วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แจ้งข้อหาหนัก 4 พระผู้ใหญ่ คดีเงินทอนวัด

ปปป.ตรวจสอบสถานที่พำนัก มีเลขาฯเจ้าคณะหนกลางด้วย รมต.ออมสินรายงานมหาเถร

ตำรวจ “ป.ป.ป.” เร่งแจ้งข้อกล่าวหาคดีเงินทอนวัด ส่งชุดสืบสวนตามหาพระชั้นผู้ใหญ่ 4 รูปให้ควั่ก เบื้องต้นส่งเจ้าหน้าที่ไปวัดลาดแค หลังตรวจสอบพบพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแคและเจ้าคณะอำเภอชนแดน กลับมาจากประเทศอินเดียแล้ว เพื่อแจ้ง 3 ข้อกล่าวหาตาม ม.86 ม.147 และ ม.157 ก่อนส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. ส่วนพระอีก 3 รูปประกอบด้วย พระราชรัตนมุนี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามและเลขาฯเจ้าคณะหนกลาง พระเทพเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามและเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธาราม ก็ยังตามหาไม่พบ ด้าน “ออมสิน ชีวะพฤกษ์” กำชับ ผอ.พศ.ดำเนินการข้าราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้องด่วน พร้อมแจ้งในที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ปมพบพระเอี่ยวเงินทอนวัด และไม่หวั่นมีปัญหากับพระผู้ใหญ่

กรณีกองบังคับการตำรวจปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ป.ป.ป.) ลุยตรวจสอบคดีทุจริตเงินทอนวัด ลอตแรกพบการทุจริตงบอุดหนุนบูรณะปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 12 วัดตั้งแต่ปี 55-59 ความเสียหายประมาณ 60 ล้านบาท มีผู้ต้องหา 10 คน ลอตที่สองพบการทุจริตงบอุดหนุน 3 ประเภทคือ 1.อุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2. อุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3. อุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม แผนกบาลี จำนวน 23 วัด ตั้งแต่ปี 55-60 ความเสียหายประมาณ 141 ล้านบาท มีผู้เกี่ยวข้องเข้าข่ายความผิด 19 คน มีชื่อนายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และพระ 4 รูป รวมอยู่ด้วยตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.40 น. วันที่ 24 ก.ย. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ป.ป.ป. พ.ต.อ.จักร เพ็งสาธร รอง ผบก.ป.ป.ป. และ พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ป.ป.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร ผกก.กก.4 บก.ป.ป.ป. นำกำลังไปที่วัดลาดแค ต.ลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ เข้าพบพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาส หลังทราบว่าเดินทางกลับจากประเทศอินเดียแล้วเมื่อวันที่ 22 ก.ย. เพื่อแจ้งความผิด 3 ข้อหา ประกอบด้วยความผิดมาตรา 86 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการช่วยเหลือ หรือให้ความสะดวกการที่ผู้อื่นกระทำความผิดก่อน หรือขณะกระทำความผิดแม้ผู้กระทำความผิดจะมิได้รู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกนั้นก็ตาม ผู้นั้นเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิด ต้องระวางโทษ 2 ใน 3 ส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุน

ความผิดตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 40,000 บาท และความผิดตามมาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 หรือทั้งจำทั้งปรับ

พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ป.ป.ป.เผยว่า ทราบว่าพระครูกิตติพัชรคุณเดินทางไปประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค. แต่มีคนเห็นท่านเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทั่งล่าสุดเมื่อ วันที่ 23 ก.ย. พล.ต.ต.กมล สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญฤทธิ์ ศรีวิจิตร ผกก.กก.4 บก.ป.ป.ป.นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ป.ป.ป.ไปที่วัดลาดแค เพื่อไปพบพระครูกิตติพัชรคุณ แต่ขณะเจ้าหน้าที่ยังไม่พบตัวท่านที่วัด จึงหาข่าวว่าท่านอยู่ที่ใด นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ บก.ป.ป.ป.อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานที่พำนักของพระกลุ่มที่ถูกกล่าวหาอีก 3 รูป เพื่อใช้มาตรการที่เหมาะสมเพื่อแจ้งข้อหาก่อนส่งมอบสำนวนให้ ป.ป.ช.ในวันที่ 26 ก.ย.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากพระครูกิตติพัชรคุณ เจ้าอาวาสวัดลาดแค อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอชนแดนแล้ว พระอีก 3 รูปที่เกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัด ที่เจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ประกอบด้วย พระราชรัตนมุนี (บุญเทียม มุสุ หรือบุญเทียม ญานินโท) เลขานุการสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะหนกลาง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ย่านคลองสาน พระเทพเสนาบดี (พระราชพุทธิวราภรณ์) เจ้าอาวาสวัดกวิศรารามราชวรวิหาร และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี และพระครูวิสุทธิวัฒนกิจ (อุดม สุระกาพย์) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ย่านบางกอกใหญ่

ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีเจ้าหน้าที่ พศ.เข้าไปพัวพันการทุจริตเงินทอนวัดเพิ่มเติมว่า จากที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) มีหนังสือส่งมาถึงตน พบการทุจริตเงินทอนวัดประมาณ 30 วัด ส่งให้ ผอ.พศ.ดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ พศ.ที่เกี่ยวข้องโดยด่วนแล้ว ส่วนการตรวจค้นล่าสุดของกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ป.ป.ป.) พบมีพระสงฆ์ 2 รูปเข้าไปเกี่ยวข้อง จะรายงานให้มหาเถรสมาคม (มส.) ทราบต่อไป เมื่อถามว่า มีพระเข้ามาเกี่ยวข้องอีก กังวลว่าจะสร้างความไม่พอใจให้กับพระชั้นผู้ใหญ่อีกหรือไม่ นายออมสินตอบว่า ไม่เคยได้ยินว่าพระท่านไม่พอใจ ที่ผ่านมามักชอบไปพูดกันว่า พระองค์ไหนไม่ดี วัดนี้แย่ ทั้งที่ไม่เคยชี้มูลพระสงฆ์รูปใดเลย พูดกันลอยๆ พระท่านจึงเพียงบอกว่า พูดอย่างนี้คงไม่ใช่ พระในประเทศมี 3 แสนรูป ส่วนใหญ่เป็นพระดี มีเสียบ้างเล็กน้อย ต้องตรวจสอบผิดเป็นผิดถูกเป็นถูก และเพิ่งจะมีครั้งนี้ที่มีพระ 2 รูปเกี่ยวข้อง ถ้ามีความผิดในทางสงฆ์ดำเนินการตามพระธรรมวินัย ทางโลกดำเนินคดีอาญาว่ากันไป