advertisement

เดิมพันชีวิตของนักเรียนหนีทุน จากด็อกเตอร์นักวิทย์...สู่ทหารรับจ้างต่างด้าว

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 15 เม.ย. 2555 05:30

เวลาเห็นอะไรไม่ชอบมาพากลในสังคมไทย คนที่รักประเทศชาติบ้านเมืองคงอดไม่ได้ที่จะตั้งวงวิพากษ์วิจารณ์กันยกใหญ่ และนึกอยากให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสะเทือนเลื่อนลั่นขึ้นมาบ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าลุกขึ้นลงมือเปลี่ยนแปลงสังคมด้วยตนเอง ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และความฝัน โดยไม่หวั่นเกรงแรงต้านทานของกระแสสังคม

“จุฬา พิทยาภินันท์” หรือ “แจ้” เป็นนิสิตทุนโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (พสวท.) ซึ่งได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลไทย ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายจนถึงปริญญาเอก เพื่อปั้นให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ช่วยพัฒนาชาติไทยโดยเฉพาะ กระนั้น ชีวิตของเขาต้องพบกับความพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อบ้าบิ่นตัดสินใจทิ้งการเรียนปริญญาเอกไปสมัครเป็นทหารกองพลต่างด้าวของกองทัพบกฝรั่งเศส มีหน้าที่หลักในการกู้กับระเบิดเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในสมรภูมิรบนานาประเทศ


วีรกรรมสุดห้าวของ  “แจ้”  เป็นที่โจษขานอย่างยิ่งในหมู่นักเรียนทุนไทย เพราะไม่มีใครนึกฝันว่า เขาจะกล้าทิ้งอนาคต และตัดสินใจพักการเรียนปริญญาเอกหน้าตาเฉย ทั้งๆที่กำลังเริ่มทำวิทยานิพนธ์ และเหลืออีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงเส้นชัยแล้ว ได้เป็นด็อกเตอร์นักวิทยาศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ “แจ้” หักพวงมาลัยชีวิตเปลี่ยนเส้นทางกะทันหัน เขาเล่าว่า คงเป็นเพราะอกหักจากวงการวิทยาศาสตร์ และอยากหนีการหมายหัวของวงการทหาร เลยอาสาไปเป็นทหารรับจ้างรบในอัฟกานิสถาน

“แจ้” เกิดที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้ทุนรัฐบาลจากโครงการ พสวท.ส่งเสริมเด็กไทยให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ เข้าเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย และต่อปริญญาตรี ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จากนั้นจึงเข้าศึกษาต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในระดับปริญญาโทควบปริญญาเอก ภายใต้หลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ ภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์


อย่างไรก็ดี จุดพลิกผันในชีวิตของหนุ่มบ้าบิ่นคนนี้เกิดขึ้นเมื่อต้นปี 2551 ขณะที่เขากำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ของโปรแกรมปริญญาเอก โดย “แจ้” ย้อนรำลึกว่า ตอนนั้นรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตนักศึกษาที่จำเจ จึงขอพักการเรียนปริญญาเอก เพื่อไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ สังกัดหน่วยนาวิกโยธิน กองทัพเรือไทย เป็นเวลา 6 เดือน ต่อมาปลายปี 2552 เมื่อได้อ่านเจอข่าวจากเว็บบอร์ดห้องหว้ากอ ในเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เกี่ยวกับความไม่ชอบมาพากลของเครื่องตรวจระเบิดลวงโลก “จีทีสองร้อย” จึงอาสาเป็นคนเดินเรื่องขุดคุ้ยหาความจริง ตั้งแต่การติดต่อประสานหน่วยงานต่างๆ และรณรงค์หาแนวร่วมบนโลกอินเตอร์เน็ต ภายใต้นามแฝงว่า “PastelSalad” กระทั่งมาจับมือกับ “อาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์” อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ช่วยกันกระชากหน้ากากเปิดโปงความจริงให้โลกรู้ จนทำให้หน่วยงานความมั่นคงของไทยเลิกใช้เครื่องลวงโลกนี้ในที่สุด หลังเสร็จสิ้นภารกิจแฉเครื่องตรวจระเบิด เมื่อปี 2553 ผมรู้สึกท้อแท้น้อยใจวงการวิทยาศาสตร์ไทย และคิดว่ายากที่อนาคตอาชีพในสายเทคโนโลยีทางทหารจะก้าวหน้า จึงตัดสินใจทิ้งการเรียนปริญญาเอก แล้วออกเดินทางไปยังฝรั่งเศส เพื่อสมัครเป็นทหารต่างด้าว จนได้รับการบรรจุเป็นทหารช่างของกองทัพบกฝรั่งเศส โดยเซ็นสัญญา 5 ปีเต็ม ไม่มีสิทธิ์กลับบ้านเกิด

