• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • สังคม-สตรี
  • อาหาร
  • สุขภาพ
  • ยานยนต์
  • ท่องเที่ยว
  • คอลัมน์ไลฟ์สไตล์
  • คู่มือคนเมือง
เรื่องเด่น :
เพชรน้ำงามเม็ดใหม่ "The Three Kingdoms" | เรื่องลับๆ ควักหัวใจ 'คฑา ชินบัญชร' หมอดูไพ่ยิปซีเบอร์ 1 ของประเทศไทย..! |

เลิกเสียที เสพติด 'ไฟผ่าหมาก' ใครเขาใช้กันถ้าไม่ฉุกเฉิน!!

Pic_290887

'ไฟผ่าหมาก' คำเรียกแบบสนิทสนมของ 'ไฟฉุกเฉิน' อันเป็นชื่อจริงๆ ตามหลักสากลที่ถูกต้อง แต่มันมีอิทธิพลต่อความหมายและความเชื่อแบบผิดชนิดอันตรายของใครก็ตามที่ไม่ทันได้รู้ความเป็นมาเป็นไปแต่ปางก่อน...

กาลครั้งหนึ่งนานหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลักษณะของไฟสีส้มๆ ตามความรู้สึกชาวบ้าน นอกจากมันทำให้ใครหลายคนงงเป็นมือใหม่ตาแตกกับคำตอบของข้อสอบกรมขนส่งอันงงงวยว่าสีของไฟเลี้ยวรถเนี่ยมันคือสีอะไร...คำตอบที่ถูกต้องคือ เหลืองอำพัน !! ซึ่งมองยังไงสีมันก็เหมือนสีส้มของเปลือกส้มไม่ผิดเพี้ยน และก็ไม่เคยได้ยินใครสั่งส้มเหลืองอำพัน 2 กิโลฯ กลับบ้านเสียที ให้ดิ้นตายเหอะ

ตำแหน่งโดยสามัญสำนึกของไฟเหลืองอำพันจะถูกติดตั้งอยู่ขนาบข้างซ้าย-ขวาของยานพาหนะทุกๆ ประเภท ถ้าผู้ขับขี่ต้องการเลี้ยวรถหรือเปลี่ยนเลนไปทางไหนก็จะต้องจัดการเปิดไฟเลี้ยวข้างนั้น ซึ่งมันจะมีลักษณะกะพริบเป็นนิสัยส่วนตัวต่างจากไฟดวงอื่นๆ ยกเว้นคนบางจำพวกที่ดันยัดนิสัยผิดๆ ด้วยการสั่งให้ไฟเบรกดันกะพริบไปกับเขาด้วย

แต่เมื่อใดก็ตามที่ไฟเหลืองอำพัน เอ่อ...ยาวเกิ๊น ต่อไปขอเรียกแบบบ้านๆ ว่า 'ไฟเลี้ยว' ก็แล้วกัน ถ้าเมื่อใดไฟเลี้ยวทั้งซ้าย-ขวากะพริบขึ้นพร้อมกัน ให้พึงระลึกไว้ว่ามันไม่ใช่สัญญาณไฟผ่าหมาก ที่หมายถึงว่า 'ขอทางวิ่งตรง' อย่างที่เข้าใจ

ไฟฉุกเฉินไว้ 'เตือน' ไม่ใช่ไว้ 'ขอ'

เพราะความเชื่อที่ผิดๆ ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นของวัฒธรรมไทยๆ ทำให้ทุกวันนี้เรายังเห็นผู้ขับขี่ที่อยากวิ่งตรงไป นิยมเปิดไฟฉุกเฉินด้วยความเชื่ออย่างหัวปักหัวปำว่ามันคือไฟขอทาง!! ความอันตรายของการเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อวิ่งตรงนั้นคือ จะทำให้รถที่ออกจากแยกหรือตรอกซอกซอย คิดว่ารถคันนั้นกำลังจะเลี้ยว เพราะเขาไม่ได้มีญาณทิพย์ที่จะไปมองเห็นว่าไฟเลี้ยวอีกข้างมันก็ติดอยู่เหมือนกัน

ฝนตกหนักไม่ต้องใช้ จำไว้ให้ดี

การเปิดไฟฉุกเฉินในขณะฝนตกหนักเช่นกัน เรามักพบคนขับรถหน้ามึนไม่น้อย เป็นพวกลัทธินิยมไฟฉุกเฉินไม่ว่าจะเกิดอะไร ฉันขอเปิดไว้ก่อน ด้วยความเชื่อว่ามันช่วยให้รอดปลอดภัยจากทุกภยันตรายได้โดยไม่ต้องกราบไว้ แค่เอานิ้วน้อยๆ ไปจิ้มตรงสัญลักษณ์สามเหลี่ยมเป็นอันเสร็จพิธี แต่รู้หรือไม่มันอันตรายยิ่งกว่าเล่นคุณไสยอีกนะ เพราะรถที่วิ่งขนาบข้างไม่สามารถรู้ได้เลยว่าแท้จริงแล้วมันเป็นไฟฉุกเฉิน ไม่ใช่ไฟเลี้ยวธรรมดาๆ

