ตอนที่ 5
พิสมัยกับปราณีที่คนรักมีปัญหาทั้งคู่ พากันมาที่ร้านอาหารที่ประจักษ์กับวนิดากำลังเดินไล่ตามกันออกไป พิสมัยทำหน้าเซ็งจนปราณีบอกว่าทำหน้าให้สดชื่นหน่อยตนอุตส่าห์พามาทานข้าว ข้างนอกแล้ว
เหตุเพราะพิสมัยเสียใจที่ไม่ได้คุยกับประจักษ์มาสองวัน แล้ว ปราณีเลยบอกว่าตนไม่ได้เจอประจวบมาสองอาทิตย์แล้วและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขา อยู่ไหนด้วยซ้ำ พิสมัยจึงรู้สึกตัวรีบขอโทษเพื่อน
ปราณีปลอบใจเพื่อนว่าอาจเป็นเพราะประจักษ์งานยุ่ง พิสมัยภาวนาขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะไม่ใช่มัวแต่ยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอยู่
ระหว่าง นั้น ประจักษ์เดินไล่ตามเอาเงินยัดใส่มือคืนให้วนิดา เธอไม่ยอมรับเดินอ้าวหนีเขา ขณะนั้นเองพนักงานในร้านยกมือไหว้พิสมัยกับปราณี ทำให้ประจักษ์สะดุดตาแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นชัดๆว่าพนักงานไหว้ใคร เขารีบดึงวนิดาหลบหลังกำแพง
วนิดาตกใจแต่อดหวั่นไหวไม่ได้เมื่อ รู้สึกตัวเองอยู่แนบอกเขา พอได้สติก็ถามว่าจะทำอะไรตน ประจักษ์ไม่กล้าบอกความจริง แก้เกี้ยวว่ามีอะไรติดอยู่ที่หน้าเธอ พอเอาเข้าจริงๆก็เฉไฉว่ามันหลุดไปแล้ว เขารีบชวนเธอกลับบ้าน แล้วเดินนำออกไปเลย
ขณะเดินผ่านหน้าร้านนั่นเอง พิสมัยเห็นเข้าเต็มตาเธอมองตะลึงอึ้ง ปราณีมองตามพึมพำอย่างตกใจว่า "คุณใหญ่กับผู้หญิงคนนั้น! ทำไมถึงมาด้วยกัน??"
พอส่งวนิดาถึงบ้าน ประจักษ์ก็รีบออกไปทันทีจนวนิดางงว่าจะรีบไปไหนของเขา
ที่แท้ประจักษ์รีบไปพบพิสมัยที่สวนหย่อม พอเจอหน้าคนรักเขาดีใจมากรีบเข้าไปหาแต่เธอกลับเดินเลี่ยงไป ทั้งยังตัดพ้อว่า
"หวานกับผู้หญิงคนนั้นยังไม่พอ ยังหวานกับน้องต่อได้อีกเหรอคะ"
ประจักษ์ ชะงัก พอรู้ว่าพิสมัยเห็นตนกับวนิดาที่ร้านอาหารก็ชี้แจงอย่างร้อนใจว่า ที่ตนต้องไปทานข้าวกับวนิดาเพราะนายดาวสั่งมา พิสมัยหันมาถามน้ำตาคลอว่า
"แล้วถ้าเกิดวันนึงนายดาวสั่งให้คุณพี่กอดแม่นั่น จูบแม่นั่น คุณพี่ต้องทำใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้นน้องจะได้ทำใจเสียแต่เนิ่นๆ"
ประจักษ์ชะงักตกใจ กุมมือพิสมัยพูดอย่างห่วงใยความรู้สึกของเธอมากกว่า
