แม่ทัพภาคที่ 1 ส่งหนังสือบี้กัมพูชา ถก RBC วันที่ 10-12 ต.ค. หากไร้ แผนอพยพคนกัมพูชาบ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว ขอเลื่อนไปก่อน ส่งผลกองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) ไม่มีกำหนดประชุมเช่นกัน ด้านกองทัพไทย ไปต่อ สร้างแน่รั้วชายแดน เริ่มจากงบฯเดิมปี 2568 ที่กองทัพไทยเคาะมาแล้ว 6.5 ล้านบาท กับ 5.1 กิโลเมตรแรก ส่วนที่ สมช.อนุมัติ กองทัพเล็งดูจุดอื่น ที่ทำต่อไป กองทัพบกยังไม่พบข้อมูลทหารกัมพูชารุกล้ำ-สร้างฐานทหาร ที่ปราสาทคนา จ.สุรินทร์ ส่วน สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กัมพูชาเคลื่อนไหวต่อเนื่องนำ IOT เข้าพื้นที่ แถมเกณฑ์ เด็ก-กาชาด มาสมทบเป็นโล่มนุษย์ ผวจ.บันเตียเมียนเจย ตั้งโรงทานเลี้ยงอาหารม็อบกัมพูชาผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพภาคที่ 1 เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ว่า ภายหลังกัมพูชาส่งหนังสือเชิญกองทัพภาคที่ 1 ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา (RBC) ในวันที่ 10-12 ต.ค. ที่ จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา เพื่อติดตามการดำเนินการต่อจากข้อตกลงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) ที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.ย.เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การจัดระเบียบชายแดนนั้นพล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งให้กองทัพภาคที่ 1 ทำหนังสือตอบกลับไปยังฝ่ายกัมพูชา ว่า หากการประชุม RBC ในวันที่ 10-12 ต.ค. ไม่มีหัวข้อการหารือเรื่องแผนการอพยพคนกัมพูชา ออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ก็ขอเลื่อนการประชุมออกไปก่อน จนกว่าฝ่ายกัมพูชาจะนำเรื่องดังกล่าวมาหารือ หากกองทัพภาคที่ 1 ยังไม่ได้ประชุม RBC ในส่วนของกองทัพภาคที่ 2 และกองบัญชาการกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด (กปช.จต.) ก็ไม่มีการประชุม RBC เช่นกัน จนกว่ากองทัพภาคที่ 1 จะมีความเรียบร้อย สำหรับการประชุม GBC ระหว่าง พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กับ พล.อ.เตีย เซรย ฮา รองนายกฯและ รมว.กลาโหม กัมพูชา ก็เกิดขึ้นไม่ได้หากการประชุม RBC ใน 3 พื้นที่ ยังไม่แล้วเสร็จขณะที่ พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผบ.หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน ให้ข้อมูลความคืบหน้าของแผนการเดินหน้าปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 พื้นที่บ้านหนองแก้วและบ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ว่า ตามที่กรมป่าไม้ได้มีการแจ้งความไว้ที่ สภ.โคกสูง ตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย.68 ว่า ให้ชาวกัมพูชาที่บุกรุกพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อพยพออกจากพื้นที่ภายใน 15 วันและในวันที่ 3 ต.ค.เป็นวันครบกำหนด ดังนั้นหลังจากนี้จะเป็นขั้นตอนตามกฎหมาย เช่นเดียวกับในพื้นที่บ้านหนองจาน ที่กรมป่าไม้แจ้งความไว้เมื่อวันที่ 25 ก.ย. ก็จะครบกำหนดที่ชาวกัมพูชาต้องอพยพออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 10 ต.