ความหมายตามมาตรฐานสากล

ซึ่งตามหลักชาวสากลโลก จะเข้าใจความหมายไปในทางเดียวกันสำหรับสัญญาณไฟฉุกเฉิน คือแสดงว่ารถคันนั้นกำลังจอดเสียอยู่ ไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้ ผู้ขับขี่อื่นจะสามารถรับรู้ได้อย่างทันทีว่ารถคันนี้กำลังจอดแน่นิ่งไม่ไหวติง พึงต้องลดแรงกระแทกคันเร่งและต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

เบรกกะทันหัน ใช้เตือนอย่างเฉียบพลัน

ในกรณีต่อมา คือเมื่อเกิดการเบรกอย่างกะทันหันชนิดปัจจุบันทันด่วน การกะพริบสัญญาณไฟฉุกเฉิน เป็นการเตือนรถคันหลังว่า รถเรากำลังเบรกอย่างเต็มที่ คุณก็เบรกเต็มที่ได้เลย อย่าแค่ชะลอความเร็ว ซึ่งรถหลายๆ รุ่นในปัจจุบันนี้ก็ใส่ระบบนี้มาให้พร้อมสรรพ ไฟฉุกเฉินจะติดเองทันทีเมื่อมันรู้ว่ากำลังอยู่ในภาวะเบรกอย่างคับขัน

คราวนีี้หวังว่าเมื่อได้รับรู้โดยพร้อมเพรียงกันแล้ว ก็คงจะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรมากขึ้น อย่างน้อยใช้สัญญาณต่างๆ ให้ถูกวิธีเพื่อลดความปวดเศียรเวียนหัวให้กับเพื่อนร่วมทางได้สักนิดก็ยังดี การขับขี่จะได้มีแต่รอยยิ้มและปลอดภัยกันทุกคนประชาชนชาวไทย...

 

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 15 กันยายน 2555, 14:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 2 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
ฉุกเฉิน ไฟผ่าหมาก อันตราย นิสัยเสีย เสพติด สากล เข้าใจผิด เชย เลิกใช้ ไฟฉุกเฉิน เตือน จำเป็น สำคัญ ความรู้ ความเชื่อ
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
900 คน
93.8%
ไม่ชอบ
59 คน
6.2%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เกาะหนึบหรือลุยดะ'!! สถานะไม่ลับของรถขับสี่

'ชนแล้วหนี...วิถีของคนขลาด' กลยุทธ์รับมือ...

ข่าวอื่นๆ ในไลฟ์สไตล์

น่ารักจุงเบย! ชวนโหวตหาทีนสตาร์ไอดอล ยู...

สุนทรีย์! เจาะเคล็ดลับจับคู่ 'อาหาร' กับ '...

เพชรน้ำงามเม็ดใหม่ "The Three Kingdo...

  • 'แน่นอก ต้องยกออก...'ประมวลภาพงานที่สุ...
  • เซ็กซ์ประคองรัก มากน้อยแค่ไหนถึงจะดี?
  • 'เซ็กซี่ ลักซ์ชูรี่...' ประมวลภาพ พริตตี้ Su...
  • "ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ" จากวิศวกรนาซ่า สู่กา...
  • ลอง MAZDA-6 SKYACTIV
  • Mitsubishi เตรียมเปิดตัว ECO-CAR ซีดาน
  • แม้ป่องก็สวยได้ เกาะติดแฟชั่นชุดคลุมท้องเจ้า...
  • กีฬาเฮฮา กับจ่าแฉ่ง
  • สกู๊ปหน้า 1
  • เงาหุ้น
  • คนดังอะราวนด์เดอะเวิลด์
  • เรียงหน้าชน
  • คาบลูกคาบดอก
  • หมายเหตุประเทศไทย
  • เกร็ดข่าวลูกหนัง
  • เทียบท่าหน้า 3
  • บทบรรณาธิการ
  • กล้าได้กล้าเสีย
  • เปิดม่าน joke opera
  • สำนักข่าวหัวเขียว
  • ชักธงรบ
  • รอบโลก
  • วิเคราะห์การเมือง
  • หน้าต่างโลก
  • เหะหะพาที

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By