• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • Trendy Review
เรื่องเด่น :
อีกด้านของมุมมองกับ 9 สาวบล็อกเกอร์ catmint.in.th | ศึกมือถือระอุ! เมื่อโอเปอเรเตอร์ผุดแบรนด์ใหม่ กูรูหวั่นตลาดป่วน | เอเซอร์ ส่ง ICONIA W3 แท็บเล็ต8นิ้วเอาใจคนทำงาน |

วันนี้คุณตั้งรหัสล็อกหน้าจอมือถือแล้วหรือยัง?

Pic_285402

ผมเชื่อว่าผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์จำนวนส่วนใหญ่ (อาจจะเกือบทั้งหมด) น่าจะมีสมาร์ทโฟนในครอบครองไว้ใช้งานกันถ้วนหน้า คำถามคือคุณผู้อ่านรู้ตัวหรือไม่ว่า นอกจากนำสมาร์ทโฟนมาใช้โทรศัพท์ แชต เล่นเน็ต เล่นเกม ลงแอพ ฯลฯ เรายังมีข้อมูลสำคัญๆ เก็บไว้ในมือถือเครื่องเล็กๆ อีกมหาศาล

สมาร์ทโฟนในปัจจุบันถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตตลอดเวลา และสมาร์ทโฟนค่ายดังๆ ส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อกับบัญชีออนไลน์ของเราทันทีที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ ในกรณีที่เป็นแอนดรอยด์ก็เชื่อมกับบัญชีของกูเกิล (รวมถึง Gmail) ในกรณีที่เป็นไอโฟนจะเชื่อมกับบัญชีของแอปเปิล และกรณีที่เป็นวินโดวส์โฟนจะเชื่อมกับ Hotmail ของไมโครซอฟท์

สำหรับผู้ใช้เน็ตจำนวนมาก ข้อมูลสำคัญๆ อยู่ในอีเมล์นะครับ ไม่ว่าจะเป็นรหัสผ่านของเว็บไซต์ต่างๆ ความลับทางการค้าของบริษัทหรือองค์กรที่สังกัด และบางคนอาจจดข้อมูลด้านการเงิน เช่น เลขบัญชีหรือข้อมูลบัตรเครดิตไว้ในอีเมล์ด้วยซ้ำ

ลองนึกกันดูว่าถ้ามีคนเข้าถึงมือถือของเราได้ และเข้าไปอ่านอีเมล์ของเรา ข้อมูลสำคัญเหล่านี้จะหลุดไปยังบุคคลภายนอกมากน้อยแค่ไหน ที่สำคัญคือการรีเซตรหัสผ่านต่างๆ มักต้องให้ยืนยันตัวตนผ่านอีเมล์เป็นหลัก ดังนั้นถ้ามือถือของเราหายไปและมีคนขอรีเซตรหัสผ่านเข้าเว็บต่างๆ จากนั้นยืนยันตัวตนทางอีเมล์บนมือถือ บัญชีที่เป็นของเราย่อมถูกขโมยไปอย่างง่ายดาย เท่านั้นยังไม่พอ ธนาคารออนไลน์สมัยนี้มักเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นโดยการยืนยันการโอนเงินผ่าน SMS ซึ่งช่วยแก้ปัญหาโดนแฮกรหัสผ่านได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้ามือถือถูกขโมยไปด้วย ก็ไม่รอดอยู่ดีจริงไหมครับ?

นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องรูปหลุดคลิปหลุดที่เราคุ้นเคยกับข่าวตามหน้าสื่อมานาน ซึ่งผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านคงรู้กันดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องอธิบายซ้ำว่าปัญหานี้ร้ายแรงแค่ไหน โดยสรุปแล้วก็คือ มือถือทุกวันนี้มีข้อมูลสำคัญๆ ของเราอยู่มาก เราจะปกป้องข้อมูลของเราได้อย่างไรบ้าง?

การป้องกันขั้นพื้นฐานที่สุด คือ เราควรใส่รหัสผ่านป้องกันมือถือของเรา เพื่อว่ากรณีที่มือถือหายหรือลืมวางทิ้งไว้ที่ไหน คนที่เก็บได้จะได้ไปแต่ตัวมือถือ (ซึ่งในกรณีที่แย่ที่สุดคือหายแล้วซื้อใหม่ได้) แต่ไม่ได้ข้อมูลของเราไป (ซึ่งข้อมูลบางอย่างหายแล้วซื้อคืนไม่ได้ไม่ว่าจะมีเงินแค่ไหนก็ตาม)

สำหรับกรณีมือถือทั่วๆ ไปรวมถึงไอโฟนสามารถตั้งรหัสผ่านป้องกันมือถือได้ในตัวอยู่แล้ว โดยเป็นรหัสตัวเลข (PIN หรือ Passcode) 4 ตัว เหมือนกับรหัสบัตรเอทีเอ็ม ช่วยป้องกันไม่ให้คนเข้าถึงข้อมูลในมือถือของเรา เพราะไม่สามารถปลดล็อกหน้าจอได้