ตอนนี้อยู่ฝรั่งเศสมานานแค่ไหนแล้ว

วันที่ 1 เมษายน 2555 ก็ครบรอบ 2 ปีแล้วครับ ที่มาเป็นทหารที่นี่


ตลอด 2 ปีมานี้ ไม่เคยกลับบ้านเลย

เรียกว่ากลับบ้านไม่ได้มากกว่า!! เหตุผลที่กลับบ้านไม่ได้ ก็เป็นเพราะกฎหมายฝรั่งเศสกำหนดไว้ว่า ทหารต่างด้าว ถ้าไม่ได้รับการตรวจสอบและอนุมัติเอกสาร จะไม่สามารถออกนอกประเทศได้ ผมอาจต้องรออีกหนึ่งปีหรือสองปีถึงจะกลับเมืองไทยได้ ไม่ได้หลงแสงสีกรุงปารีสนะครับ

ชีวิตทหารต่างด้าวในกองทัพฝรั่งเศส โหด...มัน...ฮา ขนาดไหน

โดยชีวิตทหารปกติก่อนนะครับ ก็ไม่ใช่ชีวิตที่สบายอยู่แล้ว เขาว่ากันว่า 90% คือ ความน่าเบื่อ อีก 10% คือความโหดร้าย แล้วตัวผมเองมาเป็นทหารต่างด้าว เป็นทหารใหม่ พูดภาษาฝรั่งเศสไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นช่วงปีแรกจะยากมาก คือว่าถ้าไม่มีฝึกจับปืน ผมก็ต้องจับไม้กวาด หรือไม้ถูพื้นตลอดเวลา...ค่อนข้างเหนื่อยทีเดียวครับ

คิดว่าตัดสินใจผิดไหมที่เลือกเดินเส้นทางนี้


แม้ผมจะบอกว่าเหนื่อย แต่ถ้าย้อนกลับไปได้ ก็ยังตัดสินใจเดินทางมาฝรั่งเศสอยู่ดี แม้มันจะเหนื่อย แต่มันก็เป็นบทพิสูจน์ชีวิตอย่างหนึ่ง อีกอย่างก็คือว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ผมเป็นทหารต่างด้าว ได้อยู่ในกองทัพตะวันตกที่มีการปฏิบัติงานจริง ทำให้ได้ทำอะไรหลายอย่าง เดินทางไปทั่ว ซึ่งชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีโอกาส อย่างเช่น เมื่อต้นปีที่แล้ว ผมได้ไปปฏิบัติการลาดตระเวนในป่าอะเมซอนที่อเมริกาใต้ ปกติถ้าอยู่เมืองไทย ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้ไปป่าอะเมซอน หรือเมื่อต้นปีนี้ ผมก็ไปซ้อมรบร่วมกับนาวิกโยธินอเมริกา ได้ฝึกยกพลขึ้นบก เป็นประสบการณ์ที่ดีกองพลต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพบกฝรั่งเศสครับ ป้ายชื่อของผมจะเขียนว่า “ซี พิทักษ์” (C.Pitak) ไม่ใช่ว่าผมไปเอาเสื้อใครมาใส่นะครับ แต่อันนี้เป็นชื่อปลอม คือทหารต่างด้าวทุกคนมีสิทธิ์ใช้ชื่อใหม่ได้เมื่อมาสมัคร

ลุกขึ้นเขียนหนังสือ “จากนักวิทย์...สู่ชีวิตทหารรับจ้าง” ได้อย่างไร

ต้องจากบ้านมาไกล ทำให้รู้สึกฟุ้งซ่านนิดๆ เคยท้อถอยถึงขั้นอยากลาออกจากกองทัพฝรั่งเศส จนได้มาเจอ “ด็อกเตอร์นายแพทย์  วัชรพล อเล็กซองดร์ กำเนิดศิริ”  เลยได้คุยกันหลายอย่าง และจุดประกายให้ผมลุกขึ้นมาเขียนหนังสือเล่มนี้ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ  ให้คนไทย เผื่อว่าใครคิดจะทำอะไรที่มันนอกกรอบ  ทั้งต่อตัวเองและสังคม จะได้มีความกล้ามากขึ้น ถ้าได้อ่านและรู้เรื่องราวของพวกเรา ทั้งเรื่องการต่อสู้กับภารกิจเครื่องตรวจระเบิดจีทีสองร้อย และประสบการณ์จากการเป็นทหารต่างด้าว ผมปิดต้นฉบับบนเรือยกพลขึ้นบกฝรั่งเศส ตอนอยู่บนมหาสมุทรแอตแลนติกเลยครับ แอบขโมยอินเตอร์เน็ตของเรือส่งต้นฉบับ


รู้สึกน้อยใจไหมที่คนไม่เข้าใจอุดมการณ์ของ “แจ้” และตีตราว่าเป็นนักเรียนหนีทุน

ถึงแม้ตอนนี้ผมจะเป็นทหารต่างด้าว ไม่ได้เป็นนักศึกษาทุนในโครงการ พสวท.แล้ว แต่ก็ขอยืนกรานว่า ผมไม่เคยลืมบุญคุณของแผ่นดินไทย และผมยังมีสปิริตความเป็นนักวิทยาศาสตร์ ที่อยากนำวิชาความรู้กลับมาช่วยพัฒนาประเทศชาติไม่เปลี่ยนแปลง เวลาเราจะลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างที่แหกกรอบจากสังคม ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายให้คนรอบข้างเข้าใจ ดังนั้น อย่าไปโกรธเคืองคนที่ไม่สนับสนุน สิ่งที่ควรทำคือ ต้องกล้า ต้องอดทน และพิสูจน์ตัวเองให้ได้

คนรุ่นใหม่ที่อยากเดินตามรอย “แจ้” ต้องทำยังไงบ้าง

การเป็นทหารต่างด้าวทำให้ได้ทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และสร้างชื่อเสียงให้เมืองไทย แต่สิ่งแรกที่อยากให้คิดก่อนมาสมัครก็คือ การเซ็นสัญญา 5 ปี ไม่ใช่เรื่องเล็ก!! อย่างแรกเราต้องทิ้งทุกอย่างในเมืองไทย ต้องไกลบ้าน ไกลคนรักทั้งหมด นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย และขอให้ทำใจในสิ่งที่สองไว้ว่า เราอาจจะไม่ได้เจอในสิ่งที่เราคิดฝัน เพราะ 5 ปี เป็นเรื่องของอนาคตอันยาวไกล อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทุกสิ่งทุกอย่างอาจไม่ได้เป็นตามที่เราหวังว่าจะเป็นทหาร เป็นหน่วยรบพิเศษ ได้ออกปฏิบัติภารกิจตลอด มันอาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ ต้องทำใจรับให้ได้ ถ้าลังเลก็อย่ามาเลยครับ


อายุแค่นี้ ลุยมาแล้วสารพัด ยังมีอะไรที่ฝันอยากทำอีกไหม

ผมถูกปลูกฝังให้เป็นนักวิจัย เป็นนักวิทยาศาสตร์ มาตั้งแต่เด็กนะครับ เพราะเป็นนักเรียนทุนโครงการ พสวท. ก็ยังมีความคิดอยากเป็นนักวิจัยควบคู่ไปกับการทำงานสายทหาร ซึ่งก็คือ เทคโนโลยีทางการทหาร น่าเสียดายที่ประเทศไทยไม่มีสายตรงด้านนี้ให้เรียน ขณะที่อุตสาหกรรมด้านความมั่นคงของไทยก็อยู่ในช่วงตั้งไข่ ผมจึงอยากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนี้ให้มากที่สุด และเมื่อหมดสัญญากับกองทัพฝรั่งเศส ก็ตั้งใจว่าจะอยู่ต่อเพื่อเรียนปริญญาเอกให้จบ โดยเลือกด้านเทคโนโลยีทางการทหาร จะได้นำวิชาความรู้กลับมาพัฒนาประเทศชาติอย่างที่ฝันไว้

เมื่อฝันแล้วก็ต้องกล้าลุยไปไขว่คว้า เพื่อพิสูจน์ให้โลกเห็นว่า สิ่งที่เราคิดสิ่งที่เราทำถูกต้องแล้ว และที่สำคัญยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ!!

 


ทีมข่าวหน้าสตรี

โหวตข่าวนี้