advertisement

รู้ก่อนรักษาทัน 'มือเท้าชา' อันตรายกว่าที่คิด

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 ส.ค. 2556 14:00

หลายคนอาจเคยมีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า ซึ่งเป็นอาการเริ่มต้นของโรคระบบประสาทอักเสบ อาการดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แต่ก็เป็นสัญญาณว่าร่างกายของคุณกำลังเริ่มไม่ปกติ อย่าปล่อยให้ลุกลามต่อไปควรหาสาเหตุของอาการและรับรักษาก่อนจะเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา ซึ่งในบทความนี้ ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์ ได้มาอธิบายสาเหตุและช่วยให้เรารู้จักกับอาการของโรคระบบประสาทอักเสบมากยิ่งขึ้น


·      มารู้จัก สาเหตุ และอาการ ของโรคระบบประสาทอักเสบ


ระบบประสาทอักเสบ คือ ภาวะที่ระบบประสาทบางส่วนถูกทำลายหรือเสื่อมลง  ทำให้การนำกระแสประสาทไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเสียไปหรือช้าลง  ซึ่งต้นตอเกิดจากภาวะที่ร่างกายมีอนุมูลอิสระเกินกว่าที่จะกำจัดได้  โรคนี้มักพบบ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยอาการที่พบคือ อาการชา ซึ่งมักจะเริ่มจากชาที่ปลายเท้าทั้งสองข้างแล้วเป็นมากขึ้นจนสังเกตว่ามีอาการชาที่ปลายมือด้วย สาเหตุอื่นๆ อาจเกิดจากพิษสุราเรื้อรัง การขาดวิตามินบี การได้รับโลหะหนักสะสมในร่างกาย เช่น คนที่ใช้ยาฆ่าแมลง ได้รับสารหนู และสารตะกั่วเป็นประจำ ซึ่งถ้าไม่รีบหาสาเหตุ และปล่อยให้ลุกลาม  อาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ที่รุนแรงขึ้น เช่น เกิดแผลที่เท้า เกิดอาการแน่นท้อง อาเจียน ท้องร่วงหรือท้องผูก ควบคุมการปัสสาวะไม่ได้ หย่อนสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น


·      หาสาเหตุ และรีบรักษาโรคระบบประสาทอักเสบ

ในการรักษา ต้องตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดก่อน  อาจต้องตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์หรือตรวจพิเศษอื่นๆ แล้วให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ เช่น ถ้าเกิดจากเบาหวาน ต้องควบคุมระดับน้ำตาล, ถ้าเกิดจากโรคเหน็บชา ต้องรักษาด้วยกลุ่มวิตามินบี , ถ้าเกิดจากโรคพิษสุราเรื้อรัง ต้องลดปริมาณแอลกอฮอล์ลง เป็นต้น  และถ้ามีอาการแขนขาอ่อนแรงเกิดขึ้น อาจให้การรักษาทางกายภาพบำบัดร่วมด้วย ซึ่งถ้ารักษาอย่างตรงจุด ก็มีทางรักษาให้หายขาดได้ สำหรับกลุ่มยาที่นิยมใช้เพื่อการรักษาระบบประสาทอักเสบ มี 2 กลุ่มได้แก่

 

1.     การรักษาด้วยกลุ่มวิตามินบี  : (ช่วยรักษาอาการชา และซ่อมแซมเส้นประสาท)

วิตามินบี มีความจำเป็นต่อการบำรุงระบบประสาท  มีส่วนช่วยในการสร้างสื่อประสาท และช่วยซ่อมแซมเส้นประสาท จึงส่งผลต่อการลดอาการชาปลายมือปลายเท้าได้ กลุ่มวิตามินบีดังกล่าวได้แก่ วิตามินบี 1 วิตามินบี 6  กรดโฟลิค และวิตามินบี 12
โดยเฉพาะวิตามินบี 12  จากหลายการวิจัย พบว่า การที่ร่างกายได้รับวิตามินบี 12  วันละ 1,500 ไมโครกรัม ต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ สามารถช่วยรักษาอาการระบบประสาทอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้เพราะวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเยื่อหุ้มประสาทและป้องกันการเสื่อมของเส้นประสาท 

วิตามินบี 12 มีหลายรูปแบบ โดยรูปแบบ Methylcobalamin จะอยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้เลย (active form)  ส่วนรูปแบบ Cyanocobalamin จะต้องผ่านกระบวนการแปรสภาพให้เป็น
Methylcobalamin ก่อน  และการศึกษายังพบ Methylcobalamin ในน้ำเลี้ยงสมอง (Cerebro spinal fluid)  เป็นสัดส่วนถึง 90% เมื่อเทียบกับวิตามินบี 12 รูปแบบอื่นๆ  ดังนั้น การเลือกใช้วิตามินบี 12 ในรูปแบบ Methylcobalamin จึงเหมาะสมในการรักษาระบบประสาทอักเสบมากกว่า

2.     การรักษา ด้วยกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ : (ช่วยรักษาที่ต้นเหตุ  และป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวาน)
ในผู้ป่วยเบาหวาน พบการเกิดอนุมูลอิสระในร่างกายปริมาณสูงมาก (oxidative stress) ทำให้เกิดการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ เร็วขึ้น จากการศึกษาพบว่า แม้ผู้ป่วยเบาหวานจะพยายามควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้วก็ตาม แต่มากกว่า 20% ของผู้ป่วยก็ยังเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้น โดยระยะแรกเริ่ม อาจพบปลายประสาทเสื่อม ปวดเจ็บ ชาตามปลายมือปลายเท้า ระยะต่อมาจะทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ ไต การย่อยอาหารผิดปกติ  การป้องกันไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายเซลล์ หรือรักษาระบบประสาทอักเสบที่ต้นตอ จึงจำเป็นต้องใช้สารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยป้องกันหรือลดภาวะอาการแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานได้

ข้อมูล : ภก.ขวัญชัย นันทะโย ผู้เชี่ยวชาญจากเมก้า วีแคร์

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement