ใครจะเชื่อว่าอัจฉริยบุคคลระดับโลกแห่งยุคเรอเนซองส์ “เลโอนาร์โด ดาวินชี” จะกลายเป็นกามเทพสื่อรักให้พยาบาลสาวไทยจากโรงพยาบาลตำรวจ “ร.ต.ต.ณธัญวิชญ์ ชุมโกมนต์” (ธัญญา) วัย 41 ปี ปิ๊งรักกับอภิมหาเศรษฐีหนุ่มใหญ่ตระกูลนายแบงก์สวิสและต้นตระกูลเบียร์เก่าแก่ระดับโลก “โลเอล แพททริค กินเนสส์” วัย 54 ปี ทั้งๆที่อยู่คนละซีกโลก และมีชีวิตต่างกันราวฟ้ากับดิน

นายหญิงตระกูลกินเนสส์ “ธัญญา” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของพรหมลิขิตว่า...“เจอกันครั้งแรกเมื่อ 10 ปีก่อน ที่ศาลาว่าการเมืองฟลอเรนซ์ “ปาลาซโซ เวกกิโอ” ประเทศอิตาลี ตอนนั้น “คุณกินเนสส์” ไปทำโปรเจกต์ค้นหาภาพเขียนสำคัญของ “เลโอนาร์โด ดาวินชี” ที่ชื่อว่า “The Battle of Anghiari” ซึ่งหายสาบสูญไป 4 ศตวรรษ ส่วน “ธัญญา” ไปเที่ยวอิตาลี 2 อาทิตย์ โดยพักอยู่บ้านเพื่อนชาวอิตาเลียนที่โตในเมืองไทย วันนั้นเพื่อนพาไปเที่ยว “ปาลาซโซ เวกกิโอ” ด้วยนิสัยขี้เล่น ทำให้เราเอื้อมมือไปทำท่าทะลึ่งกับรูปปั้นเปลือยเดวิด จนเขาหันมามอง และคงเป็นพรหมลิขิตจริงๆ ทำให้เราทั้งคู่ไปทานพิซซ่าร้านเดียวกัน คราวนี้เขาเข้ามาขอแลกอีเมล์ แอดเดรส และนัด “ธัญญา” กับเพื่อน ออกไปทานข้าว 2 ครั้ง เขาไม่ได้แสดงท่าทีอะไรมาก เพิ่งจะบอกตอนหลังว่า ตั้งแต่เห็น “ธัญญา” ครั้งแรก รู้สึกว่าเคยเจอผู้หญิงคนนี้มาก่อน จากนั้น เขาก็บินตามมาเมืองไทย โดยชวนเราไปทานข้าวที่โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพ เราไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร เพราะแนะนำตัวว่าชื่อ “แพททริค” ได้ยินพนักงานเรียกว่า “คุณกินเนสส์” แต่ก็ไม่เอะใจอะไร พอผ่านไปหลายเดือน จนแน่ใจว่า เขาคงจีบเราแล้วล่ะ จึงไปค้นดูประวัติจากกูเกิ้ล ถึงได้รู้ว่า บรรพบุรุษของเขาเป็นน้องชายผู้ก่อตั้งเบียร์กินเนสส์ และคุณปู่ของเขาเป็นทั้งนักการเมือง นักธุรกิจ และนายแบงก์ใหญ่ของสวิส”

...

ตกใจไหมคะเมื่อรู้ว่าหนุ่มใหญ่ที่มาจีบเราไม่ธรรมดาเลย

เริ่มกลัว!! ก็ถามเขาว่า คุณเป็นใครกันแน่ เขาอธิบายให้ฟังหมด แต่ไม่ค่อยเข้าใจภาษา

เคยคิดไหมว่าชีวิตนี้จะได้เป็นภรรยาอภิมหาเศรษฐีระดับโลก

ไม่เคยคิด (หัวเราะ) ก่อนจะเจอ “คุณกินเนสส์” เราก็เป็นสาวไทยธรรมดาๆ ทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ แถมยังอ่อนภาษาอังกฤษมาก ชีวิตนี้จึงไม่เคยคิดจะมีแฟนฝรั่ง ไม่อยู่ในสมองเลย