"พิสมัย ขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวฉัน ไม่ว่าเธอได้ยินหรือได้เห็นอะไร ขอให้รู้ว่าฉันทำไปเพราะถูกบังคับ ยังไงฉันก็รักเธอคนเดียว คำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับเธอ ฉันไม่มีวันลืม" พูดแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแนบแน่น
ooooooo
รุ่ง ขึ้นสุมาลีกับกัลยาเพื่อนรักของวนิดามาที่บ้าน มหศักดิ์ เจอป้าทองเข้าพอดีเลยเป็นเรื่อง ถูกป้าทองตีรวนไม่ยอมไปบอกวนิดา ซ้ำยังบ่นว่านึกจะเชิญใครมาก็เชิญไม่มีการขออนุญาตเจ้าของบ้าน ด่าวนิดาว่าไร้มารยาทแล้วจะปิดประตูไล่
พอดีจวงออกมาเห็นรีบเข้ามา รับสุมาลีกับกัลยา ป้าทองของขึ้นทันทีที่ถูกหักหน้าตวาดถามว่ามีสิทธิ์อะไรพาคนแปลกหน้าเข้า บ้าน จวงไม่สนใจเดินมาบังป้าทองไว้ พูดกับสุมาลีและกัลยาว่าไม่ต้องสนใจเสียงนกเสียงกาแถวนี้เสียงดังน่ารำคาญ แล้วชวนทั้งสองรีบเข้าไป แต่เอาตัวดันป้าทองออกไปนอกรั้วแล้วปิดประตูเลย
"นังจวง! นังบ้า มาขังข้าไว้ข้างนอกทำไม นังจวง..." ป้าทองโวยวายแต่ไม่มีใครสนใจ
พอวนิดารู้ก็บอกเพื่อนรักทั้งสองว่าป้าทองก็เป็นแบบนี้แหละตนโดนมาจนชินแล้ว สุมาลีถามว่าเธอทนได้ยังไง ทำไมไม่บอกประจักษ์ให้จัดการ
"คน เก่าคนแก่ของเขา ฉันจะทำอะไรได้" วนิดาพูดปลงๆพอเพื่อนชมว่าดูเธอสงบกว่าเดิมมาก วนิดาถามยิ้มๆว่า "เคยได้ยินคำนี้ไหม ‘ทะเลสงบ ก่อนพายุจะมา’ ว่าแต่เธอสองคนมาหาฉันมีเรื่องอะไรรึเปล่า"
สุมาลีบอกว่าไฉไลกำลังจะ แต่งงานเลยฝากพวกตนมาชวนเธอกับประจักษ์ไปด้วย กัลยาเสริมว่า "เธอต้องไปนะนิด ฉันกับสุมาลีไปอวดคนอื่นไว้เยอะเลยว่าเธอกับพันตรีประจักษ์ เป็นคู่สามีภรรยาตัวอย่าง มีแต่คนเขาอยากเห็นสามีเธอกันทั้งนั้น" พอเห็นวนิดาทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กัลยาย้ำ "งานนี้ห้ามปฏิเสธนะจ๊ะ"
ooooooo
เพื่อเห็นแก่เพื่อนและภาพพจน์ในสังคม วนิดาฝืนใจเข้าไปในห้องนอน บอกประจักษ์ว่าจะชวนไปงานแต่งงานของเพื่อน ประจักษ์ตอบทันทีว่า "ไม่ไป" ทั้งที่ไม่รู้ว่าใครแต่ง แต่งกันที่ไหน วนิดาชะงักพยายามใจเย็นถามว่าจะไม่คิดสักหน่อยเหรอ
ประจักษ์ย้ำเสียงเข้มว่าไม่คิดเพราะยังไงก็ไม่ไปอยู่แล้วเธอก็น่าจะรู้คำตอบ วนิดาข่มใจเต็มที่ พยายามหว่านล้อมอย่างใจเย็น ถามว่า
"แล้วถ้าฉัน...ขอล่ะ เพื่อนฉันเขาคิดว่าเราเป็นคู่สามีภรรยาที่มีความสุขมากที่สุดในโลก เขาก็เลยอยากให้เราไปร่วมงาน"
