ตอนที่ 3
ไศลานั่งพิงกำแพงมึนงง ค่อยๆเงยหน้า
มองธีรธรต่อสู้กับคง พลันแสงสว่างจากดวงตาที่สามกลางหน้าผากวาบขึ้น เธอลุกขึ้นกระโดดถีบคงกระเด็นกระแทกกำแพง แล้วตามกระชากคอเสื้อ ธีรธรเห็นคงควักปืนขึ้นจะยิงใส่แสกหน้าไศลาจะเข้าช่วยแต่ไศลาบิดมือคง ต่อสู้แย่งปืนกัน
คงต้านแรงแทบไม่ไหว ใช้ข้อศอกกระทุ้งเข้าที่ดวงตาที่สามของไศลา แสงสว่างดับวูบลง ไศลาหมดพละกำลังทรุดลง คงฉวยโอกาสดึงออกซิเจนออกจากหน้าดารณี ไศลาตกใจจะเข้าช่วยแต่โดนถีบออกมา คงยังกระชากสายน้ำเกลือออกจากแขนดารณีเลือดกระฉูด ธีรธรเข้าช่วยถูกคงใช้เสาน้ำเกลือฟาดใส่ แล้ววิ่งหนีออกไป ไศลาร้องกรี๊ด โผเข้าหาดารณี เห็นน้องกระตุกๆจนนิ่งไป เธอตกใจเป็นลมล้มพับ ธีรธรจะตามคง เลยต้องหันมาประคองและกดเรียกพยาบาล
ระหว่างที่ไศลาหมดสติ เธอรู้สึกตัวว่าอยู่กลางป่าหน้าศาลาของนักพรตเมฆขาวอีกครั้ง แต่คราวนี้ เห็นดารณีในชุดขาวร้องเรียก สองพี่น้องโผกอดกันด้วยความดีใจ ดารณีกราบขอบคุณที่ไศลารักและช่วยเหลือตนทุกอย่าง ไศลาใจแป้วไม่อยากคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับดารณี จนเธอบอกลาแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปในม่านหมอก ไศลาวิ่งตามร้องเรียกน้องอย่าทิ้งตนไป
นักพรตเมฆขาวปรากฏตัวขึ้น “คนเราเกิดมามีบุญกรรมติดตัวไม่เท่ากัน ต่างก็ต้องเดินไปตามเวรกรรมวาระของตน การยึดมั่นจะยิ่งทำให้เจ้าเป็นทุกข์”
“ให้ไศได้ไปอยู่กับน้องได้ไหมคะ ไศไม่เหลือใครแล้ว ไม่รู้จะอยู่ต่อไปทำไม”
“ความตายไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความทุกข์ จึงไม่ควรเลยที่เจ้าจะปรารถนาทางนั้น”
ในขณะที่ร่างของไศลากับดารณีถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉิน ธีรธรยืนมึนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น นิ่มนวลโทร.ตามให้มาพบวงทอง เขาจึงให้จ่านิดมาเฝ้าไศลาแทน ตัวเขาทำทีซื้อของบำรุงขึ้นมาฝากแม่มากมาย เป็นข้อแก้ตัวที่หายไปนาน วงทองได้ยินเสียงลูกชายก็ดีใจบอกลูกว่าแม่ฝันว่ามีคนทำร้ายเขา ธีรธรอึ้งที่ลางสังหรณ์แม่แม่นยำ
“แค่ความฝันน่ะครับคุณแม่ ผมอยู่ตรงนี้แล้วไงครับ”
“พ่อธี อย่าเป็นอะไรไปก่อนแม่นะลูก แม่รู้ตัวดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน พ่อธีอย่าให้แม่ต้องใจสลายก่อนตายเลยนะลูกนะ”
ธีรธรกอดปลอบแม่อย่าคิดแบบนั้น นิ่มนวลมองความรักแม่ลูกอย่างซาบซึ้งน้ำตาปริ่ม...
ooooooo
งานแถลงข่าวในร้านอาหารแห่งหนึ่ง นาถสุดาควงแขนชูชิตให้นักข่าวถ่ายภาพ นักข่าวรายงานบรรยากาศของงาน ว่าเป็นงานแถลงข่าวเปิดตัวคู่รักนางเอกสุดฮอต นาถสุดา ชิดชนก
นาถสุดาให้ชูชิตแนะนำตัว และตอบคำถามนักข่าว นักข่าวกระเซ้าที่ชูชิตอายุน้อยกว่านาถสุดาถึงสามปี แสดงว่าเธอชอบกินเด็กเหมือนกัน เธอตอบให้พอฮือฮาว่า แค่พอกรุบกริบ...นาถสุดาแสดงให้นักข่าวเห็นว่าเธอกับชูชิตรักกันมาก เพราะชูชิตมีความคิดเป็นผู้ใหญ่ มีความรับผิดชอบ และเข้ากันได้ดี ส่วนเรื่องแต่งงานขออีกพักใหญ่ สุทธิพงษ์แฝงตัวเข้ามาแทรกถาม
“แล้วจริงหรือเปล่าครับ ที่ว่าชูชิตยังไม่เลิกกับแฟนเก่าที่คบกันมาตั้งแต่สมัยมัธยม”
ทุกคนหันขวับมามอง ชูชิตหน้าถอดสี นาถสุดา โกรธพยักหน้าให้เทพจัดการ เทพใช้ปืนขู่ลากตัวสุทธิพงษ์ออกมาโดยอ้างว่าเป็นน้องชายสติไม่ดี ท่ามกลางความงุนงงของนักข่าว...
