ไปทางไหนก็มีแต่ "ฝุ่น" สาวๆ รู้หรือไม่ว่า "ฝุ่น PM 2.5" ทำร้าย "ผิว" รุนแรงกว่าแสงแดด บุหรี่ การอาบน้ำร้อน และการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากฝุ่น PM 2.5 มีขนาดเล็กกว่ารูขุมขนของเราถึง 20 เท่า ทำให้แทรกซึมเข้าสู่รูขุมขนได้ง่าย แต่จะส่งผลกระทบกับผิวมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้นและระยะเวลาการสัมผัส โดยแพทย์หญิงกนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ให้ข้อมูลไว้ในงานผลิตภัณฑ์การดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมธัญ ในกิจกรรมแนะเคล็ด(ไม่)ลับดูแลผิวอย่างไม่กลัวผิวเสีย พร้อมวิธีรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ไว้อย่างน่าสนใจ ซึ่งฝุ่น PM 2.5 ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กำลังทำร้ายผิวของผู้หญิงในช่วงเวลานี้ เราไปดูรายละเอียดกัน

"ฝุ่น PM 2.5" ทำร้าย "ผิว" รุนแรง!!

ระยะเวลาที่ "ฝุ่น PM 2.5" ทำร้าย "ผิว"

1. ระยะสั้น 

...

เมื่อสัมผัส "ฝุ่น PM 2.5" ในระยะสั้น ผิวจะอักเสบ เกิดการระคายเคือง เสียความชุ่มชื้น เพราะฝุ่น PM 2.5 ทำลายเซลล์ผิวหนังชั้นนอกหรือหนังกำพร้า และทำลายโปรตีนฟิลแลกกริน ที่มีหน้าที่ปกป้องผิวหนัง

2. ระยะเรื้อรัง 

หากสัมผัสฝุ่น PM 2.5 เป็นเวลานาน ฝุ่น PM 2.5 จะไปกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระ รบกวนการทำงานของเซลล์ผิว ทำลายคอลลาเจน
ทำให้ผิวเสื่อมเร็ว เหี่ยวย่น เกิดริ้วรอย จนไปกระตุ้นเม็ดสีทำให้เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ

เคล็ดลับที่ดูแล "ผิว" ได้ดีที่สุด

คือ เลี่ยงการสัมผัส ฝุ่น PM 2.5 ให้มากที่สุด หรือสัมผัสให้น้อยที่สุด

ปกป้อง "ผิว" ด้วย...

- ใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว

- สวมหมวก แว่นตา และหน้ากากป้องกันฝุ่น

- อาบน้ำทันทีเมื่อถึงบ้าน

- ดีท็อกซ์ผิวหรือสครับผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้ง

- บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรเซอร์ เสริมเกราะป้องกันผิว

- ทาครีมกันแดดเคลือบผิว ไม่ให้สัมผัสฝุ่น PM 2.5 โดยตรง