"นั่น เป็นความคิดที่โง่มาก ฉันไม่อยากไปแสดงละครลวงโลกให้คนอื่นดู แล้วอีกอย่าง นั่นก็เพื่อนเธอ ไม่ใช่เพื่อนฉัน เธอออกไปได้แล้ว" ประจักษ์ไล่เธอออกจากห้อง พอเห็นวนิดาลังเล เขาขู่ขึงขัง "หรืออยากดูฉันแก้ผ้า" พูดพลางขยับจะถอดเสื้อ ทำให้วนิดาต้องรีบเดินออกไป
ประจักษ์เดินตามไปล็อกประตูแล้วถอนใจอย่างโล่งอก
ปฏิเสธ วนิดาไปอย่างไม่แยแส แต่รุ่งขึ้นประจักษ์กลับรับคำพิสมัยที่ชวนไปงานฉลองรัฐธรรมนูญที่จะมาถึงอีก ไม่กี่วันนี้ ครั้นพิสมัยพูดเชิงตัดพ้อว่านึกว่าเขาจะพาผู้หญิงคนนั้น
ไปเสียอีก ประจักษ์ก็ตอบอย่างรังเกียจว่า
"ถ้า หมายถึงวนิดา วางใจเถอะ ฉันไม่มีทางพาแม่ผู้หญิงม้าดีดกะโหลกนั่นไปออกงานหรูๆแบบนี้แน่ พาไปก็ขายหน้าเขาเปล่าๆ เธอคนเดียวที่จะเป็นคู่ควงของฉัน"
ทั้งคู่ยิ้มอย่างชื่นใจให้กันและกัน
ooooooo
แยก จากพิสมัยกลับมาถึงกรม ประจักษ์ก็มึนอึ้ง เมื่อท่านเจ้ากรมบอกให้เขาพาภรรยาไปงานฉลองรัฐธรรมนูญด้วย เพราะปีนี้จะจัดงานใหญ่ ให้พวกผู้ชายพาเมียมาประชันโฉมกัน ให้ถือเสียว่าเป็นการเปิดตัวเมียเขาด้วย เพราะตั้งแต่แต่งงานยังไม่มีใครเห็นเมียเขาเลย ร้ายกว่านั้นคือ ท่านย้ำถามว่า
"เอ...เธอชื่ออะไรนะ...วนิดาใช่ไหม"
ประจักษ์ กระอักกระอ่วนใจหาเหตุผลจะปฏิเสธ ท่านเจ้ากรมดักคอว่ากลัวคนจะรู้ว่าเมียเขาเป็นลูกสาวนายดาวหรือ พูดยิ้มๆว่าไม่ต้องกลัวเพราะทุกคนรู้กันหมดแล้ว กระนั้นประจักษ์ก็ยังทำหน้าพะอืดพะอม ท่านเลยตัดบทว่า "พาเมียมา นี่เป็นคำสั่ง!"
"ครับ" ประจักษ์รับคำเสียงแผ่วในลำคอ
ถึง คราวที่เขาต้องไปขอร้องวนิดาไปงานด้วยกัน คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรดี ปรึกษามนตรีก็ได้รับคำแนะนำว่าให้บอกพิสมัยไปตรงๆเลยว่าเขาต้องพาวนิดาไป พิสมัยคงไม่โกรธเพราะตอนนี้วนิดาก็ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาแม้ ทางพฤตินัยจะไม่ใช่ก็ตาม
"จะบอกได้ยังไง ขืนบอกไปพิสมัยต้องเสียใจมาก ฉันต้องหาทางออกที่ดีกว่านี้" พอนิ่งคิดหนักครู่เดียวเขาก็บอกมนตรีอย่างดีใจว่า "ฉันว่าฉันเจอทางออกแล้ว"
ทางออก ของประจักษ์คือ ให้มนตรีพาพิสมัยไปงานและเขาจะพาวนิดาไปเอง แต่จะไปก่อนแล้วรีบกลับ ส่วนมนตรีก็ให้พาพิสมัยไปช้ากว่าเวลาสักครึ่งชั่วโมง อย่างนี้แล้วทั้งสองคนก็จะไม่เจอกัน
คิดดังนั้นแล้ว ประจักษ์กลับไปบ้านอย่างสบายอกสบายใจที่แก้ปัญหาได้แบบบัวไม่ช้ำน้ำไม่ขุ่น