คุณหมอออกมาบอกจ่านิดว่า ไม่สามารถยื้อชีวิตดารณีไว้ได้ ส่วนไศลาอาการน่าเป็นห่วง ในขณะที่จิตของ ไศลายังนั่งสมาธิอยู่ตรงหน้านักพรตเมฆขาว เพื่อให้จิตใจ สงบลง ไศลาลืมตาขึ้นขอให้ท่านสอนวิชาให้อีก นักพรตตอบว่ากำลังสอนให้อยู่ การเรียนรู้มันต้องใช้เวลา
“แต่หลวงปู่บอกว่าไศคือผู้ที่ถูกเลือก”
“เอมา...ผู้ที่ถูกเลือก ไม่ใช่ผู้ที่เป็นเลิศ เจ้ามีเพียงคุณสมบัติ แต่ยังไม่มีวิชา และก่อนที่เจ้าจะมีวิชา เจ้าต้องมีการเรียนรู้”
“แล้วไศจะเริ่มเรียนได้เมื่อไหร่คะ”
“เมื่อใจเจ้าหมดความอาฆาต หมดความพยาบาท”
“ไศไม่มีทางลืมว่าพวกมันทำอะไรกับไศและดาไว้บ้าง”
“เอมา...ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่ใช่ทางจบปัญญา ถ้าเจ้าคิดแบบนั้น เจ้าก็จะวนเวียนฆ่ากันอยู่ไม่รู้จบสิ้น เจ้าก็จะต้องเจอความสูญเสียไปทุกชาติ เจ้าอยากเสียใจแบบนี้ไปทุกชาติหรือ”
ไศลาอึ้ง พยายามรวบรวมจิตให้สงบนิ่ง จนกระทั่งได้เห็น พ่อ แม่ และดารณียืนกอดกันส่งยิ้มมาให้ ท่าทางทุกคนมีความสุข เธอถึงกับนํ้าตาอาบแก้ม เสียงนักพรตเอ่ย
“เอมา...ได้เวลากลับสู่โลกความจริงของเจ้าแล้ว”
ไศลาสะดุ้งตื่น รู้สึกตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้แต่ยังอยู่กลางป่า เธอชักมึนงงว่าเธออยู่ระหว่างโลกของความฝันหรือความจริงกันแน่...
สุทธิพงษ์ถูกเทพลากตัวออกมาซ้อม ชูชิตต้องตามมาห้าม นาถสุดาเข้าเหยียบยอดอกเค้นถามว่าทำไมกล้าเข้ามาทำแบบนี้ สุทธิพงษ์กลัวลานยอมสารภาพว่าอรชรจ้างมา...ชูชิตโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงกลับมาบ้าน อรชรเข้ามาเอาอกเอาใจ เขาผลักกระเด็น จังหวะนั้นเทพประคองสุทธิพงษ์ในสภาพสะบักสะบอมเข้ามากองกับพื้น แล้วกลับออกไป ตอนแรกอรชรไม่ยอมรับ แต่พอเห็นน้องชายก็จนด้วยเกล้า ร้องไห้ขอโทษขอโพยชูชิต เขาไม่แยแส เดินหนีขึ้นข้างบน อรชรหันมาเล่นงานน้องชาย ไม่น่าไว้ใจน้องโง่ๆอย่างเขาเลย สุทธิพงษ์เจ็บทั้งกายและใจ
ooooooo
พอไศลาพ้นขีดอันตราย จ่านิดโทร.รายงานธีรธร เขาดีใจมาก วันรุ่งขึ้นหลังจากที่เฝ้าแม่มาทั้งคืน ธีรธรก็มาที่ห้องไศลา ปลุกจ่านิดให้กลับไปพักผ่อน ตนจะเฝ้าไข้ไศลาเอง
“แล้วผู้กองจะไหวเหรอครับ กลางคืนก็ต้องเฝ้าคุณแม่”
“ผมไม่เป็นไรหรอก แล้วอาการไศลาเป็นยังไงบ้าง”
“หมอบอกว่าฟื้นตัวไวมากจนน่าตกใจ แผลที่ชํ้าในก็ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วครับ”
ธีรธรโล่งใจ จ่านิดทำความเคารพแล้วออกไป ธีรธรเข้ามาดูหญิงสาวใกล้ๆ ลูบหัวเธออย่างห่วงใย พยาบาลเคาะประตูเอายาเข้ามาวางให้ ไศลาเริ่มรู้สึกตัว ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าเขา
“นี่กลับมาที่โรงพยาบาลแล้วเหรอ” ไศลาพึมพำ ธีรธรงงกับคำพูดของเธอ ไศลาจึงขอนํ้า
ธีรธรกุลีกุจอรินนํ้าให้ แล้วจัดแจงเทโจ๊กที่ซื้อมาให้เธอทาน ไศลาถามถึงดารณี ธีรธรไม่กล้าบอก หญิงสาว นํ้าตาไหลพราก “คุณไม่ต้องพยายามช่วยฉันหรอก ฉันแค่อยากรู้ว่าตอนนี้...ศพดาอยู่ที่ไหน”
ธีรธรอึ้งกับความหยั่งรู้ของไศลา...บ่ายวันนั้น ธีรธรเข้าพบผู้การเสริมพงษ์พร้อมจ่านิดเพื่อรับคำสั่งสืบว่าเทพหรือคงที่เป็นคนยิงดารณี จ่านิดบ่น พี่น้องท้องเดียวกันแท้ๆ แตกแยกกันเพราะผู้ชายคนเดียว ผู้การให้ดูข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ ที่ชูชิตเปิดตัวเป็นแฟนกับนักแสดงสาว
ระหว่างอยู่ในกองถ่าย นาถสุดาได้รับช่อดอกลิลลี่ สีขาวพร้อมการ์ดที่แนบมาว่า...คิดถึงนะครับ จากผู้ชายของคุณ...ทุกคนในกองถ่ายเข้าใจว่าเป็นของชูชิตส่งมาต่างพากันอิจฉา
ส่วนอรชรพอเห็นข่าวก็โกรธฉีกหนังสือพิมพ์ทิ้ง จะอาละวาดใส่ชูชิต แต่ชูชิตรู้แกวหนีออกไปเที่ยว พลันไศลาโทร.เข้ามาแจ้งอรชรว่าดารณีเสียแล้ว อรชรถึงกับเข่าอ่อน หมดแรงตามไปอาละวาดชูชิต
ooooooo
คอนโดหรูกลางกรุง ที่นาถสุดาก้าวเข้ามาในห้อง ซึ่งตกแต่งด้วยดอกลิลลี่สีขาวเต็มห้อง ดุลยศักดิ์ยืนยิ้มรออยู่ กลางห้องมีโต๊ะอาหารที่จัดสร้างบรรยากาศให้เธอต้องยิ้มหวาน
“ที่เรียกนาถมาวันนี้ มีอะไรอยากให้นาถช่วยหรือเปล่าคะ”
“แค่อยากเลี้ยงขอบคุณที่เธออุตส่าห์เอาชื่อเสียงตัวเองมาช่วยชูชิตไว้”
“มากกว่านี้นาถก็ทำให้ได้ค่ะ นาถไม่เคยลืมว่า ที่นาถมีวันนี้ได้เพราะท่าน”
“ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ติดอยู่เรื่องเดียว...”
