advertisement

ล้วงลึกเครื่องบินขับไล่ JAS-39 GRIPEN C/D

โดย อาคม รวมสุวรรณ 24 ก.พ. 2554 15:00

หลักการสำคัญในการออกแบบและสร้างเครื่องบินขับไล่-โจมตี JAS-39 Gripen C/D คือ เครื่องบินที่มีขนาดกะทัดรัดเพียบพร้อมไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ที่สามารถเอาชนะเครื่องบินที่ทรงพลังกว่า...

หลักการสำคัญในการออกแบบและสร้างเครื่องบินขับไล่-โจมตี JAS-39 Gripen C/D คือ "เครื่องบินที่มีขนาดกะทัดรัดเพียบพร้อมไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ที่สามารถเอาชนะเครื่องบินที่ทรงพลังกว่า " วิศวกรการบินของบริษัท Saab จึงมุ่งเน้นไปที่การออกแบบระบบสมองกลไฟฟ้าให้กับเครื่อง Gripen โดยนำระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลความเร็วสูงเข้ามาทำการควบคุมทุกระบบในตัวเครื่อง ช่วยให้ลดภาระในการบินปฏิบัติการ ด้วยการควบคุมของนักบินเพียง 20% อีก 80% นักบินจะมุ่งไปที่การบินรบทางยุทธวิธี ซึ่งแตกต่างจากเครื่องบินรบรุ่นเก่าอย่างสิ้นเชิง ที่นักบินจะต้องควบคุมเครื่องบินด้วยตัวเองถึง 80% เลยทีเดียว


ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะนี้ทำให้การขึ้นบินไปกับ JAS-39 Gripen C/D แทบจะไม่มีความแตกต่างไปจากการบินด้วยเครื่องฝึกบินจำลองหรือ Flight Simulator ที่มีติดตั้งอยู่ในฝูงบิน 701 ของกองบิน 7 สุราษฎร์ธานี เลยแม้แต่น้อย การส่งเครื่องขับไล่-โจมตี  JAS-39 Gripen C/D เพียงแค่ลำเดียวขึ้นบินสกัดกั้นหรือเข้าโจมตีต่อกองกำลังของข้าศึก จึงเปรียบเหมือนกับการส่งเครื่องขับไล่รุ่นเก่าถึง 10 ลำ และไม่อาจเปรียบเทียบกันได้ ทั้งงบประมาณในการซ่อมบำรุง ความสิ้นเปลืองต่างๆ เช่น เชื้อเพลิงหรืออัตราการสึกหรอของตัวเครื่อง รวมถึงจำนวนของการฝึกฝนนักบินให้กลายมาเป็นนักบินรบที่มีความเชี่ยวชาญสูง


การออกแบบให้ระบบคอมพิวเตอร์ในตัวเครื่อง Gripen สามารถปรับปรุง ดัดแปลง ต่อเชื่อม ดาวน์โหลด ระบบอาวุธยุทธโธปกรณ์ที่ทันสมัยได้อย่างง่ายดาย ทำให้เครื่อง JAS-39 Gripen C/D เพียง 1 ลำ สามารถปฏิบัติภารกิจที่มีความหลากหลายได้ครอบคลุมมากกว่าเครื่องบินขับไล่แบบอื่น ทั้งการบินเข้าสู่พื้นที่ของการรบในลักษณะต่างๆ เช่น พื้นที่ป่าทึบ ชายฝั่งทะเล ภูเขา หรือแม้กระทั่งการบินตรวจตราป้องกันน่านน้ำในเขตพื้นที่ทะเลทั้งสองฝั่งของประเทศไทย (อ่าวไทยกับทะเลอันดามัน) ตัวเครื่องรุ่น C/D ของเจ้า Gripen สามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสภาวะของการบินรบ โดยระบบโปรแกรมของมันนั้นมีความล้ำสมัย และสามารถดาวน์โหลดระบบใหม่ๆ เข้าสู่สมองกลได้ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องที่มีมากกว่า 40 ปี


