วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซูจีแจงวิกฤติยะไข่-นายกฯตู่ฉุนถูกถามช่วยโรฮีนจา

เมื่อ 19 ก.ย. นางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมา แถลงในรัฐสภาถึงประชาชนทั้งประเทศเป็นครั้งแรกราว 30 นาที หลังวิกฤติรัฐยะไข่รอบใหม่ปะทุขึ้นตั้งแต่ 25 ส.ค. มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,000 คน ชาวมุสลิมโรฮีนจาลี้ภัยเข้าบังกลาเทศกว่า 400,000 คน โดยระบุว่าขอประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนและความรุนแรงใดๆ ที่ยะไข่ ผู้ทำผิดต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย รัฐบาลเมียนมาไม่กลัวการตรวจสอบจากนานาชาติ และว่าชาวมุสลิมส่วนใหญ่ยังไม่หนีจากยะไข่ ความรุนแรงลดลงแล้ว ไม่มีการสู้รบหรือการกวาดล้างโดยกองทัพตั้งแต่ 5 ก.ย.

ซูจียังระบุว่าเสียใจสุดซึ้งในความทุกข์ยากของทุกฝ่าย เมียนมายึดมั่นแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อทุกชุมชนในยะไข่ จะเริ่มกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้ลี้ภัยเพื่อให้กลับยะไข่ได้ เชิญผู้สังเกตการณ์จากภายนอกเข้าไปดูสถานการณ์ที่ยะไข่เอง แต่เมียนมาเป็นชาติที่ซับซ้อนเพิ่งหลุดพ้นจากรัฐบาลทหาร ขอเวลาแก้ปัญหา ต้องการหารือกับทั้งชาวมุสลิม ที่ลี้ภัยและผู้ที่ยังอยู่ในยะไข่เพื่อหาต้นตอของวิกฤติ

ซูจีไม่เอ่ยคำว่า “โรฮีนจา” ซึ่งชาวพม่าเรียก “เบงกาลี” และไม่โทษฝ่ายใดรวมทั้งกองทัพที่ถูกกล่าวหา “ล้างเผ่าพันธุ์” ชาวโรฮีนจา ส่วนนานาชาติชี้ว่า ซูจีไม่ได้ตอบคำถามกองทัพล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา องค์กรสิทธิมนุษยชน “แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล” แถลงว่า ซูจีฝังศีรษะในผืนทราย เมินเฉยต่อพฤติกรรมของกองทัพ ถ้อยแถลงของซูจีเป็นแค่ส่วนผสมของความเท็จและกล่าวโทษเหยื่อ ขณะที่คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติขอเข้าไปตรวจสอบวิกฤตการณ์ในยะไข่อย่างอิสระเต็มที่

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามกรณีที่ซูจีเรียกร้องให้เพื่อนบ้านและองค์กรต่างๆ ช่วยเหลือเรื่องโรฮีนจาอย่างมีอารมณ์ว่า ที่ผ่านมาเราให้เงินและการช่วยเหลือต่างๆ ไปแล้ว รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาในพื้นที่ แล้วจะให้ช่วยอะไรอีก ถ้าต้องการให้ช่วยก็บอกมา หรืออยู่ดีๆ จะให้ไปช่วย จะให้รับคนของเขาเข้ามาอยู่หรือ อย่างไร ให้ไปอยู่บ้านคนที่ถามก็แล้วกัน พูดหาเรื่องอยู่ได้ คิดกันบ้างหรือไม่ว่าเขาจะเข้าบ้านอยู่แล้ว

ส่วนการประชุมใหญ่สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจี) ที่นิวยอร์ก ซึ่งซูจีไม่ไปร่วมด้วย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ แถลงต่อยูเอ็นจีเอครั้งแรกใน 19 ก.ย. คาดว่าจะเน้นปัญหาเกาหลีเหนือ อิหร่าน และข้อตกลงปารีสสู้โลกร้อน ทรัมป์ยังแถลงในที่ประชุมพิเศษเรื่องปฏิรูปยูเอ็นใน 18 ก.ย.ว่าระบบราชการที่ยุ่งยากและการจัดการที่ผิดพลาดทำให้ยูเอ็นพัฒนาได้ไม่เต็มศักยภาพ ยูเอ็นจะแข็งแกร่งขึ้นถ้าทุกชาติร่วมมือกัน และว่าสหรัฐฯให้เงินสนับสนุนยูเอ็นมากเกินไปถึง 22% ของงบประมาณปกติและ 28% ของงบฯกองกำลังรักษาสันติภาพ.