ooooooo
เย็นนี้ วนิดากับจวงพากันไปขุดดินเตรียมปลูกดอกไม้ จวงวาดฝันว่าถ้าดอกไม้บานเต็มสวนเมื่อไรบ้านนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะ
แต่ แล้วโครงการก็พังพินาศ เมื่อป้าทองมาวางอำนาจเอ็ดตะโรว่าถือดีอย่างไรมาทำอะไรตามใจชอบกันแบบนี้ วนิดาฉุนกึกเลยบอกจวงให้กลบดินไว้ตามเดิม แต่ขณะจะพากันกลับเข้าบ้านนั่นเอง เจอประจักษ์เข้าพอดี ป้าทองฟ้องทันทีว่า
"คุณใหญ่กลับมาพอดี ดูนังพวกนี้สิคะ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่ อยากทำอะไรก็ทำไม่เห็นหัวหงอกคนนี้เลย"
ประจักษ์ หันไปเรียกวนิดา ป้าทองคิดว่าเขาจะดุ ยุว่าเอ็ดให้หนักเลย วนิดาเลยท้าว่าถ้าจะต่อว่าเรื่องที่ตนปลูกดอกไม้...เธอพูดไม่ทันจบ ประจักษ์ก็ขัดขึ้นว่า
"เธออยากปลูกหรือทำอะไรก็ทำ ฉันมีเรื่องต้องคุยกับเธอ ไปคุยกับฉันในบ้าน"
ป้าทองกำลังกระเหี้ยนกระหือรือก็อ้าปากหวอหน้าเหวอไป จวงหัวเราะพูดอย่างสะใจว่า
"ได้ยินแล้วนะป้า คุณผู้ชายท่านบอกว่าอยากทำอะไรก็ทำ" แล้วแกล้งคุ้ยดินกระเด็นใส่จนป้าทองกระโดดหลบแทบไม่ทัน
ooooooo
พอ ประจักษ์บอกวนิดาว่าจะพาเธอไปงานฉลองรัฐธรรมนูญอ้างว่าท่านเจ้ากรมสั่งให้พา เธอไป ถูกวนิดาด่าเรียบๆว่า "คุณนี่ช่างเชื่องจังเลยนะ ใครสั่งให้ทำอะไรก็ทำ" แล้วปฏิเสธ "ฉันไม่ไป!"
ประจักษ์ว้าวุ่นใจ มากเป็นตายอย่างไรงานนี้ต้องพาเธอไปให้ได้ เลยเกิดการรื้อฟื้นกันวนิดาถามว่า ทีตนขอเขายังไม่ไปแล้วเขาขอทำไมตนต้องไป สุดท้ายประจักษ์จำต้องยอม ยื่นหมูยื่นแมวกันว่า
"ฉันจะไปงานเพื่อนเธอ แต่เธอต้องไปงานนี้กับฉัน ไปแค่ไม่นานฉันจะรีบพาเธอกลับ ถือว่าแลกกัน ไม่มีใครเสียเปรียบใคร"
เมื่อ ถึงวันงาน ประจักษ์ในชุดทักซิโด้ หยิบรูปพิสมัย มาดู หยิบแหวนแต่งงานของเขากับวนิดาขึ้นมอง แล้วตัดสินใจสวมแหวนแต่งงานด้วยความรู้สึกผิด ก่อนเดินออกไปเคาะประตูห้องของประจวบที่จัดให้วนิดาอยู่ เสียงจวงร้องบอกว่า วนิดากำลังอาบน้ำ เขาจึงลงไปรอข้างล่าง เตือนให้เร็วๆด้วยตนไม่ชอบไปผิดเวลา แต่ความจริงกลัวผิดเวลาแล้วจะเจอกับพิสมัยเข้า
ประจักษ์ลงมานั่งรอ วนิดาอยู่ที่ห้องรับแขก ป้าทองเดินมามองขึ้นข้างบนแล้วเบ้หน้า หันมาพูดกับประจักษ์ว่าไม่รู้จะพาแม่นั่นไปออกงานทำไม พอประจักษ์บอกว่าเจ้ากรมท่านเชิญ ป้าทองบ่นว่าสังหรณ์ใจว่าแม่นั่นจะทำให้เขาขายหน้า จะทำเลอะเทอะหรือเปล่าก็ไม่รู้