JAS-39 Gripen C/D คือ เคริื่องบินขับไล่แห่งอนาคตอย่างแท้จริง มันใช้เครืิ่องยนต์กังหันไอพ่นเทอร์โบแฟนของ General Electric รุ่น F414 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ติดตั้งให้กับเครื่องบินรบอย่าง F/A 18 E/F ให้แรงขับดันสูงกว่าเครื่องยนต์รุ่นแรก ระบบพับฐานล้อจากเดิมที่พับเก็บใต้ลำตัวเปลี่ยนมาเป็นการพับฐานล้อเก็บที่แฟร์ริ่งปีก ทำให้เพิ่มพื้นที่ของลำตัวที่จะใช้เก็บเชื้อเพลิงมากขึ้นอีก 40% ส่วนน้ำหนักบินขึ้นสูงสุดเพิ่มขึ้นอีก 2 ตัน จาก 14,000 กิโลกรัมเป็น 16,000 กิโลกรัม ตัวเครื่อง JAS-39 Gripen รุ่น C/D ยังสามารถเพิ่มเติมตำแหน่งของการติดตั้งอาวุธภายนอกลำตัวอีก 2 ตำแหน่ง สำหรับเครื่องรุ่นนี้ยังทำการปรับปรุงระบบเอวิโอนิกส์ รวมถึงมระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย


JAS-39 Gripen C/D ถูกพัฒนามาเพื่อการปฏิบัติภารกิจบินรบทางยุทธวิธี เช่น การบินลาดตระเวนรักษาเขตแดน หรือ Combat Air Patrol : CAP การลาดตระเวนทางทะเล การเข้าโจมตีเป้าหมายเหนือผิวน้ำ เช่น เรือรบของข้าศึก หรือกองกำลังของฝ่ายตรงข้ามที่รุกล้ำเข้ามาในเขตพื้นที่ป่าทึบ เครื่อง Gripen C/D สามารถบินปฎิบัติการได้นานถึง 5 ชั่วโมงจากการติดตั้งถังเชื้อเพลิงสำรองโดยไม่ต้องเติมเชื้อเพลิงทางอากาศแต่อย่างใดทั้งสิ้น รวมถึงการบินทางยุทธวิธีที่ไม่ติดถังเชื้อเพลิงสำรองได้นาน 90 นาที ระบบเรดาร์รุ่นล่าสุด Electronically Scanned Array มีรัศมีกว้างไกล ครอบคลุมและกำลังเป็นที่นิยมของเครื่องบินรบยุคใหม่ในกองกำลังของนาโต้


เทคโนโลยีของระบบเอวิโอนิกส์กับขีดความสามารถในการบินรบของ Gripen C/D ถือได้ว่าไม่เป็นรองใคร แม้จะมีพิสัยบินเพียง 1,200 กิโลเมตร แต่ก็ชดเชยด้วยระบบอาวุธปล่อยนำวิถี ที่มีระยะยิงไกลมาก เช่น จรวดนำวิถีรุ่น KEPD-150 ระยะทำการไกลถึง 350 กิโลเมตร จรวด S15F ระยะยิงหวังผล 111 กิโลเมตร เพื่อต่อตีเป้าขนาดใหญ่ เช่น เรือรบผิวน้ำ ระบบเรดาร์แบบ PS-50/A สามารถทำการตรวจจับเป้าหมายทางภาคพื้นดินได้ไกล 90 กิโลเมตร และเป้าหมายที่เป็นเครื่องบินรบฝ่ายตรงข้าม 120 กิโลเมตร เรียกได้ว่ายังไม่ทันเห็นก็สั่งยิงอาวุธได้แล้ว ส่วนการใช้จรวดนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศ เครื่อง Gripen C/D สามารถทำการสั่งยิงพร้อมกันทั้ง 4 ลูก ต่อเป้าหมายถึง 4 ตำแหน่ง มันมีตำบลการติดตั้งอาวุธทั้งบริเวนใต้ปีกและใต้ลำตัว ซึ่งสามารถเลือกใช้ระบบอาวุธของยุโรป (กองกำลังนาโต้) อิสราเอล รวมถึงสหรัฐอเมริกา