“เรื่องอะไรเหรอคะ”
“ตำรวจกันตัวนังไศลาไว้เป็นพยาน ทำให้เข้าไปจัดการมันได้ยาก เธอมีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้ไหม” นาถสุดาจิบไวน์ส่งยิ้ม ก่อนจะบอกว่าเข้าไปไม่ได้ก็ล่อให้ไศลาออกมา ดุลยศักดิ์ยิ้มกริ่ม
บนศาลาจัดงานศพของดารณี ผู้การเสริมพงษ์แสดงความเสียใจกับไศลา เธอกลับบอกว่า
“ไศทำใจแล้วว่าคนพวกนี้กฎหมายทำอะไรมันไม่ได้หรอกค่ะ”
“อย่าพูดอย่างนั้น เราต้องศรัทธาในความถูกต้อง”
“แต่ก่อนไศก็คิดแบบนั้นค่ะ แต่กับเศษมนุษย์พวกนี้ วิธีตาต่อตา ฟันต่อฟันอาจจะเหมาะกว่าก็ได้”
“คุณเลือกเป็นพยานให้เรา เพราะคุณไม่ต้องการให้คนอื่นต้องเดือดร้อนอีกไม่ใช่เหรอ ผมอยากให้คุณเชื่อมั่นในความดีอย่างที่คุณเคยเชื่อ ความดีเท่านั้นที่จะคุ้มครองคุณได้”
ไศลายกมือไหว้ขอบคุณ แต่ดวงตาเธอแข็งกร้าวไปด้วยไฟแห่งความแค้น...อรชรขับรถเข้ามาในวัดกับสุทธิพงษ์ แต่พอสุทธิพงษ์เห็นธีรธรกับจ่านิดก็ไม่ยอมลงจากรถ บอกพี่สาวว่าเคยถูกสองคนนี้จับ อรชรหวาดผวาไปด้วย กลัวถูกซักไซ้เรื่องดารณีถูกยิงจึงถอยรถกลับ
ไม่ทันพ้นคืนนั้น นาถสุดาโทรเข้ามาหาไศลา ว่าตนเป็นแฟนชูชิต ไม่พอใจที่ชูชิตต้องมาเลี้ยงดูน้องชายและน้องสาวของเธอ ไศลาถามตรงๆจะเอาอย่างไร
“เอาเป็นว่า ถ้าเธอยังอยากได้น้องกลับไปแบบยังมีลมหายใจอยู่ พรุ่งนี้เช้าก็มาหาฉันที่บ้านชูชิต แต่ถ้าไม่มา ฉันจะช่วยหั่นน้องเธอให้เป็นชิ้นๆแล้วส่งให้ถึงหน้าบ้านเธอเลยดีไหม”
ไศลาโกรธจัด เก็บความขุ่นใจไม่บอกธีรธร แม้เขาจะขับรถมาส่งเธอที่บ้านของเขา แล้วกลับไปเฝ้าวงทองที่โรงพยาบาล เธอบอกให้เขาเลิกห่วงและมาเหนื่อยกับเธออีก
“ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมเต็มใจทำ คุณก็รีบเข้านอนนะ เหนื่อยมามากแล้ว พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” ธีรธรมองไศลาด้วยสายตารักและเป็นห่วงจนเธอแทบใจละลาย
ไศลากำลังจะลงจากรถ ธีรธรยื่นหน้ามาใกล้และเรียกเธอไว้ ไศลาหันหน้ามา แก้มเธอแนบกับจมูกของธีรธร ต่างคนต่างเขินที่ธีรธรโน้มหน้าเข้ามาเพราะจะเอื้อมหยิบหนังสือที่เบาะหลังให้เธอ “ผมสั่งหนังสือมาให้คุณ คิดว่าคุณคงจะสนใจ”
ไศลารับมาเขินๆอ่านหน้าปกชื่อเรื่อง...พลังจักระที่ 6 เธอถึงกับปลื้มขอบคุณเขาที่ไม่คิดว่าตนเป็นบ้า ธีรธรกล่าวอย่างจริงใจว่าเขาพร้อมจะเข้าใจเธอทุกเรื่อง ไศลายิ้มให้อย่างอ่อนโยน
ooooooo
ชูชิตออกมานั่งดื่มจนเมาที่ร้านเหล้า พอจะ กลับ ถูกคนร้ายตีหัวเอาตัวขึ้นรถตู้ ซึ่งในรถมีอรชรและ สุทธิพงษ์นอนสลบอยู่เบาะหลัง...นาถสุดา โทร. รายงานดุลยศักดิ์ว่าทุกอย่างเรียบร้อย
รุ่งเช้าไศลาแต่งตัวทะมัดทะแมง หยิบปืนมาใส่กระเป๋าเตรียมพร้อม ก่อนออกจากห้องมองตัวเองในกระจก ลูบบริเวณหน้าผากอย่างลังเล ว่าดวงตาที่สามมีจริงหรือเป็นเพียงฝัน
ด้านธีรธรตื่นเช้ามาแปลกใจที่วันนี้แม่ตื่นสาย เขาเข้ามาปลุกเพื่อจะลาไปทำงาน แต่พอจับมือแม่รู้สึกแปลกๆพยายามปลุกให้ตื่น นิ่มนวลตกใจจะร้องไห้ ธีรธร กดปุ่มเรียกพยาบาล ทำให้เขาออกไปหาไศลาไม่ได้ และเมื่อหมอมาตรวจอาการ บอกว่าอาการท่านทรุดให้ทำใจไว้บ้าง...