พูดไม่ทันขาดคำ วนิดาในชุดสุดสวยใส่รองเท้าส้นสูง ก็เดินลงมาสง่างามราวกับนางหงส์ ประจักษ์มองตาค้าง ส่วน ป้าทองอ้าปากค้างพูดไม่ออก วนิดายิ้มลงมาอย่างมั่นใจ แต่พอ จะเดินออกจากบ้านก็สะดุดอะไรเข้าจนเซ ดีที่ประจักษ์รับไว้ทัน พอวนิดาหันมองหน้ากับหน้าเลยอยู่ใกล้แค่หายใจรดถึงกัน
ประจักษ์ทำเป็นบ่นแก้เขินว่าเดินแค่นี้ยังไม่ได้ จะทำให้ ตนขายหน้ารึเปล่าก็ไม่รู้ วนิดาทำเป็นงอนจะไม่ไป เขาเลยกล่อมว่า
"คอยทำตามที่ฉันบอก เพราะนี่เป็นงานใหญ่ คนที่มาในงานมีแต่คนชั้นสูง หวังว่าเธอคงจะรักษาภาพพจน์ของฉัน"
"เจ้าค่ะคุณผู้ชาย"
ทั้ง คู่เดินไปขึ้นรถ จวงกับไปล่มองอย่างชื่นชม แต่ป้าทองจิกมองอย่างไม่พอใจถึงกับยกมือท่วมหัวภาวนา "คุณพระคุณเจ้าช่วยคุ้มครองคุณใหญ่ของอีฉันด้วยนะเจ้าคะ"
ooooooo
พิสมัย แปลกใจมากเมื่อคนที่มารับเธอไปงานกลายเป็นมนตรี พอถามมนตรียังออกอาการพิรุธอ้างว่า ประจักษ์ให้ตนมารับแทนเพราะต้องไปปฏิบัติภารกิจให้ท่านเจ้ากรม พอถูกซักถามมากเข้าก็อ้างว่าเป็นภารกิจด่วนและลับเฉพาะ
แม้จะรู้สึก แปลกใจแต่พิสมัยก็ไม่คาดคั้นเร่งมนตรีรีบไปกันดีกว่าไปรอประจักษ์ที่นั่นเลย มนตรีพยายามถ่วงเวลาจนพิสมัยสงสัยถามว่ามีอะไรปิดบังตนอยู่หรือเปล่า มนตรีปฏิเสธอย่างมีพิรุธว่าเปล่า ปกติ
"ถ้าปกติไม่มีอะไรก็ไปกับฉัน เดี๋ยวนี้ ถ้าคุณไม่ไปก็ตามใจ" พูดแล้วพิสมัยเดินออกไปเลย มนตรีวิ่งตามร้องให้รอตนด้วย แต่ใจร้อนรุ่มไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี
เมื่อไปถึงที่จัดงานแล้ว มนตรีหาทางชวนพิสมัยไปตักอาหารกินกันเพื่อจะเลี่ยงไม่ให้พบกับประจักษ์ที่จะควงวนิดาเข้ามาในงาน
เจ้า กรรม! พิสมัยไม่ยอมไปไหนบอกว่าจะยืนรอประจักษ์อยู่ตรงนี้ สุดท้ายมนตรีเลยหาทางออกบอกว่าตนจะไปตามประจักษ์มาหาเธอดีกว่า พิสมัยเกิดจะไปด้วยขึ้นมาอีก
"ไม่ต้อง ถ้าเกิดเราออกไปทั้งสองคน ประจักษ์เข้ามาไม่เห็นเธอฉันจะถูกมันด่าให้ เธอรออยู่ในนี้ ฉันไปเอง" มนตรีหาทางเลี่ยงไปใจเต้นไม่เป็นส่ำ รีบไปเดินหาเพื่อดักประจักษ์ ให้เดินเลี่ยงไปจากที่พิสมัยยืนรออยู่
พอเจอกัน ประจักษ์รู้ว่าต้องมีเรื่องผิดคิวแน่ๆ บอกวนิดาให้รอตรงนี้ตนจะไปเข้าห้องน้ำ พอพากันพ้นจากสายตาวนิดา มนตรีเล่าเรื่องพิสมัยให้ฟัง ประจักษ์ตำหนิเพื่อนอย่างหัวเสียว่าบอกแล้วให้มาช้าหน่อยทำไมพามาก่อนตนเสีย อีก