จรวดนำวิถีรุ่นล่าสุดที่เคยใช้ทดสอบกับเครื่อง Gripen C/D คือ จรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศแบบ IRIS-T ระยะยิง 10 กิโลเมตร โดยสามารถทำการยิงโดยนักบินเล็งเป้าผ่านศูนย์เล็งแบบดิจิตอลที่ติดอยู่ในหมวกบิน ล่าสุด เครื่อง Gripen C/D เป็นเครื่องบินขับไล่-โจมตีแบบเดียวของโลก ที่ทำการทดสอบการยิงจรวดนำวิถีอากาศสู่อากาศเมทิออร์ (Meteor) ซึ่งมีระยะยิงหวังผลไกล 120 กิโลเมตร จรวดต่อต้านอากาศยานรุ่นล่าสุดนี้ มีความเร็วในการพุ่งเข้าชนเป้าถึงกว่า 4.0 มัค (4 เท่าของความเร็วเสียง) และมีความโดดเด่นมากกว่าจรวดแอมแรม ของพวกอเมริกัน ชนิดเทียบกันไม่ติดเลยทีเดียว แม้เครื่องบินของข้าศึกจะทำการบินหนีด้วยความเร็วกว่า 1.4 มัค และอยู่ไกลออกไปกว่า 80 กิโลเมตร ก็ไม่อาจหลบเลี่ยงขีปนาวุธเมทิออร์ได้เลย


ระบบอาวุธของเครื่องบินขับไล่-โจมตี JAS-39 Gripen มีเขี้ยวเล็บสำคัญที่ใช้ในการต่อกรกับฝ่ายตรงข้ามได้อย่างหนักหน่วงและรุนแรง มันมีปืนใหญ่อากาศขนาด 27 มิลลิเมตร ของเมาเซอร์รุ่น BK-27 (Mauser Bk-27) สั่งทำการยิงด้วยกลไกไฟฟ้าทั้งหมด Gripen สามารถติดตั้งจรวดนำวิถีต่อต้านอากาศยานอากาศสู่อากาศ RB-71 ที่พัฒนาโดยกองทัพของสวีเดน จรวด AIM-9 Sidewinder AIM-120 AMRAAM จรวด Meteor จรวด Matra- Mica ของฝรั่งเศส ขีปนาวุทธ Sky Flash ของกองทัพอังกฤษ จรวด IRIS-T ของเยอรมัน จรวดนำวิถีแบบอากาศสู่พื้น RB-75 ของสวีเดน จรวด AGM-65 Maverick ของสหรัฐอเมริกา จรวดนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำรุ่น RBS-15 ของสวีเดน นอกจากนั้น Gripen ยังสามารถติดตั้งลูกระเบิดขนาดตั้งแต่ 250-2,000 ปอนด์ หรือกระเปาะอิเล็กทรอนิกส์ชี้เป้าหมายแบบ Litening รวมถึงถังเชื้อเพลิงสำรอง เพื่อเพิ่มพิสัยการบินปฏิบัติการ