ประทับใจอะไรในตัว “คุณกินเนสส์” ถึงเปลี่ยนใจมารักฝรั่ง

เขาให้เกียรติเรามาก พอคบกันแล้ว ถึงได้รู้ว่าจิตใจไม่เหมือนฝรั่ง เขาเป็นคนใจดีมาก เหมือนคนพุทธมากกว่า และที่ประทับใจมากๆคือ ตอนคบกันใหม่ๆ เขาโชว์แปลนวัดในทิเบตที่ช่วยบูรณะ และรูปเด็กๆทิเบตที่อุปถัมภ์ พร้อมเล่าแผนการที่จะสร้างวัดทิเบต นิกายบอน บริเวณคฤหาสน์ของเขาในนอร์มังดี ประเทศฝรั่งเศส ทำให้เรารู้สึกประทับใจ เสียดายที่รัฐบาลท้องถิ่นไม่สนับสนุน ตอนหลังเขาไปซื้อชาโตเก่าในฝรั่งเศส เพื่อถวายเป็นศูนย์กลางนิกายบอน

ถาม “คุณกินเนสส์” บ้างนะคะ ทำไมถึงสนใจพุทธศาสนา และชอบสาวเอเชีย

(ยิ้ม) เรื่องสาวเอเชีย ผมไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องระหว่างเราสองคน!! รู้แต่ว่าผมรัก “ธัญญา” เพราะเธอเป็นเธอ ส่วนเรื่องพุทธศาสนา ผมเริ่มสนใจก่อนเจอ “ธัญญา” ไม่กี่ปี มีคนแนะนำให้พบกับพระผู้ใหญ่นิกายบอน จึงได้เรียนการฝึกสมาธิ และหันมาสนใจพุทธศาสนาเต็มตัว ตอนเจอกับ “ธัญญา” ที่ฟลอเรนซ์ ผมก็เพิ่งกลับจากปฏิบัติธรรม 100 วัน

เคยมีคนทักไหมคะว่าชาติก่อนอาจเป็นคนเอเชีย

(พยักหน้า) คุณแม่เล่าให้ฟังว่า ตอนเกิดมา ผมมีผิวเหลือง และตาเฉียงแบบคนจีน จนคุณพ่อต้องมองหน้าคุณแม่ทำนองว่า ทำไมลูกฉันหน้าตาแบบนี้ ที่ผ่านมาผมก็ใช้ชีวิตแบบคนตะวันตก ไม่เคยซาบซึ้งในพุทธศาสนา กระทั่งได้มาค้นพบด้วยตัวเอง จึงเริ่มศึกษาจริงจัง

ในฐานะมาดามของ “โลเอล แพททริค กินเนสส์” ต้องปรับตัวเยอะไหมคะ

เริ่มจากภาษาอังกฤษอันดับแรก โอ้โห!! ต้องเปิดทอล์กกิ้งดิกคุยกับ “คุณกินเนสส์” เป็นปี แต่โชคดีที่เขารักเราเข้าใจเรา จึงรับความเป็นเราได้ทุกอย่าง แต่พอบินไปอยู่นอร์มังดี...ทารุณมาก ต้องปรับตัวเข้ากับสังคมชั้นสูงของ “คุณกินเนสส์”!! แรกๆร้องไห้ทุกวัน เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็โดนมองตั้งแต่หัวจรดเท้า หนึ่งเพราะเราเป็นคนเอเชีย สองเพราะเราทำท่าอ่อนน้อมเกรงใจคน เลยถูกข่มเอาง่ายๆ ที่หนักสุดคือ พวกบริวารเก่าๆของตระกูลกินเนสส์ ทุกคนใจร้ายมาก พวกนี้หวงเจ้านาย และประกาศว่าบ้านนี้มีนายคนเดียว!! ต่อหน้าเจ้านายก็ให้เกียรติและพูดดีกับเรา แต่พอลับหลังกลับข่มเราแกล้งเราสารพัด ตอนหลัง “คุณกินเนสส์” ให้สติว่า เธอเป็นคนที่ฉันรัก และพวกนี้เป็นคนรับใช้ของฉัน ฉะนั้นต้องทำดีกับคนที่ฉันรัก เธอไม่ต้องสนใจ ให้รู้ว่าเธอคือนายหญิงของบ้าน ต่อไปนี้ไม่ต้องไปยอม อยากได้อะไรก็สั่ง ไม่มีคำว่าไม่ได้!! คราวนี้ “ธัญญา” เลยออกฤทธิ์ให้ดู ขว้างถ้วยชามเลย

ชีวิตของซินเดอเรลล่าเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน

“ธัญญา” โชคดีที่ “คุณกินเนสส์” รักเรามาก และเราก็รักเขามาก ความสุขสบายทางกายมากขึ้น อยากได้อะไรก็ได้ แต่ความสุขทางใจก็มากขึ้นเยอะด้วย เพราะมีคนที่รักเราจริง เพียงแต่ชีวิตเปลี่ยนไปตรงที่ไม่สามารถทำอะไรลิงๆข้างๆ มีความสุขมากที่ได้รักและใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้ รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกิน เขาเป็นอัจฉริยะในสายตาของเรา เวลาทำอะไรต้องศึกษาให้ถ่องแท้ต้องรู้จริง ไม่ใช่มีเงินก็ใช้ๆๆไป และเป็นคนจิตใจดีมาก เหมือนพ่อพระมาโปรด เขาเป็นที่สุดแล้วสำหรับเรา...รักมาก!! เราอยู่กินกันมา 10 ปี แต่เพิ่งทำพิธีแต่งงานแบบไทยๆเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ปีที่แล้ว “ธัญญา” มีลูกชายคนหนึ่ง อายุ 17 ปี “คุณกินเนสส์” ก็รับเป็นลูกโดยไม่รังเกียจเลย ในฐานะภรรยา ทุกวันนี้ “ธัญญา” มีความสุขที่ได้ทำอาหารดีๆให้เขาทาน และดูแลเรื่องสุขภาพ เพราะเชื่อว่า ถ้าสามีมีสุขภาพที่ดี ทานอาหารดีๆ และเราไม่ทำอะไรงี่เง่ากวนใจ สามีก็จะโฟกัสกับงานได้เต็มที่ ตอนนี้กำลังมุ่งมั่นอยู่กับเรื่องดาวินชี

...

“คุณกินเนสส์” คะ โปรเจกต์ค้นหาภาพเขียนที่หายไปของ “ดาวินชี” คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว

ผมก่อตั้งมูลนิธิ Kalpa Group ในปี 2000 สนับสนุนโปรเจกต์วิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์, สถาปัตยกรรมศาสตร์, ศิลปศาสตร์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อไขปริศนาที่อยู่เบื้องหลังมรดกวัฒนธรรมโบราณของโลก และคติความเชื่อต่างๆของนักคิดระดับโลก โดยอยู่ภายใต้ความร่วมมือกับ “ศาสตราจารย์เมาริซิโอ เซราซินี” ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกวัฒนธรรมโลก โปรเจกต์หลักๆที่ให้เงินสนับสนุนคือ การวิจัยไขปริศนาที่ซ่อนอยู่ในงานศิลปะของ “เลโอนาร์โด ดาวินชี” รวมถึงภารกิจล่าสุดคือ การค้นหาภาพเขียนอันโด่งดัง “The Battle  of  Anghiari” ของ “ดาวินชี” ซึ่งหายสาบสูญไป 400 ปี โดยขณะนี้มีความคืบหน้ามาก เพราะทีมนักวิจัยและแกะรอยผลงานศิลปะของ “ศาสตราจารย์เมาริซิโอ” เพิ่งค้นพบเบาะแสบนกำแพงห้องโถงศาลาว่าการเมืองฟลอเรนซ์ ซึ่งบ่งชี้ว่า สิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลังอาจเป็นผลงานจิตรกรรมชื่อก้องที่กำลังตามหา โดยทีมนักวิจัยได้ใช้เครื่องมือขนาดเล็กทันสมัย เจาะเข้าไปในกำแพงห้องโถงถึง 6 รู ทำให้พบเม็ดสีสีดำที่มีส่วนประกอบของแมกนีเซียมและเหล็ก แบบเดียวกับที่ใช้ในภาพวาด “โมนา ลิซ่า” นอกจากนี้ ร่องรอยของน้ำมันเคลือบเงาสีแดง และเม็ดสีสีน้ำตาลที่อยู่หลังกำแพง ทำให้สันนิษฐานว่า ศิลปินเอกระดับโลกอาจเคยวาดภาพบนกำแพงนี้โดยใช้เทคนิคปูนเปียก “เฟรสโก้” แต่ถูกจิตรกรยุคหลัง“จิออร์จิโอ วาซารี” วาดทับในอีกหลายทศวรรษ

...

ในฐานะคนไทย อยากดึงสามีเข้ามาช่วยพัฒนาเมืองไทยอย่างไรบ้าง

“ธัญญา” เป็นคนรักเมืองไทยมาก สิ่งที่พยายามทำคือ ทำให้ “คุณกินเนสส์” เห็นคุณค่าของสมุนไพรไทย และผลักดันให้โกอินเตอร์ เราสองคนเห็นตรงกันว่า คนเรามีเงินมีทองเท่าไหร่ก็ไม่สำคัญเท่าสุขภาพ ตอนนี้กำลังคิดโปรเจกต์ใหญ่นำสมุนไพรไทยมาผลิตเป็นยา และออกจำหน่ายทั่วโลก เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ.

ทีมข่าวหน้าสตรี