ไทยรัฐออนไลน์ได้รับเกียรติอย่างยิ่งที่มีโอกาสเปิดกระเป๋าของ 'หมู-อาซาว่า' หรือ 'พลพัฒน์ อัศวะประภา' แฟชั่นนิสต้าชื่อดังของเมืองไทย ซึ่งใครที่คาดว่าจะได้เห็นของหรูหราราคาแพงลิบ คงผิดหวังสักเล็กน้อย เพราะภายในมีแต่ของที่ล้วนต้องใช้ประโยชน์ และบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์ของเซเลบผู้นี้จริงๆ
ชื่อ 'หมู-อาซาว่า' หรือ 'พลพัฒน์ อัศวะประภา' ถือว่าเป็นชื่อที่คนทั่วไปรู้จักว่าเป็นแฟชั่นนิสต้าชื่อดังของไทย เจ้าของแบรนด์ “ASAVA” ที่โดดดังจากคุณภาพและความสวยงามของสินค้า แต่ภายในกระเป๋าถือใบโปรดที่อยู่ข้างตัวตลอดเวลา กลับเต็มไปด้วยสิ่งที่ล้วนบ่งบอกถึงเหตุผลตัวตนและจิตวิญญาณของ 'หมู อาซาว่า' อย่างเต็มเปี่ยม
สไตล์กระเป๋าที่หลงใหล
"ผมมักเลือกกระเป๋าคลัตช์ติดตัวมากกว่ากระเป๋าสะพายใบโตๆ เพราะพกพาง่ายและของใช้จำเป็นก็ไม่ได้มากมายอะไรนักถึงขนาดต้องแบกกระเป๋าใบใหญ่ๆ ให้เกะกะ เพราะชีวิตของเราก็ต้องขึ้นรถโดยสารสาธารณะ อย่างเช่น รถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน ดังนั้นกระเป๋าใบขนาดเหมาะมือก็เพียงพอกับประโยชน์อยู่แล้วครับ"
สิ่งของในกระเป๋าที่ขาดไม่ได้
ขอให้ลบความคิดไปเลยว่า ภายในกระเป๋าของดีไซเนอร์แบรนด์หรูคนนี้ จะพกพาสิ่งอำนวยความสะดวกราคาแพงหูฉี่ หรือสินค้าแบรนด์เนมไร้สาระ เพราะทุกอย่างที่กำลังจะเห็นล้วนตรงข้ามกับสมมุติฐานไปมากทีเดียว "ผมค่อนข้างเขินเล็กน้อย เพราะกระเป๋ารกมาก (หัวเราะ) สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือสมุดบันทึกเล่มโตเล่มนี้ มีไว้จดทุกสิ่งที่เราเห็น เราคิด ทั้งข้อความและสเกตช์ภาพต่างๆ" นอกจากนี้ก็มีของใช้จิปาถะ ซึ่งก็คือลิปมัน ปากกา กระเป๋าสตางค์ และน้ำตาเทียม โดยหมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา พูดติดตลกว่า "เพราะผมเป็นคนไม่มีน้ำตา ไม่ค่อยยอมเสียน้ำตาง่ายๆ เลยต้องพกน้ำตาเทียมติดตัวไว้"
...
ขาดไม่ได้ยิ่งกว่าคือโทรศัพท์
"ผมเลือกโทรศัพท์ยี่ห้อ LG PRADA เพราะผมหลงใหลปราด้ามาตั้งแต่ยุค 80 เลยทีเดียว ตั้งแต่ปราด้ายังไม่มีเสื้อผ้าและเครื่องหนังด้วยซ้ำ ซึ่งตลอด 20 กว่าปีที่ผมได้มองปราด้าเติบโตมา ทำให้ผมเห็นถึงเสน่ห์ของแบรนด์หรูแบรนด์นี้ว่า ผู้ผลิตตั้งใจถ่ายทอดความเป็น PRADA สู่งโทรศัพท์เครื่องนี้อย่างไม่มีตกหล่น ทั้งดีไซน์ภายในและภายนอก สังเกตง่ายๆ ก็คือ ด้านหลังของโทรศัพท์จะมีลวดลายต้นฉบับของปราด้าครบถ้วน สีสันคงสไตล์เอกลักษณ์ยี่ห้อ ส่วนฟังก์ชั่นภายในก็ไม่ลืมกลิ่นอายของชื่อรุ่นครบถ้วน โดยเน้นความเป็นมินิมอล หรือถ้าพูดง่ายๆ ก็คือ เมื่อเครื่องดับไป ไอคอนที่เคยแสดงบนหน้าจอก็ซ่อนตัวเองอย่างมิดชิด เพื่อให้เครื่องของเราดูสวยงามตลอดเวลา ซึ่งปรัชญาของปราด้าที่สาวกอย่างเรารู้ดีก็คือ ความนิ่งที่แฝงความแปลกตาเอาไว้ เราจึงรู้สึกว่าการใช้โทรศัพท์เครื่องนี้เป็นมากกว่าโทรศัพท์ธรรมดาทั่วไป"
ประโยชน์และการใช้สอย สำคัญเท่ากัน
ดีไซเนอร์หมู กล่าวเสริมว่า นอกจากโทรศัพท์เครื่องนี้จะมีรูปลักษณ์สวยถูกใจสาวกปราด้าแล้ว ฟังก์ชั่นการทำงานก็ใช้งานง่าย ตอบทุกโจทย์การใช้ชีวิตอย่างดีเยี่ยม เพราะในหนึ่งวัน เราต้องใช้โทรศัพท์โทร.เข้าโทร.ออก สังคมออนไลน์ ดูยูทูบ เช็กอีเมล์ และหาข้อมูลต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ช่วยให้ชีวิตของเราง่ายยิ่งขึ้น "LG PRADA" คุ้มค่ากับเงินที่ซื้อมาหรือไม่ ผมตอบคำเดียวเลยว่า ความคุ้มค่าขึ้นอยู่กับวิญจารณญาณส่วนบุคคล แต่ผมเน้นสิ่งที่เป็นมากกว่าโทรศัพท์ คือดีไซน์และปรัชญาของปราด้า แบรนด์ที่ผมหลงใหลมายาวนาน"
กระแสโทรศัพท์สุดฮิตกับปรัชญาแบรนด์ที่หลงรัก
สุดท้ายพลพัฒน์ อัศวะประภา ฝากข้อคิดกับคนที่ต้องวิ่งตามกระแสจนลืมมองสิ่งที่ตนเองชอบว่า "ผมไม่เชื่อในกระแส (ยิ้ม) แม้ตอนนี้คนทั่วโลกกำลังเทใจให้กับแบรนด์ดังแบรนด์หนึ่งก็ตาม เพราะ สิ่งที่เป็นกระแสคือสิ่งที่คนสมมติขึ้นมาต่างหาก แต่ผมยึดติดแค่ความเป็นจริง ซึ่งก็คือคุณภาพและประโยชน์การใช้สอย ผมซื้อของมาใช้ "ไม่ใช่" ซื้อมาเก็บ ดังนั้น ของทุกชิ้นที่ผมเลือก ย่อมต้องเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเรามากกว่า คนที่ยึดติดกับกระแสหรือเทรนด์ต่างๆ ก็เท่ากับคนที่หาตัวตนและสไตล์ของตัวเองไม่เจอ"
...