ถ้าเป็นมือถือแอนดรอยด์ยังมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอีก 2 แบบ อย่างแรกเรียกว่า Pattern Unlock หรือการลากจุดบนหน้าจอเป็นรูปร่างตามที่เราตั้งรหัสผ่านไว้ แนวคิดคล้ายกับการใส่ค่า PIN แต่กดง่ายกว่ามาก (แต่ก็มีข้อเสียว่าคนอื่นมองเห็นรูปร่างได้ง่ายเช่นกัน) ส่วนแบบที่สองเพิ่งมีในแอนดรอยด์รุ่นใหม่ๆ บางตัว เรียกว่า Face Unlock หรือการใช้กล้องของมือถือถ่ายภาพใบหน้าของเราว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ เทคโนโลยีนี้น่าสนใจแต่การใช้งานจริงยังไม่ค่อยเสถียรมากนัก เช่น แสงน้อยหรือใบหน้าเปลี่ยนอาจมีปัญหาปลดล็อกไม่ได้ (มักใช้คู่กับ Pattern Unlock ในกรณีที่ถ่ายภาพแล้วไม่เวิร์ก)


วิดีโอสอนการตั้งค่า Face Unlock และ Pattern Unlock ของแอนดรอยด์


วิดีโอสอนการตั้งค่า Passcode Unlock ของไอโฟน

ผมคิดว่าการตั้งรหัสล็อกหน้าจอน่าจะช่วยป้องกันข้อมูลส่วนตัวหลุดไปได้ประมาณ 70-80% ของกรณีทั้งหมด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความไม่สะดวกอยู่บ้างเมื่อเทียบกับการไม่ใส่รหัสที่ปลดล็อกจอได้ง่ายกว่ามาก (เพราะวันหนึ่งๆ เราต้องปิด-เปิดจอมือถือกันหลายรอบ) อันนี้คงต้องชั่งน้ำหนักกันเองว่าจะเลือกความสะดวกหรือเลือกความปลอดภัยของข้อมูลครับ

ผมเคยสำรวจเรื่องนี้แบบหยาบๆ บนเว็บไซต์ Blognone ถามผู้อ่านว่าล็อกมือถือกันอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าผู้ตอบโพลประมาณ 60% ระบุว่า ไม่ได้ตั้งค่าการล็อกหน้าจอมือถือเลย ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะมาก (แต่น่าจะสะท้อนสภาพความเป็นจริง) ดังนั้นคนที่คิดว่าตัวเองมีข้อมูลสำคัญจริงๆ คงต้องพิจารณากันอีกสักรอบว่าจะตั้งรหัสล็อกหน้าจอมือถือดีหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การตั้งรหัสล็อกหน้าจอไม่ได้ปลอดภัย 100% เพราะผู้ที่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์สักหน่อยย่อมสามารถยกเลิกหรือบายพาสหน้าจอใส่รหัสได้ถ้ามีเครื่องมือเพียงพอ ถ้าต้องการความปลอดภัยที่สูงขึ้นอีกชั้น คุณผู้อ่านอาจตั้งค่าในมือถือให้ “เข้ารหัสข้อมูล” ข้างในไม่ให้คนอื่นอ่านได้ (ต้องมีรหัสปลดล็อกหน้าจอเท่านั้นจึงจะเห็น) วิธีนี้ใช้ได้กับทั้งแอนดรอยด์และไอโฟนรุ่นที่ใหม่หน่อย ผมคงไม่ลงรายละเอียด แต่ลองหาดูได้จากหน้าจอ Settings/ Security และหาตัวเลือกที่เกี่ยวกับ Encryption ครับ

มาร์ค Blognone

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย มาร์ค Blognone
  • 23 สิงหาคม 2555, 05:30 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 54 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
คนดังนั่งเขียน มาร์ค Blognone ตั้งรหัสล็อกหน้าจอมือถือ
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
30 คน
78.9%
ไม่ชอบ
8 คน
21.1%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ว่าด้วย Galaxy S4 กับเป้าหมายใหม่ของซัมซุง

ข่าวอื่นๆ ใน วิทยาการ-ไอที

'แบล็คเบอร์รี่' มั่นใจดีไซน์-คีย์บอร์ด มัดใจ...

ฉลุย! ครม.เห็นชอบเงินเดือนกสทช. 'ปธ.'...

จับตา! บอร์ด กสทช.ถกมาตรการคืนคลื่น180...

  • 'โซเชียล-เว็บลามก'ยอดฮิต! เดือนเดียว...
  • แอร์บัส เอ350XWB ประสบความสำเร็จในกา...
  • 'เอไอเอส-ทรู' งานเข้า! ลด 15% เหลว-...
  • ศึกมือถือระอุ! เมื่อโอเปอเรเตอร์ผุดแบรนด์...
  • “เจมส์ จิ” บุกไทยรัฐ โชว์แอพฯ Thairath...
  • ช่อง 3 จอดำ 10 นาที กสทช.คาดเกิดจาก...
  • ไอโฟน 5 บึมส่อเป็นปริศนาต่อ 'กสทช.' หา...
  • ไฮโซรสแซบ
  • ห้องร้องทุกข์
  • คลื่นรบกวน
  • โสมชบาจ๊ะจ๋า
  • กุ๊กกิ๊กช่วยเกา
  • หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน
  • ชี้มวยเด็ด
  • เกษตรกรบนแผ่นกระดาษ
  • กอล์ฟสแควร์
  • เปิดฟ้าภาษาโลก
  • ซุบซิบกับหมวยแซบ
  • มุมข้าราชการ
  • เดลี่เว็บ
  • ทีวีบันเทิง
  • บุคคลในข่าว
  • กีฬาวันนี้
  • ดวงดาวของท่าน
  • สโมสรนักสู้

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By