ค.ผบ.หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนของกองกำลังบูรพา ต้องรอฟังคำสั่งจากกองทัพภาคที่ 1 อีกที ถึงจะดำเนินการอะไรได้ ดังนั้นการจะผลักดันได้ต้องทำร่วมกันหลายส่วน ทั้งด้านจังหวัดสระแก้วและกรมป่าไม้ แต่ดูเหมือนกัมพูชาจะมีการเตรียมตัว อย่างเช่นเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 ต.ค. มีการนำคณะ IOT กับเหล่ากาชาดกัมพูชาและเด็กๆเข้ามาอยู่ในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว คล้ายกับว่ากัมพูชากำลังจะสร้างให้เกิดภาพความรุนแรงจากฝั่งไทย นอกจากนี้ท่าทีของชาวกัมพูชากลุ่มที่บุกรุกพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ปัจจุบันยังไม่มีวี่แววจะอพยพออกไป ทางผู้นำก็ไม่ได้มีการส่งแผนอพยพกลับมาด้วยพ.อ.ชัยณรงค์กล่าวตอนท้ายว่า หากชาวกัมพูชาที่บุกรุกแผ่นดินไทยไม่ปฏิบัติตามข้อความที่มีการปักป้ายจะต้องถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ตามอำนาจหน้าที่ทางกฎหมาย สำหรับพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว จริงๆแล้วสามารถดำเนินคดีได้เลยนับตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.เป็นต้นไป แต่ต้องอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม เน้นย้ำอีกครั้งว่ากองกำลังบูรพาก็จะต้องรอคำสั่งการจากแม่ทัพภาคที่ 1 และหน่วยเหนือให้ดำเนินการตามกรอบอีกที ตอนนี้กองกำลังบูรพาเตรียมการไว้หมดแล้ว พร้อมปฏิบัติทุกอย่างเวลา 10.35 น. กัมพูชาได้นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวหรือ IOT เข้าพื้นที่บ้านเปรยจัน ตรงข้ามบ้านหนองหญ้าแก้ว ติดตามสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากที่ผ่านมาฝั่งกัมพูชามีการเคลื่อนไหวต่อเนื่องในพื้นที่ ถือเป็นดินแดนอธิปไตยของประเทศไทยแต่ถูกอ้างสิทธิ์โดยกัมพูชา รวมทั้งมีการนำหน่วยกาชาดกัมพูชาเข้ามาสมทบ ทำหน้าที่เป็นทีมสนับสนุนด้านการแพทย์และการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ชายแดน รวมทั้งมีการเกณฑ์เด็กๆเข้ามาอยู่ร่วมกับกลุ่มชาวบ้าน ที่ถูกระดมเข้ามาก่อนหน้านี้ เพื่อสร้างภาพการรวมตัวของประชาชนจำนวนมากในจุดพิพาทดังกล่าว ทั้งนี้ ผวจ.บันเตียเมียนเจย ได้สั่งจัดตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่มแก่ผู้ที่ถูกเกณฑ์มา ถือเป็นความพยายามของฝ่ายกัมพูชาในการแสดงออกถึงการมีสิทธิ์ครอบครองพื้นที่ดังกล่าวทางด้านทหารกองกำลังบูรพาและหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ยังคงตรึงกำลังดูแลพื้นที่ฝั่งไทยอย่างเข้มงวด มีการรายงานสถานการณ์ขึ้นตรงต่อแม่ทัพภาคที่ 1 ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยยังคงเน้นมาตรการเชิงสันติวิธี แต่ยังจับตามองความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากการระดมกำลังเด็กและกาชาดเข้ามาในพื้นที่ อาจเป็นการสร้างเงื่อนไขกดดันและยืดเยื้อความขัดแย้งบริเวณชายแดนในส่วนการสร้างรั้วกั้นเขตแดนไทย-กัมพูชา วันเดียวกัน พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา โดยหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 