สายตาของแฟนเพลงไมเคิล แจ๊กสัน ทั่วโลก จะได้พบกันเทปซ้อมการแสดงที่สมบูรณ์แบบนี้ ของราชาเพลงป็อบชื่อดังซึ่งจะกลายเป็นอีกตำนานหนึ่งที่หลงเหลือให้คนรักแจ็กสันได้จดจำ...
เมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ไมเคิล แจ๊กสัน ปรากฏตัวออกสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ในโอกาสที่แถลงข่าวว่า จะเปิดการแสดงคอนเสิร์ต "ดีส อิส อิท"-This Is It ขึ้นที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
ในการประกาศเล่นคอนเสิร์ตครั้งนั้น แฟนเพลงบางคนตั้งข้อสังเกตด้วยความเป็นห่วงว่า มีอะไรหลายอย่างที่ดูเหมือนจะเป็น "ลาง" ที่ไม่ดีของ "แจ๊กโก้"
ตั้ง แต่ที่ไมเคิลบอกว่า This Is It จะเป็นคอนเสิร์ต "ครั้งสุดท้าย" เป็นวันเวลาที่เขารอคอยที่จะได้ยินเสียงปรบมือก่อนจะ "ปิดฉาก" การแสดงลง ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้หลายคนรู้สึกขนลุก
มิหนำซํ้า วันที่เลือกใช้ในการดำเนินการกับคอนเสิร์ตครั้งนี้ ยังเป็นวันแห่งตัวเลขอัปมงคลของฝรั่ง ที่ปกติแล้วไม่ค่อยจะถูกใช้ในกิจการงานสำคัญ นั่นคือเลข 13 แต่คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของไมเคิลประกาศเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมล่วง หน้าในวันที่ 13 มีนาคม ในขณะที่การแสดงวันแรกก็กำหนดไว้ในวันที่ 13 กรกฎาคม ประกอบกับข่าวคราวด้านสุขภาพที่ยํ่าแย่ของแจ๊กโก้ ก็ทำให้แฟนเพลงออกอาการเป็นห่วงกันมากว่า This Is It จะมีโอกาสได้เกิดขึ้นจริงหรือไม่
ถึงขนาดที่ว่า บริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมายของอังกฤษ คือ วิลเลียม ฮิลล์ ได้เปิดรับแทงได้แทงเสียในอัตราต่อรอง 5 ต่อ 1 ว่า คอนเสิร์ตนี้อาจจะล่ม ซึ่งถึงตอนนี้ คนที่แทงพนันไว้ก็คงรับทรัพย์กันเพลินไปแล้ว
ย้อน กลับมาที่ This Is It แม้จะมี "ลาง" ต่างๆ หลายอย่าง แต่การที่ไมเคิลออกมาการันตีด้วยตนเองว่าพร้อมเต็มสูบ สามารถร้อง เต้น เล่นให้ผู้ชม ชื่นมื่นได้โดยไม่มีปัญหา แถมผู้จัดคือ เออีจี ก็จับไมเคิลไปตรวจสุขภาพยืนยันความพร้อมเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับการเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบ 12 ปี ของแจ๊กโก้ที่ห่างหายจากแฟนๆไป ก็ทำให้บัตรเข้าชมขายดิบขายดี แทบจะเรียกว่าเทนํ้าเทท่า บัตรจำนวน 750,000 ใบถูกขายหมดไปในพริบตา จนได้รับการบันทึกว่า เป็นสถิติว่าเป็นการจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ตที่หมดเร็วที่สุดครั้งหนึ่ง เฉลี่ยวินาทีละ 11 ใบ และมีการประกาศเพิ่มรอบ จากเดิมที่กำหนดไว้ 10 รอบ เป็นมากถึง 50 รอบ ทำให้ This Is It ได้รับการบันทึกสถิติอีกอย่างหนึ่งว่า หากมีการแสดงเกิดขึ้นตามแผนการจริง ก็จะเป็นการแสดงมากรอบที่สุดในเมืองเดียว จากศิลปินเพียงคนเดียว
แต่น่าเสียดายที่สถิตินี้ไม่มีโอกาสจะได้ถูกบันทึก
คอนเสิร์ต 50 รอบไม่ได้เกิดขึ้น แต่ราชาเพลงป๊อปใช้ตัวเลข 50
เป็น ตัวเลขแห่งการอำลาเมื่อเขาจากโลกนี้ไปตลอดกาลด้วยวัย 50 ปี เป็นการจากไปพร้อมปริศนามากมายว่า อะไรคือต้นเหตุที่ทำให้แจ๊กโก้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยามากเกินไป ฆาตกรรม ฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่ข่าวลือที่ว่าเขายังมีชีวิต แต่แอบอยู่มุมไหนสักแห่งบนโลกที่ยุ่งเหยิงนี้!
