วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กฎหมายอายุความ

การนับอายุความในคดีต่างๆส่วนใหญ่จะมีบทกำหนดระบุไว้ชัดเจนในกฎหมายนั้นๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญา การนับอายุความคดีทางการเมืองมีความยุ่งยากและซับซ้อนกันพอสมควรเพราะประกอบด้วยกฎหมายหลายฉบับ เช่น จะเริ่มต้นนับเมื่อไหร่ อาทิ การนับอายุความโดยไม่ให้นับระยะเวลาที่หลบหนี มีผลทำให้ผู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาได้รับผลกระทบ กลับกลายเป็นว่าเป็นการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นคุณกับผู้ที่คัดค้านซึ่งตามหลักกฎหมายแล้ว การจะบังคับใช้กฎหมายย้อนหลังใดๆก็ตาม จะต้องเป็นคุณกับผู้เสียหายทั้งสิ้น

การกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะที่จำเลยกระทำความผิดมาบังคับใช้เพราะเป็นคุณหรือเป็นประโยชน์กับผู้ที่คัดค้านแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นนำเรื่องการนับอายุความตามมาตรา 98 และมาตรา 74/1 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาบังคับให้กับผู้คัดค้านอีก

แม้ความผิดตามหมายจับที่ศาลชั้นต้นออกให้แก่ผู้ร้องขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (2) และได้สิ้นสุดไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 68 แล้ว แต่เนื่องจากหมายจับดังกล่าว ได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า จนกระทั่งจับตัวได้ตามมาตรา 74/1 ประกอบมาตรา 98 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542

เป็นตัวอย่างฎีกาที่ศาลชั้นต้นตัดสินให้เพิกถอนหมายจับดังกล่าว

ตัวอย่างคดีนี้เริ่มต้นจากการที่ผู้ร้องร่วมกันยื่นฟ้องผู้คัดค้านการประกันว่า การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ต่อศาลชั้นต้น ปฏิบัติหรือยกเว้นการปฏิบัติจนทำให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ โดยที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 97 วรรคสอง การทีี่ผู้ร้องจะมีอำนาจในการฟ้องคดีเองหรือแต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทนได้ จะต้องผ่านขั้นตอนการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างผู้ร้องกับอัยการสูงสุดเสียก่อน และคณะ ทำงานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องร้องได้ จึงจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปได้

การปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายที่ซ้ำซ้อน ทั้งกฎหมายหลักและกฎหมายรอง แล้ว เกิดกรณีของกฎหมายขัดกัน ทำให้เกิดปัญหาในการวินิจฉัยคดีความ เกิดผลกระทบกับผู้เสียหาย และนำไปสู่ความไม่เป็นมาตรฐาน

ความถ่องแท้ในการพิจารณาคดี จะต้องมีความชัดเจนและโปร่งใส จะต้องมีความเป็นธรรมและเท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายด้วย กรณีตัวอย่าง การนับอายุความที่ไม่ให้นับอายุความระหว่างหลบหนีก็ดี หรือการให้สิทธิในการร้องคัดค้านระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้าน ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสีย

จะต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับผู้เสียหายเสมอ

ไม่ใช่กระทำตามความคิดหรือทัศนคติของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งต่อจากนี้ไป มาตรฐานทางกฎหมายจะเป็นหลักของความสงบสุขในสังคมไทย ตามคำกล่าวที่ว่า ยุติธรรมไม่มีสามัคคีไม่เกิด.

หมัดเหล็ก

mudlek@thairath.co.th