รัฐบาลตื่นจากภวังค์ เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย ที่นับว่าเป็นครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีก็ว่าได้ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ล่าสุดมีรายงานว่า จระเข้จากฟาร์มสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา หลุดออกจากฟาร์มจำนวน 50 ตัว เบื้องต้นสามารถจับได้แล้ว 2 ตัว...

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 53 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเตรียมเชื่อมสัญญาณวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ไปยังจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี จะทำหน้าที่สั่งการช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง กับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ

ด้านนายชินวรณ์ บุญยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เผยเบื้องต้นมีโรงเรียนได้รับความเสียหายแล้วกว่า 240 โรง ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพชรบุรี ราชบุรี ชัยภูมิ และลพบุรี ส่วนที่จังหวัดนครรราชสีมาเพียงจังหวัด มีโรงเรียนเสียหายกว่า 112 โรง ทั้งนี้ได้สั่งการเร่งดำเนินการซ่อมแซมและปรับปรุง เพื่อให้ทันเปิดภาคเรียนในอีก 12 วันข้างหน้า

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.แรงงาน ได้สั่งการให้สำรวจและหามาตรการช่วยเหลือสถานประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม เบื้องต้นใน 6 จังหวัด คือ นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และนครสวรรค์ โดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานให้การช่วยเหลือเบื้องต้นต่อสถานประกอบการและลูกจ้าง โดยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนให้ประสานมายังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขได้ทันที นอกจากนี้ยังให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ออกประกาศสำหรับนายจ้างให้ลูกจ้างหยุดงาน โดยไม่ถือเป็นวันลาหรือเป็นความผิดตามข้อบังคับของการทำงาน และขอให้คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในสถานการประกอบการ ร่วมมือกับนายจ้าง เพื่อซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและเครื่องจักร ให้คณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบการ ร่วมมือกับนายจ้างดูแลและสนับสนุนการจัดสวัสดิการกับลูกจ้าง พร้อมทั้งขอให้ที่ปรึกษาแรงงานหญิงในสถานประกอบการ เช่น เครือข่ายแรงงาน อาสาสมัครแรงงาน ได้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ เช่น อ.ปักธงชัย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา และ จ.ลพบุรี โดยเร่งด่วน

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในเช้าวันนี้ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องในพื้นที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา เบื้องต้นสามารถแก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้แล้ว โดยได้รับความร่วมมือมณฑลทหารบกที่ 21ที่จัดกำลังทหารมาลำเลียงอ๊อกซิเจน เครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นสำหรับคนไข้ ทำให้โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา สามารถดำเนินการตามระบบได้ตามปกติ

ขณะที่นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีปริมาณน้ำตามท้องทุ่งต่างเต็มท้องทุ่งทั้งหมด ได้มีการประเมินสถานการณ์คาดว่า ปริมาณน้ำในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา สถานการณ์จะดีขึ้นภายใน 10-15 วัน แต่ถ้ามีพายุหรือฝนเข้ามาต่อจากนี้ไป ก็จะขยายเวลาออกไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนน้ำท้ายเขื่อนลำตะคอง, ลำเชียงไกร และลำจักราช ที่จะไหลสู่ลำน้ำทางใต้ของจังหวัดนครราชสีมา ประชาชนต้องระมัดระวังผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามกรมลประทานได้ประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวแล้ว

...

นอกจากนี้ จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับสภากาชาดไทย ตั้งศูนย์รับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบ อุทกภัยจังหวัดนครราชสีมา ณ บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับบริจาคสิ่งของเครื่องใช้จากประชาชนทั่วไปตลอด 24 ชั่วโมง ที่หมายเลขโทรศัพท์ 044-255993-4,044-25996-8 และที่บัญชี เงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปี 2553 เลขที่บัญชี 694-0-13486-7 โดยผู้บริจาคเงินส่งโทรสารใบโอนเงินไปที่หมายเลข 044-259988

ส่วนนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงเส้นทางคมนาคมทั้งถนนและทางรถไฟ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ว่า เบื้องต้นได้สั่งการให้ช่วยเหลือขนส่งผู้โดยสารที่ตกค้างตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้บริการทางรถไฟ ถึงแม้จะมีเส้นทางรถไฟในเส้นทางหนองคาย ที่ อ.กุดจิก เส้นเดียว ที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอยู่ เนื่องจากฝนหยุดตกแล้ว แต่ยังมีน้ำป่าไหลบ่าอยู่ คาดว่า ในช่วงเที่ยงวันจะสามารถเปิดเดินรถได้ตามปกติ ทั้งนี้ทางกระทรวงได้ตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยผ่านหมายเลข 1156

...

เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งระดมกำลังทหารออกช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย แก้วิกฤตน้ำท่วมทั่วประเทศ ขณะที่นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยอมรับว่า สถานการณ์น้ำท่วมมีความรุนแรงเหนือคาดการณ์ แย้มพื้นที่กรุงเทพฯ จ่อถูกน้ำท่วมในวันที่ 25-26 ต.ค. พร้อมสั่งกรมชลประทาน ประสานงานกับ กทม. อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ได้สั่งให้ตั้งศูนย์บริจาคเพื่อช่วยเหลือน้ำท่วม ในส่วนกลาง ที่กรม ปภ. โทร 1784 และบริจาคได้ที่ ปภ.จังหวัดทุกแห่ง โดยของที่ต้องการมาก ก็คือพวกถุงดำ ผ้าอนามัย อาหารแห้ง เทียนไข ไฟฉาย พร้อมสั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดตั้งศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มปี 2553 ที่กรมป้องกันฯ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย

สำหรับปัญหาน้ำท่วมที่จังหวัดชัยภูมิ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชลประทานจังหวัดได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชน ในพื้นที่เขต อ.เมืองชัยภูมิ อพยพสิ่งของขึ้นที่สูง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืน บริเวณสันเขื่อนลำปะทาว อ.แก้งคร้อ ตอนบน และเขื่อนลำปะทาว ตอนล่าง เขต อ.เมืองชัยภูมิ ซึ่งมีความจุกว่า 66 ล้านลูกบาศก์เมตร จนเขื่อนไม่สามารถรองรับได้ จึงทำให้น้ำล้นสันเขื่อน มาตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ซึ่งมีปริมาณ 91 ซม. ล่าสุดระดับน้ำล้นสันเขื่อนพุ่งสูงขึ้นที่ 1.50 เมตรแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่มีทั้งหมด 19 จุด เพื่อระบายน้ำออกนอกเมือง แต่ขณะนี้ไม่สามารถสูบน้ำได้แล้ว เพราะระดับน้ำล้นตลิ่งและตีกลับไหลเข้าเมืองทั้งหมดแล้ว เบื้องต้นน้ำได้ไหลเข้าท่วมชุมชนกุดแคน และชุมชนหนองบ่อ ปริมาณน้ำสูง 2 เมตร เสียหาย 300 หลังคาเรือน คาดว่าอีกประมาณ 1 ชม. น้ำจะไหลเข้าท่วมภายในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลเมืองชัยภูมิได้นำรถบรรทุก 10 ล้อ มารอรับผู้ป่วยที่จะเดินทางมารับการรักษา ที่บริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ ถนนบรรณาการ เขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ เนื่องจากถนนหน้า รพ.ชัยภูมิถูกน้ำท่วมสูงถึง 1 เมตร ทำให้ยานพาหนะขนาดเล็กไม่สามารถขนผู้ป่วยเข้าไปรับการรักษาในโรงพยาบาลได้

...

ขณะที่ด้านสถานการณ์น้ำบนเขื่อนจุฬาภรณ์ อ.คอนสาร ที่มีความจุกว่า 188 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งมีระดับน้ำล้นสันเขื่อนสูงกว่า 1.50 เมตร ด้วยเช่นกัน ขณะนี้ทางเขื่อนเร่งระบายน้ำออก ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมเขต อ.คอนสาร เกษตรสมบูรณ์ ภูเขียว และบ้านแท่น คาดว่าจะไหลเข้าท่วมอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดขอนแก่นภายใน 2-3 วันนี้

ที่ จ.กำแพงเพชร น้ำจากเทือกเขาสนามเพียงและเทือกเขาโกสัมพีนคร ได้ไหลทะลักเข้าสู่ จ.กำแพงเพชรเขตติดต่อ อ.วังเจ้า จ.ตาก อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้ คอสะพานที่เชื่อมระหว่าง ต.หนองแดน กับ อ.วังเจ้า จ.ตาก ขาดทั้ง 2 ด้าน รถไม่สามารถสัญจรไปมาได้ นายนิวัฒน์ ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอโกสัมพีนคร เดินทางตรวจที่เกิดเหตุ พร้อมประสานไปยังสำนักงานทางหลวงชนบทให้นำสะพานแบร์ริ่งมาประกอบ เพื่อประชาชนจะได้ใช้สัญจรเป็นการชั่วคราว ส่วนความเสียหาย อื่นๆ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการเข้าตรวจสอบ

ส่วนที่ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ สถานการณ์ขณะนี้ปริมาณน้ำลดลงเพียงเล็กน้อย ระดับน้ำยังคงสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านเร่งทยอยขนของมีค่าออกจากบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 31 ค่ายจิระประวัติ จ.นครสวรรค์ ได้นำเรือท้องแบนมาช่วยเหลือประชาชนจำนวน 6 ลำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ได้สนับสนุนเรือพลาสติกอีก 10 ลำ

ที่ ต.ทำนบ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ ระดับน้ำที่ท่วมสูงทำให้พื้นที่นี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ไม่มีไฟฟ้าใช้ การสัญจรในหมู่บ้านต้องใช้เรือเท่านั้น ส่วนร้านขายข้าวสารในตลาดท่าตะโกหลายร้าน ได้แจกข้าวสารกว่าพันกระสอบที่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากเก็บไว้ในโกดังแล้วขนหนีน้ำไม่ทัน โดยชาวบ้านต่างพากันลุยน้ำเข้าไปรับบริจาคเป็นจำนวนมาก

ที่ จ.อ่างทอง น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระแสน้ำที่ล้นตลิ่งได้ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ 2 อำเภอ 4 ตำบล มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 500 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายไปแล้วจำนวนกว่า 1 หมื่นไร่ โดยที่ ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ถูกน้ำท่วมหนักที่สุด 

ด้าน นายวิศว ศะศิสมิต ผวจ.อ่างทอง เผยว่า ได้เดินทางไปตรวจสถานการณ์น้ำท่วมใน ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ที่ได้รับผลกระทบจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่เอ่อล้นเข้าท่วม 8 หมู่บ้าน ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30 ซม. - 1 เมตรมี ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 362 ครัวเรือน 1,334 คน จึงสั่งการให้จัดส่งเรือท้องแบนเพื่อสัญจรและเต้นท์พักอาศัยชั่วคราวเข้าช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น

นอกจากนี้ ได้มีประชาชน ทวิตเตอร์​มายัง ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ว่า ชาวบ้าน ม.3 บ้านโค้งยาง ต.โค้งยาง อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ จากหน่วยงานใดๆ ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 16 ต.ค. อยากขอให้เข้าช่วยเหลือโดยเร่งด่วน

ที่ ต.หนองหัววัว อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร มีบ้านเรือนราษฎรถูกน้ำท่วมขังกว่าพันหลังคาเรือน จากการสอบถามนายเทียน สมโภชน์ หัวหน้าสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัววัว เปิดเผยว่า น้ำป่าเพิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.หนองหัววัว ทางองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหัววัวได้จัดส่งเจ้าหน้าที่กองช่างออกสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบว่าถนนเชื่อมระหว่างหมู่ 5 บ้านน้ำก็ กับหมู่ 7 ถนนขาดไม่สามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ ชาวบ้านต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น ส่วนบริเวณคันคลอง ที่หมู่ 5 ถูกน้ำเซาะพังทลาย น้ำไหลเข้าท่วมนาข้าวที่กำลังใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหายจำนวนมาก