รถไฮบริดเฮ รับส้มหล่น สรรพสามิตชงภาษีรถยนต์ไฟฟ้ารอบอร์ดเคาะ

ข่าว

    รถไฮบริดเฮ รับส้มหล่น สรรพสามิตชงภาษีรถยนต์ไฟฟ้ารอบอร์ดเคาะ

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    4 ต.ค. 2564 05:50 น.

    ลุ้นบอร์ดรถอีวี “ลวรณ” อธิบดีกรมสรรพสามิตเผยเคาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ใช้หลักการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อย อัตราภาษีถูกกว่า รถไฮบริดส้มหล่น ราคาถูกลง เพราะเสียภาษีน้อยลง ย้ำลั่นไม่หวั่นเก็บภาษีน้ำมันลดลง

    นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพสามิตได้สรุปภาษีรถยนต์ระบบไฟฟ้า (รถอีวี) แล้ว และเตรียมเสนอคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พลังงาน เป็นประธานแล้ว ส่วนรายละเอียดโครงการสร้างภาษีนั้น ต้องรอให้บอร์ดอีวีจะประกาศอีกครั้ง เพื่อความชัดเจน

    อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงไปใช้รถยนต์ไฟฟ้านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีจนกระทบกับเรื่องภาษี แต่จะลักษณะค่อยเป็นค่อนไป โดยปี 2573 มีเป้าหมายขยายจำนวนการผลิตรถอีวีเป็น 30% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมดภายในประเทศ และระยะถัดไปพัฒนาเป็นการผลิตรถอีวีให้ได้ 100% นอกจากนี้ ยังมีประเด็นแบตเตอรี่ที่จะต้องพิจารณาจัดเก็บภาษีด้วย

    “สำหรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในปัจจุบัน คำนวณภาษีตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของการทำงานของรถยนต์ ดังนั้นรถยนต์ใช้น้ำมันปล่อยก๊าซคาร์บอนได ออกไซด์สูงอัตราภาษีจะแพง ส่วนรถยนต์แบบผสมหรือไฮบริดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า อัตราการเก็บภาษีก็ถูกลง ขณะที่รถอีวี แทบไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เลย ก็ควรจะต้องเก็บภาษีถูกที่สุด”

    อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวว่า หากในอนาคต เมื่อมีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นจะทำให้มีการใช้น้ำมันน้อยลง เชื่อว่าไม่กระทบการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิตเพราะต้องปรับเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บ ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีคาร์บอนนั้น เป็นทิศทางที่ทั่วโลกกำลังดำเนินการเปลี่ยนแปลงการจัดเก็บรายได้ อย่างไรก็ตาม แม้ประเทศไทยจะยังไม่ได้ศึกษาเรื่องการจัดเก็บภาษีคาร์บอนอย่างจริงจัง แต่เมื่อใดที่จะต้องจัดเก็บภาษีคาร์บอนอย่างจริงจังก็ต้องพิจารณาทุกภาคส่วน ทั้งรถยนต์โรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เพื่อนำไปสู่การลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของประเทศ

    สำหรับการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพสามิต ในปีงบประมาณ 2564 สามารถเก็บได้ 500,000 ล้านบาท ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณเล็กน้อยสาเหตุเนื่องจากจัดเก็บภาษีน้ำมันได้น้อยลง คนลดการเดินทาง ซึ่งเป็นไปตามามาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาล ส่วนภาษีรถยนต์ที่เก็บได้ลดลง เนื่องปัญหาจากการขาดแคลนชิปบางตัวที่ขาด ทำให้รถยนต์ประกอบออกมาเป็นคันที่สมบูรณ์ไม่ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือการควบคุมของกรมสรรพสามิต

    ส่วนรายได้ในปีงบประมาณ 2565 นั้น ตั้งเป้าหมายว่า จัดเก็บได้ประมาณ 600,000 ล้านบาท โดยขณะนี้สถานการณ์เรื่องน้ำมันเริ่มดีขึ้น หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์จะทำให้มีการเดินทางท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นเมื่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิดคลี่คลาย จนยกเลิกประกาศล็อกดาวน์จะจัดเก็บรายได้ภาษีได้ใกล้เคียงเป้าหมายแน่นอน.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    รถไฮบริดลวรณ แสงสนิทภาษีสรรพสามิตรถยนต์รถยนต์ไฟฟ้าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รถอีวีข่าววันนี้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์