หรือ นพค.12 ประสานงานกับกองกำลังทหารพรานที่ 12 จะเข้าไปสร้างในจุดที่ไม่มีปัญหาก่อนรวม 5.1 กิโลเมตร ที่บริเวณหลักเขตแดนที่ 50-51 บ้านโคกสะแบง ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ เบื้องต้นจะใช้งบประมาณปี 2568 ของกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน 6.5 ล้านบาท บริเวณพื้นที่มีการปรับปรุงถนนลูกรังที่เมื่อก่อนใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง แต่ตอนนี้เร็วขึ้นเหลือครึ่งชั่วโมง เพื่อเข้าไปก่อสร้างรั้วชั่วคราวชายแดนใน 1-2 เดือนนี้แน่นอน เมื่อถนนเสร็จสร้างรั้วได้เลย เป็นรั้วเสาคอนกรีต ขึงลวดหนามรั้วสูง 2 เมตรกว่าๆ 9 ระดับ 2 ชั้น ติดกล้องวงจรปิด สามารถมองเห็นกันได้ เป็นการป้องกันคนออกไปเล่นการพนัน หรือไปเป็นสแกมเมอร์ ส่วนที่สมช.อนุมัติเมื่อวันที่ 2 ต.ค.จะเดินหน้าต่อ ใช้งบของ สมช. และหน่วยทหารพัฒนาฯ จะไปดูว่าจุดไหนที่สามารถทำต่อได้วันเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่เพจ Thai Burma railway โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตปราสาทคนาและช่องระยี จ.สุรินทร์ อาจถูกกัมพูชาเข้ายึด หลังพบมีการสร้างบันไดไม้ ว่า กองทัพยังไม่ได้รับข้อมูล เพียงแต่ได้ยินสื่อพูดถึงอยู่ อาจต้องถามรายละเอียดในพื้นที่ จ.สุรินทร์ และกองทัพภาคที่ 2 เมื่อถามย้ำว่า หากพบว่ามีการรุกล้ำ สร้างบันไดและฐานทหาร จะต้องมีการรื้อออกไปหรือไม่ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ต้องดำเนินการเหมือนกันถ้าเป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ถ้าเป็นเรื่องของฝ่ายทหารต้องใช้วิธีการแบบทหาร ถ้าเป็นประชาชนอย่างที่ จ.สระแก้ว ต้องดำเนินการแบบประชาชน เมื่อถามว่ากรณีมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอทหารกัมพูชาลอดรั้วลวดหนามเข้ามาฝั่งไทย เมื่อคืนวันที่ 2 ต.ค.ได้ตรวจสอบแล้วหรือไม่ โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายละเอียดธรรมชาติของการปฏิบัติงานในพื้นที่ทำแบบนี้ไม่ได้ถ้าพบต้องมีการดำเนินการแน่นอน ส่วนถึงขั้นต้องใช้อาวุธหรือไม่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่นั้นที่โรงหล่อเฉลิมวงศ์หล่อพระ อ.เชียงยืน จ.มหาสารคาม มีพิธีเททองหล่อรูปเหมือน ส.อ.จิรายุ สิงห์อ้น “วีรบุรุษปราสาทตาควาย” นายทหารผู้กล้าที่เสียสละพลีชีพเพื่อชาติในการสู้รบไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 25 ก.ค. มี พ.อ.ธานินทร์ ดลหอม เสนาธิการกองพลทหารราบที่ 6 เป็นประธาน มีพ่อแม่และภรรยารวมทั้งญาติพี่น้องของ ส.อ.จิรายุเป็นเจ้าภาพหล่อรูปเหมือนโลหะ หลังแกะแบบออกมาทำความสะอาดและขัดเคลือบเงาแล้ว จะใช้เวลาอีก 9 วันถึงจะส่งมอบให้ครอบครัว ส.อ.จิรายุ เพื่อนำรูปหล่อดังกล่าวไปให้หลวงปู่ศิลา ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำพิธีจาร คือการใช้เหล็กปลายแหลมเขียนตัวหนังสือหรือลวดลายบนรูปหล่อ ก่อนนำไปตั้งที่บ้านเกิดอ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เป็นอนุสรณ์ให้คนไทยได้รำลึกถึงความกล้าหาญและการเสียสละต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่