ใช่ว่าสุภาษิตไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง จะใช้ได้แตเฉพาะในหมู่สาวๆเท่านั้น แต่กับหนุ่มๆสมัยนี้ เรียกว่าเรื่องเครื่องแต่งกาย รูปลักษณ์ภายนอกก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน งานนี้เลยต้องขอเอาใจคุณหนุ่มๆแนะนำแฟชั่นที่เปี่ยมไปด้วยรสนิยมสำหรับสุภาพบุรุษประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2009นี้ โดย Club 21 Men (คลับ 21 เมน) บูติกรวบรวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับ จากห้องเสื้อชั้นสูงระดับโลก 

ประเดิมด้วยแบรนด์ “จิล แซนเดอร์” แบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากประเทศอิตาลีเจ้าของนิยามการออกแบบที่ดูเรียบแต่งดงามในความประณีตของการตัดเย็บอันเปี่ยมด้วยรสนิยม ในฤดูกาลนี้ จิล แซนเดอร์ ได้นำโครงเสื้อแบบใหม่ที่เน้นสัดส่วนซึ่งพอดีกับรูปร่างมากยิ่งขึ้นมาสู่ท่านสุภาพบุรุษ ด้วยการปรับสัดส่วนของแจ๊คเก็ตสูทไหล่โค้งให้มีส่วนเว้าช่วงใต้อกและสร้างเส้นโค้งต่อมาบริเวณเอว คล้ายรูปขวดนาฬิกาทรายซึ่งช่วยให้รูปร่างดูเพรียวบางมากยิ่งขึ้น เสื้อแจ๊คเก็ตผ้าวูลที่สามารถให้ความอบอุ่นกับร่างกายเป็นอย่างดีถูกนำมาทอให้มีความแน่นของเนื้อผ้ามากยิ่งขึ้นเพื่อให้สามารถนำมาตัดเย็บได้อย่างพอดีตัวไม่เทอะทะ การพิมพ์ลายลงบนผ้าวูลมีการทำสีให้คล้ายกับการเรียงตัวกันของเม็ดทรายก็ช่วยเติมเต็มให้คอลเลคชั่นนี้ดูสวยสมบูรณ์แบบโดดเด่นด้วยความเรียบโก้ซึ่งแฝงความใส่ใจในทุกขั้นตอนของการผลิต



ขณะที่แบรนด์ “ลองแวง” ห้องเสื้อชั้นสูงจากฝรั่งเศส ที่สร้างความตื่นเต้นในฤดูหนาวน ด้วยการผสมผสานจิตวิญญาณของเครื่องแบบทหารเข้ากับเสื้อผ้าที่มีความคิดสร้างสรรค์ เนื้อผ้าซึ่งมีความหรูหราและสง่างามได้ถูกนำมาตัดเย็บเป็นชุด โดยคอลเลคชั่นนี้โครงสร้างของชุดถูกตับเย็บอย่างพอดีตัวโดยมีทั้งเสื้อโค้ทยาว เสื้อแจ๊คเก็ตสูทที่เข้าชุด กับกางเกงทรงมวนบุหรี่ มีการใช้สีในโทนสีเดียวกันมาไล่น้ำหนักอ่อนแก่



ด้านแบรนด์ “Kris Van Assche” (คริส แวน แอช) ก็เลือกนำเสนอชุดหลากหลายแบบที่โดดเด่นด้วยสไตล์แบบเสื้อด้านในยาวกว่าเสื้อด้านนอก  พร้อมโทนสีในคอลเลคชั่นนี้ที่เน้นที่สีขาว เทา และสีดำเป็นหลัก แต่ที่พิเศษคือ การให้ความสนใจกับวัสดุที่มีคุณลักษณะที่แตกต่างกัน เช่น เนื้อผ้าสีดำที่มีลักษณะแตกต่างกันมาทับซ้อนกัน อาทิการผสมผสานระหว่างผ้าวูลสีดำ เข้ากับผ้าฝ้ายสีดำ หรือผ้าที่มีประกายเงาวาวในโทนสีเดียวกัน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดเป็นมิติที่มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น โดยกางเกงในคอลเลคชั่นนี้ถูกออกแบบให้มีความยาวมากกว่ากางเกงปกติ เพื่อให้เวลาสวมใส่จะสามารถย่นทบขึ้นมาได้กลายเป็นรายละเอียดที่ดูแปลกตาไม่เหมือนใครอีกด้วย

ปิดท้ายที่ “จุนยะ วาตานะเบะ” ซึ่งเลือกสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการออกแบบด้วยคอลเลคชั่นเสื้อผ้าที่ประกอบด้วยเสื้อแจ็คเก็ตซึ่งสามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน ด้วยแรงบันดาลใจจากเสื้อผ้าของนายพรานที่เข้าป่าล่าสัตว์ หรือเสื้อผ้าของชายหนุ่มกบฎสังคมยุค 1950-1960 นำมาผสมผสานกับเสื้อผ้าของหนุ่มที่ใช้ชีวิตภายในเมืองและการแต่งกายแบบสุภาพบุรุษสุดคลาสสิก อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของจุนยะกับกางเกงทรงเบอร์มิวด้า หรือกางเกงขาลอยที่ช่วยให้ชุดดูสะดุดตาและไม่ดูเป็นทางการจนเกินไป โดยในฤดูกาลนี้จุนยะได้ใช้สีอย่างสนุกสนานมากยิ่งขึ้นเน้นการใช้สีในคู่ตรงข้ามตัดกันสร้างบรรยากาศแบบไม่เป็นทางการช่วยให้สุภาพบุรุษในฤดูกาลนี้สนุกสนานกับการแต่งตัวมากยิ่งขึ้น

...