกด้วย โอกาสหน้ายังมี เดี๋ยวผมมาใหม่ครับ” สิบเอก รุ่นใหญ่แววตาทอประกายมุ่งมั่น

นอกเหนือจากนี้ ผู้เข้ารับการทดสอบที่สามารถผ่านด่านทดสอบพละศึกษามาได้แล้วนั้น พวกเขายังจะต้องฝ่าฟันกับปราการด่าน 3 สำคัญ ดังต่อไปนี้

ด่านแรก คือ การทดสอบความรู้พื้นฐานทางทหาร ซึ่งจะเป็นข้อสอบแบบปรนัย หรือข้อสอบช้อยส์จำนวน 80 ข้อ โดยประกอบด้วยวิชาต่างๆ ดังต่อไปนี้

1.วิชาแผนที่-เข็มทิศ (20 ข้อ)
2.วิชาระเบียบการนำหน่วย และประมาณสถานการณ์ (20 ข้อ)
3.วิชาปฐมพยาบาล (10 ข้อ)
4.วิชาการสื่อสาร (10 ข้อ)
5.วิชาอาวุธศึกษา (20 ข้อ)

ในส่วนของการทดสอบความรู้พื้นฐานทางทหารนั้น มีผู้สอบตกจากด่านนี้เป็นจำนวนทั้งสิ้น 16 นาย ช่างน่าเสียดายนัก...

ในขณะที่ ด่านที่สอง คือ การทดสอบกิจเฉพาะทหารราบ
1.ทดสอบการเดินแผนที่เข็มทิศเวลากลางวัน
2.ทดสอบการใช้อาวุธ ปืนเล็กยาวขนาด 5.56 มิลลิเมตร (การบรรจุ, การยิง, การแก้ไขเหตุติดขัด และการเลิกบรรจุ)
3.ทดสอบการใช้ลูกระเบิดขว้าง (ท่ายืน, ท่าก้มขวาง, ท่าคุกเข่าขว้าง)
4.การทดสอบเงื่อนเชือก

พ.ท.สุรพงษ์ อาจารย์แผนกวิชาการรบพิเศษ ขยายความว่า ในส่วนของการทดสอบความรู้พื้นฐานทางทหารนั้น ส่วนใหญ่ผู้ที่สอบตกจะเป็นข้าราชการทหารที่เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ และยังไม่มีความรู้ทางทหารมากนัก จึงทำให้พวกเขาเหล่านี้มีความเชี่ยวชาญค่อนข้างน้อย แต่ในขณะที่ การทดสอบกิจเฉพาะทหารราบนั้น ไม่มีใครสอบตกแม้แต่คนเดียว เนื่องจากทุกคนล้วนเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดี

ภายหลังจากที่ผู้ทดสอบสามารถผ่านการทดสอบทุกอย่างมาได้ทั้งหมดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่ผู้เข้ารับการทดสอบทุกคนต้องเจอก็คือ การตรวจโรคจากโรงพยาบาลค่ายอดิศร ซึ่งขั้นตอนนี้ นับว่าเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะตรวจสอบว่า ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนไม่มีมีโรคภัยใดๆ ที่ขัดต่อระเบียบการศึกษา

ในท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่สามารถเข้าศึกษาหลักสูตรการรบแบบจู่โจม รุ่นที่ 51 ได้นั้น จะมีทั้งหมดกี่นาย และสิ่งที่พวกเขาต้องเผชิญนั้น ขึ้นชื่อว่า เป็นการ “ฝึกคนเหนือคน” อย่างที่ร่ำลือกันไว้หรือไม่? ติดตามตอนต่อไป!.