ไศลามาบ้านชูชิตตามที่นัดหมายกับนาถสุดา ถือปืนเดินจังก้าเข้ามาเล็งขู่นาถสุดาให้ปล่อยน้องๆของตน นาถสุดายิ้มๆเปิดจอโปรเจกเตอร์ให้ดู ชูชิต อรชร และสุทธิพงษ์ นอนสลบไสลอยู่บนโซฟาบ้านพักริมทะเล เสียงคลื่นและแสงแดดแยงตาให้ชูชิตตื่นขึ้นมา ปลุกอรชรกับสุทธิพงษ์ ต่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น บนโต๊ะอาหารมีผลไม้วางอยู่พร้อมการ์ดหนึ่งใบ ชูชิตหยิบมาอ่าน “เหนื่อยมามากพักผ่อนให้เต็มที่ ถึงเวลาจะให้เรือไปรับกลับ จาก ดุลยศักดิ์”
ชูชิตรู้สึกไม่ชอบมาพากล ต่างกับอรชรและสุทธิ–พงษ์ที่ตื่นเต้นกับบรรยากาศท้องทะเล...นาถสุดาถาม
ไศลาเห็นภาพทั้งหมดแล้วรู้สึกดีขึ้นบ้างไหม แต่ไศลากลับบอกว่าไม่ได้มาแค่นี้ ว่าแล้วก็ยิงเปรี้ยงใส่นาถสุดาทันที เทพพุ่งเข้าชาร์จปืนในมือไศลาและล็อกตัวเธอไว้ โชคดีที่นาถสุดาใส่เสื้อเกราะ จึงมีเพียงรอยกระสุนบนเสื้อ เธอโกรธมากลุกขึ้นตบหน้าไศลาและตะคอกใส่
“ถ้าเธอไม่แส่มาวุ่นวาย ป่านนี้เธอก็คงยังมีความสุขอยู่บนกองเงินกองทองของชูชิตแล้ว”
“เก็บเงินสกปรกของพวกแกไว้ใช้ในนรกเถอะ”
นาถสุดาตบไศลาอีกฉาดแทบจะขย้ำคอ ไศลา กระโดดถีบจึงถูกเธอต่อยท้องจุกจนตัวงอ แสงจากดวงตาที่สามบนหน้าผากไศลาเกิดแสงวาบเข้าตานาถสุดาและเทพจนผงะแสบตามองอะไรไม่เห็น ไศลาพลิกตัวกลับเอาปืนจ่อทั้งสองคน เค้นถามว่าใครเป็นคนยิงดารณี คงถลาจะเข้าช่วยแต่ยังไม่มีจังหวะ เขาตอบยียวนว่าตัวเองเป็นคนยิงและกำลังจะส่งเธอไปอยู่กับน้องอีกคน เทพได้ทีกระแทกเข้าที่หน้าผากไศลา จังหวะนั้นคงยิงระยะประชิดใส่สามนัดซ้อน ไศลาค่อยๆทรุดลงอย่างเจ็บปวด
โลกหลังความตายของไศลา เธอเดินฝ่าหมอกควันมาที่ปากอุโมงค์ เห็นเรื่องราวตัวเอง ตั้งแต่วัยเด็กจนโตทำให้เธอจะก้าวเข้าไปในอุโมงค์นั่น เสียงนักพรตเมฆขาวเรียก
“เอมา...ไศลา ยังไม่ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องผ่านเข้าไป”
จู่ๆไศลาก็รู้สึกเวียนหัวเหมือนโลกหมุน เพราะเทพกับคงเอาร่างเธอมาโยนลงหน้าผากลางป่าใหญ่ ทั้งที่เธอยังมีลมหายใจ แต่แล้วทั้งสองคนก็ไม่สามารถออกจากป่าไปได้ ขับรถวนเวียนจนมืดค่ำ กระทั่งเห็นร่างนักพรตเมฆขาวลอยวนเวียนอยู่รอบตัว ทั้งสองแทบสติแตก
วันต่อมา ธีรธรติดต่อไศลาไม่ได้ จึงโทร.เข้าบ้าน สาวใช้รายงานว่า เธอออกไปข้างนอกตั้งแต่เมื่อวานยังไม่กลับมา...
ร่างไศลาลอยละลิ่วตกลงมาช้าๆตรงหน้านักพรตเมฆขาว ใบหน้าเธอบวมช้ำ ตามตัวมีแต่รอยเลือดจากกระสุนของคง นักพรตใช้ไม้เท้ายื่นไปแตะที่หัวเธอ เปล่งแสงสว่างขาวสะอาดเข้าสู่ตัวเธอ กระสุนไหลออก เลือดจางหายใบหน้ากลับเหมือนเดิม เธอค่อยๆลืมตาขึ้น
“เอมา...ในที่สุดเราก็ได้พบกัน”
เวลาผ่านไป ไศลานั่งพับเพียบรอฟังคำสอนจากนักพรตเมฆขาว
“เอมา คือผู้ถูกเลือก มีหน้าที่ปกป้องความดีทำให้คนรู้จักบาปบุญคุณโทษ แต่ไม่สามารถเอาวิชาที่มีอยู่ไปทำร้ายผู้อื่นได้ตามใจ แม้ว่าคนที่ถูกทำร้ายนั้นจะเป็นคนชั่วหรือไม่ก็ตาม”
“ถ้ายังงั้นเราจะปกป้องคุ้มครองคนดีได้ยังไงล่ะคะ”
“การคุ้มครองคนดี ไม่จำเป็นต้องทำร้ายคนไม่ดี ผู้ถูกเลือกมีกฎที่ต้องรักษาอยู่สองข้อ กฎข้อแรก คือห้ามฆ่าคน ไม่ใช่แค่การกระทำนะ หมายถึงห้ามเจตนาด้วย เอมา...การฆ่าไม่ใช่การแก้ปัญหา เราฆ่าคนไม่ดีในโลกนี้ได้ไม่หมด แต่ถ้าเราทำให้เขามีสำนึกผิดชอบชั่วดีได้ เจ้าจะได้คนดีเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องทำร้ายใคร”
ไศลาพยักหน้าอย่างเข้าใจ นักพรตบอกกฎข้อที่สอง “ผู้ถูกเลือกห้ามประพฤติผิดในกาม”
ไศลาโล่งอกเพราะตนไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้น แต่นักพรตติง อย่าประมาทกิเลสตัณหาของมนุษย์ เธอจึงย้อนถามถ้าเกิดพลาดละเมิดกฎจะเกิดอะไรขึ้น
“วิชาและพลังพิเศษที่ผู้ถูกเลือกมี จักต้องสูญสลายไป”
“มันไม่ยุติธรรมเลย ทำไมผู้ถูกเลือกถึงไม่มีสิทธิ์ฆ่าพวกคนชั่วให้หมดไป”
“เอมา...ไศลา ภารกิจของผู้ถูกเลือก คือทำให้โลกสงบสุข ด้วยการทำให้คนชั่วสำนึกถึงความผิดชอบชั่วดี”
ขณะเดียวกัน นักพรตเมฆขาวยังพยายามจะทำให้ เทพกับคงกลับตัวกลับใจ สำนึกในบาปของตัวเองแล้วละเลิกเสีย แต่ทั้งสองกลับกลัวเตลิดหนี แถมกระหน่ำยิงใส่ นักพรตโบกไม้เท้าไปมา กระสุนร่วงหล่นตรงหน้า ทั้งสองยิ่งสติแตก วิญญาณเจ้ากรรมนายเวรที่พวกเขาเคยเข่นฆ่าจึงรุมทำร้ายท่ามกลางเสียงสวดมนต์และเสียงเตือนถ้ายังไม่กลับใจอีกกี่ชาติจะชดใช้หนี้กรรมหมด
ooooooo
นพรัชเพื่อนของธีรธรมาเยี่ยมวงทอง และยินดีจะย้ายเธอไปรักษาที่โรงพยาบาลของตัวเอง แต่คงต้องรอให้ความดันเป็นปกติเสียก่อน
เช้าวันใหม่ ไศลารู้สึกสดชื่นเมื่อได้สูดลมหายใจเข้า รับพลังธรรมชาติตามที่นักพรตเมฆขาวให้ทำ จากนั้น นักพรตพาเธอมายืนใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง ใช้ไม้เท้ากระทุ้งให้ลูกไม้หล่นลงมาแล้วเอาผ้าปิดตาเธอ บอกให้เก็บลูกไม้ให้ได้หมดก่อนที่จะตกลงพื้น กว่าเธอจะทำได้แทบท้อเพื่อให้ดวงตาที่สามสว่างวาบขึ้น เสียงนักพรตกล่าว
“เจ้าจะควบคุมตรีเนตรได้ เมื่อจิตเป็นสมาธิและแน่วแน่”
ไศลาจึงควบคุมจิตตั้งสมาธิ ดวงตาที่สามเปิดขึ้น เธอสามารถรับลูกไม้ที่ร่วงหล่นได้หมดด้วยท่วงท่าว่องไวผิดมนุษย์ธรรมดา
ด้วยความที่ต้องสร้างภาพ นาถสุดาจึงพานักข่าวมาถ่ายภาพออฟฟิศของชูชิต อรชรไม่พอใจ ขวางไม่ให้ใครขึ้นไปบนห้องทำงานชูชิต นาถสุดาจิกตาใส่แต่พูดด้วยเสียงหวาน
“ปกติคุณชิตต้องการความเป็นส่วนตัวเวลาทำงานค่ะ ก็เลยต้องสั่งเด็กไว้ว่า ไม่ให้คนนอกเข้ามาถ้าไม่ได้รับอนุญาต...วันนี้พี่นาถขออนุญาตคุณชิตแล้ว น้องไม่ต้องกลัวคุณชิตดุนะจ๊ะ” นาถสุดาหันมาบอกนักข่าว “เดี๋ยวเราขึ้นไปดูห้องทำงานคุณชิตกันเลยดีกว่านะคะ”
อรชรฉุกคิดอะไรได้บางอย่างยิ้มอย่างมีเลศนัย ทันทีที่นาถสุดาเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงาน เห็นภาพถ่ายเวดดิ้งของชูชิตกับอรชรแขวนอยู่บนผนัง จึงรีบปิดประตูห้อง บอกนักข่าวว่าขอเลื่อนคิวถ่ายห้องทำงานไปวันอื่น นักข่าวชักไม่สบอารมณ์ แต่พอเธอรับปากจะให้คิวใหม่ในเร็ววัน และจะให้หนังสือฉบับนี้ฉบับเดียวได้ถ่าย นักข่าวกับตากล้องจึงยอม
เมื่อธีรธรมาทำงาน ผู้การเสริมพงษ์ถามไถ่อาการแม่ เขาจึงขอโทษที่มาทำงานไม่เต็มที่ ผู้การเข้าใจและเห็นใจ แถมบอกข่าวสายรายงานว่า เทพกับคงหายตัวไปหลายวัน วันเดียวกับที่ไศลาเข้าไปในบ้านชูชิต ธีรธรทราบเรื่องรู้สึกเป็นห่วงเธออย่างมาก
ไม่ต่างจากไศลา ที่นอนมองท้องฟ้าบนยอดเขา ใจเธอคิดถึงธีรธร นึกถึงคำพูดของเขาที่ขอโอกาสพิสูจน์ใจต่อเธอคืนที่ดูดาวด้วยกัน และเธอปฏิเสธ ณ ตอนนี้เธออยากถามเขา
“ถ้าฉันให้โอกาสคุณ คุณจะไม่ทำให้ฉันเสียใจอีกใช่ไหม”
ขณะเดียวกัน ธีรธรออกมายืนมองฟ้าที่ระเบียงห้องโรงพยาบาล นิ่มนวลตามออกมายืนเคียงข้าง หวังจะได้รับความโรแมนติกจากเขาบ้าง แต่เขากลับนิ่งเฉย จู่ๆตัดบทบอกว่าง่วง เดินกลับเข้าไปนอน ในใจ เขาเต็มไปด้วยความคิดถึงไศลา
คืนนั้น นาถสุดากลับมาโวยวายชูชิตว่าอรชรจะทำให้เสียงาน ชูชิตรำคาญจะออกไปหาอะไรกินนอกบ้าน พลันมีโทรศัพท์เข้ามา เขากดรับ
“สวัสดีครับ ผมชูชิตพูดครับ ใช่ครับ นายเทพกับนายคงเป็นลูกน้องของผมเองครับ ฮ้า! ว่าไงนะครับ”
ooooooo
รุ่งขึ้น ชูชิตมาดูเทพกับคงที่สถานีตำรวจ ตำรวจบอกว่า ชาวบ้านไปพบทั้งสองคนในป่าเหมือนหวาดกลัวอะไรบางอย่าง ทั้งสองนั่งกอดเข่าอยู่คนละมุมในห้องขัง เดี๋ยวก็โวยวายชกลม เดี๋ยวก็ร้องไห้ ชูชิตมึนงงว่าทั้งสองไปทำอะไรมา และพบเจออะไร
วงทองได้รับการย้ายโรงพยาบาลมาที่โรงพยาบาลของนพรัช ธีรธรรีบถามอาการ นพรัชตอบว่าไม่มีอะไรน่าห่วง และย้อนถามสิ่งที่อยากถามมานานว่าไศลาหายไปไหน ธีรธรถึงกับอึ้ง
ในสปาแห่งหนึ่ง ดุลยศักดิ์กับนาถสุดานอนรับบริการนวดอยู่อย่างสบาย ลูกน้องเข้ามารายงานเรื่องเทพกับคง นาถสุดาได้ยิน นึกเป็นห่วงเทพอย่างมาก...
ชูชิตพาเทพกับคงมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกับวงทอง ธีรธรกับจ่านิดกำลังจะเข้าไป พอเห็นชูชิตก็รีบหลบสังเกตการณ์
“เดี๋ยวจ่ากลับไปรายงานให้ผู้การทราบ แล้วขอกำลังนอกเครื่องแบบมาซุ่มอยู่ที่นี่สัก 4 นาย” จ่านิดรับคำธีรธรแล้วรีบปฏิบัติ
ด้านไศลา นั่งสมาธิใช้กระแสจิตพูดคุยกับนักพรตเมฆขาว ท่านถามว่าอยากรู้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่พลังตรีเนตรถูกเปิดออกเธอเป็นอย่างไร ไศลาตอบว่าอยากรู้ นักพรตจึงปล่อยแสงสีขาวไปที่หน้าผากเธอ ทำให้เธอเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสวนสาธารณะ ตอนที่คนร้ายเข้าจับนักเรียนของเธอเป็นตัวประกัน
“ทำไมไศถึงไม่รู้สึกตัวและจำอะไรไม่ได้เลยล่ะคะ”
“เพราะเจ้ายังไม่ได้ฝึกควบคุมพลังตรีเนตร เมื่อเจ้าปิดพลังจะเกิด และเมื่อพลังเปิด เจ้าจึงต้องปิด” ไศลา รีบถามจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร “มาลองดูกัน โอม...เอมา จงเปิดพลังตรีเนตร”
ตาที่สามของไศลาเปิดออกตามคำสั่ง และพอท่านกล่าวว่า โอม...เอมา จงปิดพลังตรีเนตรตาที่สามของเธอก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว ไศลาลืมตาขึ้นมาดีใจที่เธอรู้สึกตัวตลอด...ไศลายังคงต้องฝึกจิต และในคืนที่พระจันทร์เป็นสีแดงก่ำเต็มดวง นักพรตเมฆขาวได้บอกเธอว่า
“เอมา...ไศลา บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ที่เจ้าจะได้ทำพิธีเบิกตรีเนตรและรับหน้าที่ของผู้ถูกเลือก จงลุกขึ้นยืน”
ไศลาลุกขึ้นอย่างงงๆ เสียงสวดมนต์ของนักพรตกระหึ่มขึ้น ดวงจันทร์ถูกเมฆบดบังจนมิด เสียงหมาป่า โหยหวน ตามด้วยเสียงร้องของสัตว์อื่นๆแน่นคับป่าไปหมด นักพรตยื่นหัวไม้เท้าสัมผัสที่บริเวณดวงตาที่สามของไศลา แล้วสวดมนต์ภาวนา
“เอมา...ไศลา เจ้าคือผู้ที่ถูกเลือกแล้ว เพื่อทำหน้าที่ปกป้องความดี ทำให้คนชั่วรู้จักบาปบุญคุณโทษ เจ้ายินดีรับหน้าที่นี้ใช่หรือไม่”
ไศลาพนมมือกล่าวรับว่า ยินดี ทันใด ดวงตาที่สามของเธอก็เปิดขึ้น ประกายแสงสีขาวเจิดจรัสส่องออกมา คลายเมฆที่ปิดบังดวงจันทร์ออก เห็นดวงจันทร์ครึ่งดวงสีแดงก่ำ
“เอมา...ไศลา เจ้าจะให้สัจจะในการพิทักษ์กฎข้อที่หนึ่งของผู้ถูกเลือก คือห้ามฆ่าคนอย่างเด็ดขาดได้หรือไม่”
ไศลารับคำ ดวงตาที่สามของเธอส่องแสงสีเงินเจิดจรัส ทำให้เมฆคลายดวงจันทร์ออกเต็มดวงแต่ยังสีแดงก่ำอยู่ เมื่อนักพรตเอ่ยถาม
“เอมา...ไศลา เจ้าจะให้สัจจะในการพิทักษ์กฎข้อที่สองของผู้ถูกเลือก คือห้ามประพฤติผิดในกามอย่างเด็ดขาดได้หรือไม่”
ไศลาพนมมือรับคำ ดวงตาที่สามของเธอฉายแสงสีทองออกมาอย่างสวยงาม ดวงจันทร์กลายจากสีแดงเป็นสีทองกระจ่าง “เอมา...ไศลา ข้าขอให้เจ้าจงรับและรักษาหน้าที่ และพลังพิเศษของผู้ถูกเลือกไว้ให้ดี ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเจ้าเองและเพื่อนร่วมโลกให้มากที่สุดนับตั้งแต่นี้ต่อไปเถิด...จงหลับตาแล้วพนมมือ”
นักพรตเอาไม้เท้าจรดที่ดวงตาที่สามไล่ลงมาที่ตาขวาไปซ้าย วนสามรอบพร้อมกับสวดมนต์ ไศลารู้สึกร้อนวูบจากศีรษะจดปลายเท้า เกิดเปลวไฟลุกไหม้หัวไม้เท้า นักพรตเป่าดับ
“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าได้ถ่ายทอดพลังวิชาเนตรอัคคีให้เจ้าแล้ว หลังจากนี้ หากเจ้าใช้ตาเพ่งไปที่ของสิ่งใด ของสิ่งนั้นจะมอดไหม้เป็นจุณในทันที ต่อจากนี้เจ้าจงฝึกควบคุมวิชาเนตรอัคคีนี้ไว้ใช้ยามคับขันเถิด”
