ในยุคที่ธุรกิจกำลังเข้าสู่เขตการค้าเสรีอาเซียน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอาเซียนมากขึ้น ในฐานะที่เป็นฐานการผลิตที่สำคัญเพื่อป้อนสินค้าสู่ตลาดโลก หลายธุรกิจในเมืองไทยจึงมีการขยับขยายและสร้างทายาทเข้ามาเสริมทัพกันอย่างคึกคัก ซิ่ว–กมลชนก จงเสถียร ลูกสาวคนโตของผู้ผลิตพลาสติกรายใหญ่ เอนก จงเสถียร บิ๊กบอส บริษัท เอ็มเอ็มพี คอร์ปอเรชั่น จำกัด เป็นอีกผู้หนึ่งที่เข้ามามีบทบาทในการขยายอาณาจักรของเอ็มเอ็มพีให้ก้าวไปข้างหน้า เพื่อให้ทันต่อความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก

บทพิสูจน์ความสามารถของ ซิ่ว เป็นที่น่าจับตามองยิ่ง เพราะเธอเป็นคนรุ่นใหม่ที่มากทั้งประสบการณ์และความรู้ ซึ่งการันตีจากปริญญาโท ถึง 2 ใบ และกำลังจะทำใบที่ 3 ในเร็ววันนี้ ซิ่ว เริ่มงานแรกในชีวิตด้วยการเข้าฝึกงานกับบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนของอดีตเลขาธิการบีโอไอ “สถาพร กวิตานนท์” หลังเรียนจบโทใบแรกจากคณะศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิชายุโรปศึกษา จุฬาฯ จากนั้นจึงสอบเข้ารับราชการที่สำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นเจ้าหน้าที่แผนและนโยบายของสำนักงานข้อมูลข่าวสาร  ทำงานอยู่พักใหญ่ก็ลาออกไปเรียนต่อโทอีกใบด้านเศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศ ที่ Warwick University ประเทศอังกฤษ หนนี้กลับมาทำงานเป็นเลขาฯของผู้อำนวยการสถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือ “มิวเซียม สยาม”ขณะกำลังสนุกกับงาน วันหนึ่งคุณพ่อเอนกก็เอ่ยปากบอกให้กลับมาช่วยกันทำงานที่บริษัทของคุณพ่อ และเธอก็ตัดสินใจทำตามที่พ่อบอกทันที

“ความที่คุณพ่อไม่เคยพูดเรื่องให้เรากลับมาทำงานกับท่านเลย พอเอ่ยปากเราก็โอเค เข้ามาช่วยท่านดีกว่า เพราะรู้อยู่แล้วว่า ในที่สุดก็ต้องมีลูกคนใดคนหนึ่งกลับมาช่วยคุณพ่อ ซิ่ว มองว่าคุณพ่อทำงานไปอีกสักพักก็คงเกษียณ จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะเข้ามาเรียนรู้งาน เพราะถ้ามาทำตอนคุณพ่อเกษียณแล้ว อาจสายเกินไปที่จะเรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆโดยตรงจากท่าน”

เมื่อเข้ามาสู่ธุรกิจที่มีคุณพ่อเป็นผู้บริหารใหญ่  ซิ่ว  ก็เหมือนพนักงานใหม่อีกคน จึงต้องขยันเรียนรู้งานในทุกๆด้าน เริ่มตั้งแต่การเข้ามาดูงานภาพรวม งานโรงงาน และการตลาด จนเริ่มเข้าใจในเนื้องาน พอปีที่สองถึงได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูแลในเรื่องสินค้าใหม่โดยตรง เพื่อให้เข้ากับยุคที่ธุรกิจกำลังจะเข้าสู่เขตการค้าเสรี งานที่ทำอยู่จึงต้องมีการขยายและแตกไลน์ให้มากขึ้น เพราะถ้าไม่ทำธุรกิจให้โตขึ้นก็เล็กไปเลย และค่ายเอ็มเอ็มพีเลือกที่จะต่อยอดขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น

“ซิ่ว มาสานต่อในสิ่งที่พ่อทำให้ก้าวต่อไป ในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะเป็นช่วงที่ธุรกิจก้าวกระโดด จะมีการเพิ่มทุนและแตกไลน์มากขึ้น จึงบอกได้อย่างเต็มปากว่า มีความสุขกับงานที่ทำมาก เพราะได้ทำในส่วนของธุรกิจใหม่ ทำให้ได้เรียนรู้ ได้เห็นอะไรใหม่ๆ ถือเป็นงานที่ท้าทายความสามารถ”

แม้งานที่ทำจะหนักอยู่ก็ตาม แต่ ซิ่ว ก็ไม่หยุดขวนขวายหาความรู้ ล่าสุดไปลงเรียนปริญญาโทด้านกฎหมายธุรกิจอีก เพราะรู้ดีว่าการทำธุรกิจมีเรื่องของสัญญาต่างๆมากมาย หากต้องการเป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ก็ควรจะรอบรู้ในทุกด้าน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการทำธุรกิจ...แบบนี้รับรองรุ่งแน่ๆ!!!

...