แต่ ไม่ว่าจะอย่างไร งานนี้ผู้จัดคอนเสิร์ตถึงกับลมใส่ เพราะต้องคืนเงินแฟนเพลงจำนวนมหาศาล โชคยังดีที่มีแฟนเพลงประมาณครึ่งหนึ่งที่ซื้อตั๋วคอนเสิร์ตล่วงหน้าไปแล้ว ตัดสินใจไม่ขอเงินคืน เพราะต้องการเก็บบัตรคอนเสิร์ตประวัติศาสตร์นี้ไว้เป็นที่ระลึก
ด้าน แฟนเพลงนั้น มีข่าวดีอยู่ในข่าวร้าย เพราะก่อนการแสดงจะเกิดขึ้น ไมเคิลได้ซุ่มซ้อมมานานหลายยก และในการซ้อมก็ได้บันทึกเทปเอาไว้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการแสดงที่จะเหมือนจริง (หากมันได้เกิดขึ้น) รวมไปถึงเบื้องหลังต่างๆ ซึ่งเป็นเทปที่มีความยาวมากกว่า 80 ชั่วโมงเลยทีเดียว
งานนี้ ยักษ์ใหญ่หลายรายต่างแย่งชิงประมูลซื้อสิทธิ์ในเทปการซ้อม This Is It กันหลายราย และโซนี่ พิคเจอร์สก็เป็นผู้ชนะ คว้าสิทธิ์ในการนำเทปสำคัญที่สุดนี้มาออกเป็นภาพยนตร์จอยักษ์ แถมยังดัดแปลงเพิ่มเติม ใส่เทคนิคเข้าไปจนบางส่วนของคอนเสิร์ตที่จะปรากฏเฉพาะในโรงภาพยนตร์นี้ เป็นระบบดิจิตอลที่แฟนเพลงจะได้ใกล้ชิดกับราชาเพลงป๊อปผู้ล่วงลับมากขึ้น และ Michael Jacksons This Is It บันทึกประวัติศาสตร์การแสดงอย่างทุ่มเทสุดหัวใจของไมเคิล พร้อมระบบแสง เสียง สี ครบครันที่ไม่เคยได้รับการเปิดเผย ก็จะอวดโฉมพร้อมกันทั่วโลกในโรงภาพยนตร์ โดยมีกำหนดฉายเพียงแค่ 14 วันเท่านั้น
และ นี่ก็กลายเป็นอีกหนึ่งบันทึกตลอดกาลของไมเคิล แจ๊กสัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดฉายรอบปฐมทัศน์ที่โซนี่ พิคเจอร์ส กำหนดจะให้มีขึ้นที่โรงภาพยนตร์โนเกีย นครลอสแอนเจลิส ในคืนวันที่ 27 ตุลาคมที่จะถึงนี้ ได้มีการเปิดขายตั๋วล่วงหน้าตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน แต่กลับปรากฏว่า แฟนเพลงมายืนรอเข้าแถวเพื่อซื้อบัตรตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน เรียกว่ายอมมากางมุ้งรอเพื่อซื้อตั๋วสำคัญครั้งนี้อย่างไม่เห็นแก่ เหน็ดเหนื่อยเลยทีเดียว และปรากฏการณ์เข้าแถวรออย่างทรหดเช่นนี้ ก็เกิดขึ้นกับอีกหลายเมืองทั่วโลก รวมทั้งลอนดอน มหานครที่เกือบจะได้เป็นสถานที่แสดงสดของ This Is It
ย้อนกลับไป เมื่อวันวาน ความเป็นศิลปินอมตะตลอดกาลของไมเคิลฉายแวว ตั้งแต่เด็ก ในฐานะสมาชิกวงเดอะ แจ๊กสัน ไฟว์ ซึ่งเป็นการรวมพี่น้องในตระกูลมาออกเทป และทำการแสดงร่วมกัน แต่พอถึงอายุได้เพียง 11 ขวบ ไมเคิลก็ฉายแววที่โดดเด่น จนสามารถแยกตัวออกมาเป็นศิลปินเดี่ยว และนำพาเพลงของเขาขึ้นไปติดอันดับ 1 บนบิลบอร์ดได้สำเร็จ
ใน พ.ศ. 2522 ไมเคิลออกอัลบั้ม Off the Wall ทำสถิติยอดขายได้ถล่มทลายถึง 20 ล้านชุดทั่วโลก แต่สถิตินี้ก็ถูกลบในอีก 3 ปีต่อมา ด้วยผลงาน Thriller ของตัวเอง ที่ขายได้มากกว่า 3 เท่า คือ 60 ล้านชุด ได้รับการบันทึกว่าเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดตลอดกาล และเมื่อรวมการออกอัลบั้มทุกชุดของไมเคิล แจ๊กสัน แล้ว เขาสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 750 ล้านชุด บวกกับการออกทัวร์คอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยมี ศิลปินคนไหนทำได้
พูด ถึงความสำเร็จของไมเคิล แจ็กสัน แล้ว ยังมีส่วนที่พัวพันกับเลข 13 อีกหลายเรื่อง เช่น ราชาเพลงป๊อปผู้นี้ ได้รับรางวัลแกรมมี่จำนวน 13 ครั้ง และมีเพลง 13 ซิงเกิล ที่ได้ขึ้นอันดับ 1 ในฐานะนักร้องเดี่ยว
กิน เนสส์ บุ๊ก ต้องบันทึกเรื่องราวมากมายของไมเคิล แจ๊กสัน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวของความสำเร็จเกี่ยวกับบทเพลง อัลบั้ม และการออกคอนเสิร์ตต่างๆ รวมถึงยกย่องให้เขาเป็น Most Successful Entertainer of All Time หรือศิลปินที่ประสบความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล รวมถึงเมื่อเขาสิ้นชีพลงในวันที่ 25 มิถุนายน 2552 แล้วนั้น ไมเคิลยังได้สร้างสถิติใหม่ด้วยการนำเพลงขึ้นอันดับ บนชาร์ตบิลบอร์ด ซึ่งจาก 10 อันดับแรกของเพลงฮิตในขณะนั้น เพลงของแจ๊กโก้ คว้าไปถึง 9 อันดับ
และเมื่อ Michael Jackson's This Is It ได้โอกาสมาแสดงต่อ สายตาชาวโลก เทปซ้อมการแสดงที่สมบูรณ์แบบนี้ ก็จะกลายเป็นอีกตำนานหนึ่ง...ตลอดกาล.
ทีมงาน ต่วย'ตูน
...