ไศลาก้มกราบแทบเท้านักพรตด้วยความเคารพสุดใจ...หลังจากนั้น ไศลาก็ฝึกใช้พลังเนตรอัคคีจนเผลอสนุกเกินไป นักพรตต้องปราม การใช้พลังนี้จะตัดทอนพลังในร่างกายของตัวเอง อย่าใช้พร่ำเพรื่อจะหมดแรงได้ และท่านยังบอกอีกว่า พลังเนตรอัคคียังใช้รักษาโรคร้ายหรือบาดแผลได้ เพียงแค่ตั้งจิตอธิษฐานแล้วเพ่งมอง จะสมหวังทุกสิ่ง
ooooooo
เช้าวันนี้ นาถสุดาพรางตัวใส่แว่นดำ แอบเข้ามาเยี่ยมเทพที่โรงพยาบาล แผนกจิตเวช เห็นเทพอยู่ในห้องกระจก นั่งเหม่อลอย เธอถึงกับน้ำตาคลอเอามือแนบกระจก เทพหันมาเห็น เดินมาหา ทำมือเหมือนเช็ดน้ำตาให้เธอ และทาบมือลงกับมือเธอเหมือนอยากกุมมือเธอ
ตำรวจนอกเครื่องแบบที่ธีรธรส่งมาเฝ้า แอบถ่ายคลิปอากัปกิริยาของนาถสุดาไว้...เมื่อนาถสุดากลับบ้าน
ชูชิตก็กราดเกรี้ยวใส่ ถามว่าไปทำอะไรมา เธอนิ่งเฉยเลี่ยง หนีเขาตามไปขวางถามว่าไปเยี่ยมเทพกับคงมาใช่ไหม นาถสุดาโต้กลับ ไม่แปลกตรงไหนที่ตนจะไปดูลูกน้อง
“มันจะไม่เกี่ยวอะไรกับผมเลย ถ้าคุณตอบผมมาว่าคุณให้ไอ้สองคนนั้นเข้าไปทำอะไรในป่า” นาถสุดาทำที ไม่รู้เรื่อง ชูชิตโกรธตบหน้าเธอฉาด เธอโกรธชักปืนออกมาแต่ช้ากว่าเขา ชูชิตขู่ “บอกไว้ก่อนนะ ว่าวันนี้ฉันเอาจริง”
นาถสุดาเห็นสายตาแข็งกร้าวของชูชิต ตัดสินใจเก็บปืน ชูชิตถามย้ำอีกครั้ง หญิงสาวโบ้ยให้ไปถามเจ้านาย เขายื่นหน้ามาประชิดหน้าเธอ “ถ้าต้องทำถึงขนาดเอาฉันไปปล่อยเกาะไว้ขนาดนั้น มันต้องเป็นเรื่องใหญ่ที่พวกแกต้องสมรู้ร่วมคิดกันแน่ ฉันชักไม่อยากเป็นแฟนกับเธอแค่ในนามแล้วล่ะสิ เรามาอัพเกรดความสัมพันธ์กันวันนี้เลยดีไหมจ๊ะที่รัก”
นาถสุดารู้สึกรังเกียจชูชิตสุดๆ อรชรได้ยิน โกรธแทบจะกระโจนเข้ามาแสดงตัว แต่ต้องชะงักเมื่อนาถสุดาตวาด “หยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะอ้วก บอกให้ก็ได้ว่า นายสั่งให้คงกับเทพ เก็บเมียเก่าของแกเรียบร้อยแล้ว และที่สองคนนั้นต้องเข้าป่า ก็เพื่อเอาศพเมียเก่าของแกไปทิ้งไงล่ะ”
ทั้งชูชิตและอรชรตกตะลึง นาถสุดาหัวเราะสะใจ เอารูปศพไศลาที่โดนยิงตายให้ชูชิตดู เขาถึงกับน้ำตาไหลทรุดลง ไม่อยากเชื่อ นาถสุดาใช้เท้าเขี่ยชูชิตให้พ้นทาง เดินหัวเราะออกไป...พออรชรเห็นนาถสุดาขับรถออกไป ก็เข้ามาดูชูชิต ไม่คิดว่าเขาจะรักพี่สาวตัวเองมากขนาดนี้ ชูชิตหยิบรูปไศลาในกระเป๋าสตางค์มาดู ร่ำไห้ขอโทษที่ทำให้เธอต้องตาย อรชรเข้ากอดปลอบ
“ไม่เป็นไรนะพี่ชิต พี่ไศเขาไม่โกรธพี่ชิตหรอก ต่อไปนี้ อรจะอยู่ดูแลพี่ชิตเองนะ”
ooooooo
อาการวงทองทรุดลง ถูกส่งเข้าห้องไอซียูอีกครั้ง นิ่มนวลร้องไห้กอดธีรธรอยู่หน้าห้อง...ขณะที่ไศลา ปลอมตัวเป็นนางพยาบาลเข้ามาหาเทพในห้อง หวังจะทำให้เขากลับตัวเป็นคนดี แต่พอเทพเห็นหน้าเธอ ก็อาละวาดทำร้ายเธอ ไศลาต้องใช้พลังเนตรอัคคี ทำให้เขาหยุดนิ่ง
ไศลาสัมผัสถึงความรักที่เขามีต่อนาถสุดา จึงทำให้เทพเห็นความเลวที่เขาก่อขึ้น ว่ามันส่งผลแก่ครอบครัวของคนที่เขาฆ่าตายต้องลำบากทุกข์ยาก จนตายตามกันไป
“ฉันรู้นะว่าจริงๆแล้วนายไม่ใช่คนเลว อย่างน้อย นายก็มีความรัก นายไม่ใช่คนเลวโดยกำเนิด...ฉันรู้”
เทพถึงกับน้ำตาไหล “แล้วฉันจะชดเชยสิ่งที่ฉันทำไว้ได้ยังไง”
ไศลาพอใจมากที่เทพคิดได้ เธอมาที่ห้องคง หวังจะทำให้เขาคิดได้ กลับตัวกลับใจอีกคนแต่คงรับไม่ได้กับผลกรรมที่ตนก่อกับคนอื่น สติแตกคิดว่าไศลามาแก้แค้นที่ตนฆ่าน้องสาวเธอ จึงอาละวาด กระโดดทะลุกระจกหน้าต่างตกลงมาตายคาที่
นพรัชกำลังคุยอาการของวงทองให้ธีรธรรับรู้รปภ.วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่า คนไข้แผนกจิตเวชกระโดดตึกตาย สองหนุ่มตกใจรีบไปดูที่เกิดเหตุ