แต่เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ประจักษ์วางแผนใหม่กระซิบบอกมนตรีแล้วแยกกันไป
แผนของประจักษ์คือ ให้มนตรีไปหลอกพิสมัยว่าตนให้พาเธอไปหามีเรื่องส่วนตัวอยากคุยด้วยมาก ท่าทางร้อนใจน่าดู พิสมัยหลงเชื่อเดินตามไป
พอ มนตรีพาพิสมัยพ้นจากตรงนั้น ประจักษ์ก็เดินควงวนิดาเข้างานไปอย่างสง่างาม ท่ามกลางสายตาของผู้ร่วมงานและเพื่อนๆที่ตื่นตะลึงชื่นชมในความสง่างามของ วนิดา หลายคนถึงกับเอ่ยปากชมว่า ช่างสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกเลยทีเดียว
พอประจักษ์ควงวนิดาเข้าไปในงาน มนตรีก็แวบมาหา ประจักษ์จึงฝากวนิดาไว้กับมนตรีเพื่อหลบไปหาพิสมัยที่มนตรีหลอกให้ยืนรออยู่
"พันตรีประจักษ์" เสียงท่านเจ้ากรมเรียกแล้วท่านกับภรรยาก็เดินมาถามว่า "นั่นใช่ไหม วนิดา มหศักดิ์"
ประจักษ์ จึงต้องแนะนำท่านกับภรรยาแก่วนิดา ผู้ใหญ่ ทั้งสองมองวนิดาอย่างเอ็นดู เช่นนี้แล้วประจักษ์จึงต้องอยู่ตรงนั้น เขาแอบส่งสัญญาณให้มนตรีออกไปก่อน แล้วเอ่ยกับท่านเจ้ากรมว่าตนกับวนิดาคงอยู่ได้ไม่นาน ต้องขออนุญาตท่านกลับไปก่อน
ท่านเจ้ากรมถามหยอกขำๆว่าเพิ่งมาถึงทำไมจะรีบกลับ หรือกลัวหนุ่มๆในงานจะมาขอเต้นรำกับวนิดา แล้วท่านก็คิดได้ บอกประจักษ์ว่า
"เอา อย่างนี้ เดี๋ยวผมให้คุณกับหนูวนิดาเปิดฟลอร์เต้นรำเป็นคู่แรก ใครๆในงานจะได้รู้ว่าผู้หญิงสวยคนนี้มีคุณเป็นเจ้าของแล้ว ตกลงนะ" ท่านพูดเองตกลงเอง ประจักษ์จึงจำต้องรับคำ หันไปสบตากับวนิดาอย่างลำบากใจด้วยกันทั้งคู่
มนตรีย้อนกลับไปหาพิสมัย เธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว เขาตกใจรีบกลับเข้าไปในงานทันที
พอเสียงดนตรีเต้นรำดังขึ้น ประจักษ์กับวนิดาพากันออกไปกลางฟลอร์ เขาพูดเบาๆกับเธอว่า
"ฉันจะเต้นจังหวะง่ายๆ เธอจะได้ไม่พลาดทำฉันอาย"
พูด แล้วขยับจะเริ่มเต้น แต่วนิดากลับเป็นฝ่ายเริ่มเต้นก่อนในจังหวะวอลซ์ ทำเอาเขาเหวอตั้งตัวไม่ทัน ระหว่างเต้นมีสะดุดขากันบ้างแต่วนิดาก็พลิ้วได้อย่างไร้พิรุธ ทั้งคู่เต้นรำกันอย่างสวยงามพลิ้วราวกับล่องลอยอยู่บนฟลอร์
มนตรี ตามเข้ามาในงาน เห็นพิสมัยยืนดูประจักษ์กับวนิดาเต้นรำอยู่ เขายืนช็อก พิสมัยหันมาถามราวกับจะกินเลือดกินเนื้อว่า "เนี่ยเหรอภารกิจลับเฉพาะที่คุณบอกฉัน!"
ประจักษ์กำลังเต้นรำอยู่กับวนิดา กวาดตามองมาเห็นพิสมัยยืนอยู่แทบช็อกไปอีกคน
ooooooo
ประจักษ์ ไม่มีสมาธิในการเต้นรำจนวนิดาเตือน เขาขอบคุณแต่ก็ยังเมินหน้าหนีจากเธอและหลบหน้าพิสมัย ส่วนพิสมัยก็โมโหมนตรีที่ปดตนมาตลอด บอกเขาตามตรงว่าไม่ชอบวนิดาเลย มนตรีขอร้องว่าอย่าตำหนิ
วนิดาเลย เธอน่าสงสารออก เลยถูกย้อนถามว่า "แล้วไม่สงสารฉันบ้างเหรอ"
ยิ่ง เห็นแขกในงานสนใจดูประจักษ์กับวนิดาอย่างชื่นชม พิสมัยทนไม่ได้บอกมนตรีให้ออกไปเต้นรำกับตน พอมนตรีพาเธอออกไปกลางฟลอร์ พิสมัยก็พยายามเต้นไปทางประจักษ์ ส่วนประจักษ์ก็พยายามประคอง
วนิดาเต้นหนี พาวนิดาหมุนไปรอบๆจนเธอถามว่า
"คุณทำอะไรของคุณ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ"
สุดท้ายประจักษ์ทนความกดดันไม่ไหวพาวนิดาเดินออกไป พิสมัยเห็นดังนั้นตามออกไปด้วย พอเข้าใกล้ก็ร้องเรียก "คุณพี่"
วนิดาจำพิสมัยไม่ได้เพราะเคยเห็นในรูปเพียงครั้งเดียว เมื่อมาเผชิญหน้ากัน พิสมัยถามประจักษ์ด้วยอารมณ์ประชด ประชันหึงหวงว่า
"คุณ พี่ไม่คิดจะแนะนำให้น้องรู้จักเธอหน่อยเหรอคะ" พอประจักษ์แนะนำว่าเธอคือวนิดา ไม่ทันขาดคำ พิสมัยก็แนะนำตัวเองต่อว่า "คนรักของพันตรีประจักษ์"
วนิดาอึ้งครู่หนึ่งจึงนึกออกว่าเคยเห็นรูปของพิสมัย พอรู้ว่าอะไรเป็นอะไร วนิดาเลยเกทับเสียเลย แนะนำตัวเองเสียงใสฉะฉานว่า
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณพิสมัย ดิฉัน วนิดา มหศักดิ์ ภรรยาพันตรีประจักษ์ค่ะ"
พิสมัย ชาไปทั้งตัว หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ส่วนประจักษ์ทนอยู่หน้าสิ่วหน้าขวานไม่ไหวบอกกับวนิดาว่า "ฉันขอตัวสักครู่" แล้วจับแขนพิสมัยพาเดินออกไป
มนตรีเดินยิ้มกว้างเข้ามาหาวนิดา เอ่ยอย่างแสนสุภาพยินดีว่า
"เต้นรำกันสักเพลงนะครับคุณวนิดา"
วนิดายิ้มเจื่อนๆ ไม่ตอบรับและไม่ปฏิเสธ
ooooooo
พา พิสมัยออกมาอีกมุมหนึ่งแล้ว ประจักษ์ ขอโทษเธอบอกว่าเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ เพราะท่านเจ้ากรมสั่งให้พาวนิดามางานนี้ ตนไม่มีทางหลีกเลี่ยง พิสมัยพูดอย่างตัดพ้อว่าไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะ ภารกิจย่อมสำคัญกว่า
ประจักษ์ พยายามที่จะชี้แจงเพื่อขอความเข้าใจ ขอให้ เธออดทน พิสมัยดักคออย่างรู้ทันว่าต้องทนรอให้เขาหาเงินมาใช้หนี้นายดาวให้หมดก่อน ใช่ไหม ระเบิดอารมณ์ออกไปว่าตนจะทนไม่ได้อยู่แล้ว
"ฉันก็ไม่รู้ ฉันเองก็พยายามอย่างดีที่สุดที่จะประคองทุกอย่างระหว่างเธอกับฉันให้มันเป็น ไปตามเดิม แต่ถ้าเธอบอกว่าทนไม่ได้ นั่นแปลว่าเธอรอฉันไม่ไหวใช่ไหมพิสมัย" น้ำเสียงเขาตัดพ้อ น้อยใจ
