วันอังคารที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกียรติภูมิของชาวจุฬา

ผมเชื่อว่านิสิตจุฬาฯทุกคน เมื่อได้ฟังเพลง “มหาจุฬาลงกรณ์” ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์ให้เป็นเพลงประจำมหาวิทยาลัย จะรู้สึกขนลุกทุกครั้ง ถือเป็นเพลงศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเนื้อร้องและทำนอง

“น้ำใจน้องพี่สีชมพู ทุกคนไม่รู้ลืมบูชา พระคุณของแหล่งเรียนมา จุฬาลงกรณ์ ขอทูนขอเทิดพระนามไท พระคุณแนบไว้นิรันดร ขอองค์พระเอื้ออาทร หลั่งพรคุ้มครอง นิสิตพร้อมหน้า สัญญาประครอง ความดีทุกอย่างต่างปอง ผยองพระเกียรติเกริกไกร ขอตราพระเกี้ยวยั้งยืนยง นิสิตประสงค์เป็นธงชัย ถาวรยศอยู่คู่ไทย เชิดชัย ชโย”

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือกำเนิดขึ้นด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงมี พระบรมราชานุสาวรีย์ 2 รัชกาล อยู่ในมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นที่ถวายสักการะของมวลนิสิตจุฬาฯ จุฬาลงกรณ์เพิ่งจะฉลองครบรอบ 100 ปี ไปเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2560 นี้เอง ไม่มีใครคิดว่าชื่อเสียงของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่นิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบันร่วมสร้างกันมา 100 กว่าปี จะต้องมามัวหมองเพราะเด็กเมื่อวานซืน ที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์กติกาของสังคมจุฬาฯเพียงไม่กี่คน

ผมในฐานะ นิสิตเก่าจุฬาฯคนหนึ่ง จึงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับ ฝ่ายบริหารจุฬาฯ ที่ลงโทษนิสิตกลุ่มนี้ ตัดคะแนนความประพฤติกรณีถวายสัตย์คนละ 25 คะแนน และ ปลดออกจากประธานสภานิสิตจุฬาฯ ถือเป็นโทษสถานเบาด้วยซ้ำ เมื่อเทียบกับพฤติกรรมที่กระทำ

ทุกประเทศ ทุกสังคม ย่อมมีวัฒนธรรมประเพณีกติกาของตน เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัย ก็มีวัฒนธรรมประเพณีแตกต่างกันไป ถ้าไม่ชอบ ก็ไม่ควรเข้าไปตั้งแรก ไม่ใช่เข้าไปเพื่อบ่อนทำลาย

ท่านผู้อ่านที่ยังไม่รู้เรื่อง อาจสงสัยว่าผมกำลังเขียนเรื่องอะไร ไปอ่าน แถลงการณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดีกว่าครับ ชัดเจนดี

“...สืบเนื่องเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยใน พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของนิสิตปีที่ 1 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางจุฬาฯ ได้มีกระบวนการดำเนินการ ทั้งในส่วนของอาจารย์และนิสิตที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ตามที่ได้เสนอข้อมูลให้สาธารณชนรับทราบเป็นระยะแล้วนั้น โดยปกติมหาวิทยาลัยจะไม่เปิดเผยการลงโทษนิสิต แต่ขณะนี้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น มหาวิทยาลัยจึงมีความจำเป็นต้องสื่อสารกับสาธารณะถึงกรณีดังกล่าว เพื่อให้เกิดความชัดเจน

ในกรณีนี้ คณะกรรมการส่งเสริมวินัยนิสิต มีการประชุมครั้งที่ 5/2560 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทำของนิสิตทั้ง 8 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่เรียบร้อยดังกล่าว เป็นการกระทำผิดวินัยนิสิต เนื่องจากนิสิตทั้ง 8 ราย ซึ่งเป็นตัวแทนสภานิสิตจุฬาฯ มิได้ประพฤติปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ที่พึงจะเป็น ทั้งๆที่ทราบอยู่แล้วว่า ตนมีทรรศนะที่ไม่ตรงกับขนบธรรมเนียมประเพณีของมหาวิทยาลัย ในการถวายสักการะและถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อแสดงตนเป็นนิสิตใหม่

มหาวิทยาลัยตระหนักถึงเสรีภาพทางความคิดของนิสิต ได้จัดพื้นที่พิเศษสำหรับนิสิตกลุ่มนี้ไว้แล้ว นิสิตยังแสดงความจำนงเข้าร่วมพิธีในฐานะสภานิสิต แต่ไม่ยืนอยู่ในแถวตามที่ผู้เป็นผู้แทนสภานิสิตพึงกระทำ จนกว่าพิธีการจะเสร็จสิ้นเรียบร้อย กลับนัดหมายกันเดินออกจากแถวเพื่อไปทำความเคารพ พระบรมราชานุสาวรีย์ ด้วยการ “โค้งคำนับ” เพื่อให้แตกต่างและปรากฏภาพที่ขัดแย้งกับนิสิตคนอื่น ที่เข้าร่วมถวายสักการะด้วยการ “ถวายบังคม” จนนำไปสู่เหตุการณ์ความไม่เรียบร้อย ส่งผลทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อมหาวิทยาลัย...”

เป็นพฤติกรรมที่จงใจ ทำลายเกียรติภูมิของชาวจุฬาฯ ที่ผมคิดว่า นิสิตจุฬาฯปัจจุบันและนิสิตเก่าจุฬาฯทั่วประเทศ คงรับไม่ได้

วันนี้ สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ จะประชุมนัดพิเศษ เพื่อสนับสนุนมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้ สังคมทุกสังคมย่อมมีกฎกติกา ถ้ารับไม่ได้ก็ออกไปเสียดีกว่า.

“ลม เปลี่ยนทิศ”