ส่วนไศลาพาเทพออกมาซ่อนตัวในบ้านของตัวเอง “ตอนนี้คงไม่มีใครคิดว่าฉันจะกล้าพาคุณมาอยู่ที่นี่อีกอย่างเราคงอยู่ที่นี่กันไม่นาน ฉันจะรีบส่งคุณให้ตำรวจ กันเป็นพยานในคดี”
“ขอบคุณมากนะไศลา”
“คุณต้องขอบคุณตัวเองมากกว่าที่เลือกทางนี้”
คืนนั้น นาถสุดาทานข้าวอยู่กับอดุลยศักดิ์ เห็นข่าวโดดตึกของคงก็ตกใจ เธอถามเขา คิดว่าเทพเป็นคนทำหรือไม่ อดุลยศักดิ์ไม่เชื่อ เพราะ รู้ดีว่าทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน ตายแทนกันได้ ไม่มีทางฆ่ากันเอง เขาเตือนให้นาถสุดาอยู่บ้านชูชิตต่อไป เพราะถ้าชูชิตหักหลังอีกคน จะไม่เหลือกำลังหลักในงานส่งของครั้งต่อไป นาถสุดาหยั่งเชิงถามจะให้ส่งคนออกตามหาเทพไหม
“ไม่ต้อง คนอย่างไอ้เทพ ถ้ามันยังอยู่ มันต้องหาทางกลับมาเองได้แน่”
อรชรเสียใจที่ชูชิตพร่ำรำพันถึงแต่ไศลา สุทธิพงษ์ยังเยาะเย้ยให้ยอมรับว่า ไม่มีทางแทนที่พี่สาวได้ พอ นาถสุดากลับมา อรชรวางก้ามเป็นเมียชูชิตอยากให้เธอย้ายออกไป นาถสุดาไม่มีแก่ใจต่อล้อต่อเถียง จึงซัดอรชรแบบสั่งสอน แต่ถึงขั้นสลบเหมือด
ด้านธีรธรสั่งจ่านิดตรวจสอบว่าชูชิตติดต่อขอรับศพหรือไม่ จ่านิดรายงานในใบส่งตัวเทพกับคงมาโรงพยาบาล ไม่ระบุญาติหรือคนที่ติดต่อได้ จึงไม่มีหลักฐานต่อเนื่องไปถึงชูชิตส่วนกล้องวงจรปิดของโรงพยาบาล ติดไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งาน ธีรธรโวยนพรัช เขาเสียงอ่อยว่า ค่าดูแลมันแพง ไม่ทันไร มือถือจ่านิดได้รับคลิป
“อ๊ะ...มาแล้วครับ คลิปวีดีโอจากหน่วยนอกเครื่องแบบของเรา”
นพรัชเหวอที่มีตำรวจนอกเครื่องแบบในโรงพยาบาลของตัวเอง ธีรธรตอกกลับ ไม่เบิกเบี้ยเลี้ยงก็ดีแค่ไหน จ่านิด เปิดคลิปช่วงหน้าให้ดู เห็นนาถสุดาที่แสดงออกเหมือนรักกับเทพ คลิปต่อไปเห็นไศลาเดินเข้ามาในแผนกจิตเวชแล้วดับไป นพรัชโวย
“คุณไศลา จ่า คลิปนี้ถ่ายตอนกี่โมงแล้วทำไมมันสั้นแค่นี้เนี่ย”
จ่านิดงงกับท่าทีนพรัช “เมื่อเย็นนี้เองครับและที่สั้นเพราะว่ามันเย็นแล้ว แบตเลยหมด”
ธีรธรหน้าเครียดลุกพรวดจะเดินไป นพรัชถามไปไหน เขาตอบจะกลับไปนอน ระหว่างทางที่ธีรธรเดินไปห้องแม่ รู้สึกตัวว่ามีคนสะกดรอยตาม จึงตลบกลับจับคนร้ายไว้ แต่ถูกชกท้องจนต้องปล่อย คนร้ายจะซ้ำเขาโพล่งขึ้นว่า
“นี่คุณต่อยผมจริงๆเลยเหรอ ไศลา”
“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน” ไศลาชะงักถอดหมวกออกมองหน้าเขาอย่างสงสัย
ธีรธรชี้ที่หัวอย่างภูมิใจ “มันสำคัญตรงนี้...คุณหายไปไหนมา ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่”
ไศลาย้อนกลับเขาน่าจะสบายที่ตนไม่อยู่ ธีรธรจ้องตาเธอแล้วบอกว่าเขาคิดถึงเธอทุกวัน หญิงสาวเขินหลบตาก่อนจะบอกว่า มีเรื่องสำคัญมาบอก ตนได้ตัวเทพมาเป็นพยานให้อีกคน
“ไศลา นี่คุณเกี่ยวข้องกับเรื่องวันนี้เหรอ ทำไมคุณถึงทำแบบนี้”
“นี่คุณไม่ดีใจเลยเหรอที่ได้นายเทพมาเป็นพยานเพิ่ม”
ธีรธรยอมรับว่าดี แต่เขาเป็นห่วงเธอมากกว่า ไศลา บอกว่าตนไม่ได้เป็นอะไร มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะทำ อย่างไรต่อไป ไม่ทันจะตอบ นิ่มนวลโทร.มาบอกธีรธรว่า วงทองอาการทรุด เขารีบจูงมือไศลาวิ่งไปที่ห้องไอซียู นิ่มนวลไม่ทันมองไศลา โผเข้ากอดธีรธรร้องไห้
“คุณป้าความดันตกอีกแล้วค่ะ พี่หมอบอกว่ายาที่ให้ไปไม่ได้ผล”
ไศลาเห็นเช่นนั้นก็เลี่ยงไปนั่งมุมหนึ่ง นพรัชเดินเข้ามาบอกธีรธรให้ทำใจดีๆ ธีรธรละล่ำละลักบอกเสียเท่าไหร่เขายอมต้องช่วยแม่เขาให้ได้ นพรัชอ่อนใจบางอย่างเงินก็ซื้อไม่ได้ ไศลาลุกขึ้นเดินเข้ามาขอไปดูวงทองในห้อง นพรัชและนิ่มนวลตะลึงที่เห็นเธอ
ooooooo