พิสมัยฟังแล้วหน้าเสีย รู้สึกตัว รีบขอโทษเขา ตำหนิตัวเองว่าน่าจะให้กำลังใจเขามากกว่ามาเร่งรัด อ้อน "คุณพี่อย่าโกรธน้องนะคะ" เธอกอดแขนเขากระแซะอ้อน ขอเขาว่า "เดี๋ยวคุณพี่ไปส่งน้องนะคะ น้องอยากออกไปจากที่นี่เร็วๆ"
แต่ขณะ ประจักษ์จะไปส่งพิสมัยนั่นเอง เจอท่านเจ้ากรมพาวนิดามาพร้อมกับมนตรี ท่านตำหนิประจักษ์ทีเล่นทีจริงว่า ทิ้งภรรยาแสนสวยไว้คนเดียวได้ยังไง แล้วบอกประจักษ์ว่า อยากให้เขาพาวนิดาไปหาภรรยาท่านที่อยู่กับเพื่อนๆ เพราะเธอเหล่านั้นอยากรู้จักวนิดามาก
ประจักษ์ไม่มีทางเลี่ยง พิสมัยฟังแล้วหน้างอไม่พอใจ พูดอย่างน้อยใจว่าให้เขาไปทำธุระเถอะตนกลับเองได้ ประจักษ์ กระอักกระอ่วนใจไม่รู้จะทำอย่างไร เลยให้มนตรีไปส่งพิสมัยแทน พอทั้งสองไปแล้ว วนิดาถามประชดว่า "ต้องให้ฉันไปอธิบายให้คนรักคุณเข้าใจไหมคะ"
"ไม่ต้อง!" ประจักษ์กระชากเสียงแล้วเดินนำไป วนิดามองตามยิ้มอย่างสะใจที่งานนี้ตนเป็นต่อทุกขุม
ooooooo
วัน ต่อมา ประจักษ์นัดพบกับพิสมัยที่สวนหย่อมตามเคย พิสมัยยังงอนเขาอยู่ ประจักษ์จึงเอาใจบอกเธอว่า เสาร์อาทิตย์นี้เราไปหาคุณแม่ที่บางปะอินด้วยกันไหม
"คุณพี่พูดจริง เหรอคะ" พิสมัยดีใจหายงอน เมื่อเขายืนยัน เธออ้อน "น้องดีใจจังเลยค่ะคุณพี่ ถ้าอย่างนั้นวันนี้เราไปหาร้านอร่อยๆทานกันนะคะ"
ที่ร้านอร่อยๆ นี่เอง นายดาวกับสมหมายเดินเข้ามา สมหมายเห็นประจักษ์กับพิสมัย สะกิดให้นายดาวดู นายดาวยิ้มกริ่มนึกว่าลูกเขยมากับลูกสาว แต่พอเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่วนิดาก็ฉุนขาด เข้าไปขัดคอทันที มองพิสมัยพูดอย่างดูถูกว่า
"เนี่ยเหรอกิริยามารยาทของคุณข้าหลวง เฮอะ!"
ประจักษ์ ไม่พอใจถามว่ามีสิทธิ์อะไรมาว่าพิสมัย นายดาวอ้างความเป็นพ่อตา ตำหนิประจักษ์ว่าตนเป็นคนที่มีคนรู้จักมากอย่าทำอะไรที่มันเสื่อมเสียแบบนี้
พิสมัย ช่วยเถียงว่าตนแค่มาทานข้าวกับประจักษ์มันจะเสื่อมเสียตรงไหน นายดาวสวนไปทันควันว่าการที่เธอมาทำลับๆล่อๆกับสามีของผู้หญิงอื่นอย่างนี้ ยังไม่เสื่อมเสียอีกหรือ
ประจักษ์ทนไม่ได้ปรามนายดาวว่าพอได้แล้ว ก็รู้แก่ใจดีไม่ใช่หรือว่าพิสมัยเป็นคนรักตน
"แต่ ใครๆที่นี้ก็รู้ว่าคุณเป็นสามีลูกสาวผม! คุณควรจะรู้ว่าต้องทำยังไงที่เป็นการให้เกียรติภรรยาคุณ หน้าตาฉลาดๆ อย่างคุณไม่ต้องให้ผมมาคอยชี้คอยแนะหรอกมั้ง" พูดแล้วเห็นประจักษ์เมินไปทางอื่นอย่าง
เถียงไม่ออก นายดาวตอกย้ำ ไม้ตายทันทีว่า "อย่าลืมสัญญาของเรา อย่าให้ผมเห็นคุณกับ..." พูดแค่นั้นแต่ปรายตาไปทางพิสมัย "อีกเป็นอันขาด หวังว่าคงเข้าใจนะ ลูกเขย เฮอะๆๆๆ"
พูดเสร็จนายดาวเดินหัวเราะร่าออกไป พิสมัยน้ำตารื้น ประจักษ์อัดอั้น เห็นใจพิสมัยมาก เขากุมมือเธอไว้แน่นด้วย ความสงสารจับใจ
ooooooo










