วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นอนคว่ำให้หัวทุย ทารกเสี่ยงขาดใจตาย ชี้ ป้อนกล้วยแล้วรอดนับเป็นโชคดี

พยาบาลสูติกรรม ชี้ ไม่ควรให้เด็กเล็กนอนคว่ำ เพราะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แนะ ต่ำกว่า 6 เดือน กินแค่นมแม่ก็เพียงพอ ส่วนการป้อนกล้วยแล้วรอดถือว่าโชคดี ด้าน "หมออดิศักดิ์" เผย เด็กนอนคว่ำเสี่ยงตายฉับพลัน

จากกรณีเรื่องราวสุดสลดใจที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ คุณแม่รายหนึ่งให้ลูกนอนคว่ำอยู่บนเบาะนุ่ม ส่วนเจ้าตัวก็รีดผ้า ทำงานบ้าน โดยแวะไปดูลูกเป็นระยะ ครั้งสุดท้ายได้เข้าไปเพื่อปลุกมากินนม แต่ลูกกลับนอนจมเบาะและหยุดหายใจไปแล้ว นำส่งโรงพยาบาลไม่ทันจึงเสียชีวิตในที่สุด

นางสุพัตรา ใจโปร่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม เปิดเผยว่า ไม่แนะนำให้เด็กนอนคว่ำหน้า เนื่องจากเด็กยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ยกคอ ยกหัวยังทำไม่ค่อยถนัด มีโอกาสเสียชีวิตสูง เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าการนอนหงายจะทำให้ศีรษะของเด็กแบน แต่จริงๆ จะแนะนำให้นอนตะแคงดีกว่านอนหงายเสียด้วยซ้ำ เพราะเด็กยังกลืนน้ำลาย กลืนน้ำยังไม่สะดวก หากนอนหงายบางครั้งก็อาจจะมีโอกาสสำลักได้ ถ้ายังมีนมหรือน้ำอยู่ในปาก

ทั้งนี้ หากต้องการให้เด็กนอนคว่ำหน้า จะต้องอยู่ในสายตาของพ่อแม่ตลอดเวลา การเลือกที่นอนสำหรับเด็ก ไม่ควรเลือกที่นอนที่นุ่มอ่อนยวบจนเกินไป เพราะจะทำให้อุดกั้นการหายใจของเด็กในกรณีที่นอนคว่ำหน้า มีโอกาสทำให้สรีระร่างกายผิดรูปได้ แนะนำให้ดูแลอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตบ่อยๆ ทั้งพัฒนาการและความผิดปกติของเด็ก

สำหรับเด็กอายุ 0-6 เดือน สิ่งที่สำคัญมากที่สุดคือ ควรให้เด็กกินนมแม่อย่างเดียวเท่านั้น ตามข้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization - WHO) ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดสารอาหาร ยืนยันว่าสารอาหารจากนมแม่เพียงพอต่อเด็กในวัยดังกล่าว ส่วนกล้วยบดหรืออาหารประเภทอื่นไม่ควรให้รับประทาน เนื่องจากอวัยวะต่างๆ รวมทั้งการย่อยอาหารยังไม่เหมาะสมกับร่างกายของเด็กในช่วงวัยนี้ ส่วนในรายที่ให้รับประทานกล้วยก็นับว่าเป็นโชคดีของเด็กที่ยังมีชีวิตรอดอยู่

ด้าน รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผอ.ศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก ให้ข้อมูลบนเว็บไซต์หมอชาวบ้าน ว่า จากงานวิจัย การนอนคว่ำเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคตายฉับพลันของเด็กทารกโดยไม่ทราบสาเหตุ เรียกกันว่าโรค SIDS (sudden infant death syndrome) ซึ่งสหรัฐฯ ยังได้มีโครงการ “back to sleep” หรือโครงการให้เด็กนอนหงาย พบว่า การเสียชีวิตของเด็กจากโรค SIDS ลดลงอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ จากการวิจัยหลายแหล่งพบว่า การนอนคว่ำมีความเสี่ยงต่อการกดทับจมูก ปาก จนขาดอากาศหายใจมากกว่าการนอนหงายถึง 2-7 เท่า ดังนั้นเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ควรจัดท่าให้นอนหงายเท่านั้น การนอนคว่ำอาจเป็นอันตรายได้ เพราะเด็กยังตะแคงหน้าและยกศีรษะไม่เป็น

อย่างไรก็ตาม คุณแม่ควรจับเด็กนอนคว่ำบ้างในเวลาเด็กตื่น เพื่อลดโอกาสการเกิดภาวะศีรษะแบน และได้ออกกำลังต้นแขนรวมทั้งหัวไหล่ให้เกิดความแข็งแรง แต่จะต้องอยู่ดูแลใกล้ชิดตลอดเวลาเท่านั้น.