Gripen จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศไปอีก 30 ปีต่อจากนี้ หลังจากนั้นจะมีการร่วมมือกันพัฒนาให้สามารถติดตั้งระบบลิงก์ 16 (Link 16) ซึ่งเป็นระบบเรดาร์รุ่นก้าวหน้ามาตรฐานที่มีใช้อยู่ในกองทัพอเมริกัน การปรับปรุงเพื่อใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ของ General Electric รุ่น F414G ที่มีกำลังขับมากกว่า เพิ่มเติมขีดความสามารถในการโหลดอาวุธให้มากขึ้น การพัฒนาระบบเรดาร์ PS-05/A ให้เป็นระบบ Electronically Scanned Array : AESA พัฒนาระบบติดตามและล็อกเป้าด้วยอินฟาเรด IRST-OTIS พัฒนาระบบ Guardian ซึ่งเป็นศูนย์เล็งแบบอิเล็กทรอนิกส์ติดตั้งอยู่ในหมวกบิน เพื่อทำให้มันเป็นเครื่องบินรบที่ทันสมัยตลอดอายุการใช้งาน 30 ปี


การเข้าประจำการของเครื่องบินรบ JAS-39 Gripen C/D นับจากนี้เป็นต้นไปจะทำให้กองบิน 7 มีขีดความสามารถในการบินปฏิบัติการป้องกันภัยทางอากาศ ครอบคลุมภาคใต้ของประเทศไทยทั้งหมด รวมถึงการคุ้มครองผลประโยชน์ทางทะเล ในลักษณะการบินปฏิบัติการร่วมกันกับเครื่องบินติดเรดาร์แจ้งเตือน Saab 340 AEW Erieye และการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธีในลักษณะการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดความได้เปรียบทางข้อมูลและข่าวสาร การประเมินสถานการณ์ เพิ่มความสามารถในการบัญชาการรบ และควบคุม ลดจุดอ่อนของระบบป้องกันภัยทางอากาศ

นับจากนี้ต่อไป ประเทศไทยของเราจะมีเครื่องบินรบที่ทันสมัยที่สุดภายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เทียบเท่ากองทัพอากาศของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นเขี้ยวเล็บที่แหลมคม เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีรุ่นล่าสุดซึ่งจะทำให้ฝ่ายศัตรูต้องประเมินกันอย่างหนักทีเดียว หากคิดจะเปิดฉากโจมตีหรือบุกรุกเข้ามายังน่านฟ้าของเรา.


JAS-39 Gripen C/D Specifications
ประเภท................................เครื่องบินขับไล่-โจมตีแบบอเนกประสงค์
เครื่องยนต์............................ Volvo Aero Corporation RM 12 Turbofan จำนวน 1 เครื่อง  ให้แรงขับ 18,100 ปอนด์ พื้นฐานเครื่องยนต์จาก General Electric F404
แรงขับสูงสุด.........................18,100 ปอนด์ เมื่อเปิดสันดาปท้าย
ระบบเรดาร์............................PS-05/A ของอิริคสัน
ความยาวลำตัว......................14.1 เมตร
สูง.....................................8.4 เมตร
น้ำหนักตัวเปล่า......................5,700 กิโลกรัม
น้ำหนักวิ่งขึ้นสูงสุด..................14,000 กิโลกรัม
น้ำหนักบรรทุก.......................8,000 กิโลกรัม
ปริมาณเชื้อเพลิงภายในลำตัว.....3,000 ลิตร
พิสัยบิน (บินไกล)...................3,000 กิโลเมตร
เพดานบินปฎิบัติการ...............15,000 เมตร
ความเร็วสูงสุด.......................มัค 2.0
ภาระกรรมสูงสุด.....................-3 - +10 จี
ระยะทางวิ่งขึ้น.......................400 เมตร
ระยะทางร่อนลง.....................600 เมตร
ระบบอาวุธ....................................สามารถใช้ระบบอาวุธได้หลายรูปแบบ เช่น AIM-120 AMRAAM ,AIM-9M , AGM-65 Maverick ,ระเบิดอเนกประสงค์ Mk Series และ RBS-15F เป็นต้น

VDO


ข้อมูลอ้างอิง เอกสารประกอบการเขียนโดย

The Aerospace Magazine
Tango Magazine
กองบิน 7 สุราษฎร์ธานี
Link http://www.wing7.rtaf.mi.th/2008/th/article_wing7/active.php


Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement