วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จาตุรนต์ ฟัน บิ๊กตู่ สืบทอดอำนาจต่อ ฐานะนายกฯ คนนอก

'จาตุรนต์' ฟัน 'บิ๊กตู่' สืบทอดอำนาจต่อฐานะนายกฯ คนนอก วางกลไกรองรับเป็นขั้นเป็นตอน เตือน ระวังอยู่ไม่นาน ปชช.ทนไม่ไหว เหตุช่วงหลังเดินนโยบายเป๋ ขาดวิสัยทัศน์ ทำ ปชช.เดือดร้อนหนัก

วันที่ 2 ก.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โยนสถานการณ์วันข้างหน้าเป็นตัวชี้วัดตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้งว่า เข้าใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ คงตั้งใจเป็นนายกฯ หลังการเลือกตั้งอีก แต่คงไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง และที่ไม่กล้าประกาศตอนนี้ หรือการที่พูดไม่ชัดจะลงเลือกตั้งหรือไม่ เป็นเพราะว่า ถ้าบอกไปว่าไม่ลงเลือกตั้ง คนจะถามว่า แล้วจะเป็นนายกฯ ไหม ซึ่งจะบอกว่าไม่เป็นก็ไม่ได้ ซึ่งเท่ากับให้เข้าใจได้ว่าได้ประกาศแล้ว จะเป็นนายกฯ คนนอก โดยการสนับสนุนของ ส.ว.250 คนเป็นหลัก และเท่ากับเป็นการประกาศสืบทอดอำนาจที่ไม่สง่างาม การที่วิเคราะห์อย่างนี้เพราะทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ คสช. รวมถึงแม่น้ำ 5 สาย พยายามพูดกรอกหูอยู่ทุกวันว่า นักการเมืองและพรรคการเมืองเลวร้าย และเป็นตัวปัญหา และการเลือกตั้งไม่ใช่สาระสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นพล.อ.ประยุทธ์ จะมาสังกัดพรรคการเมืองลงเลือกตั้ง และเป็นนักการเมืองแบบเลือกตั้งเสียเอง เท่ากับว่ามาทำในส่ิงที่ตนเองประณามอยู่ทุกวัน มันก็เป็นไปไม่ได้

"ในเชิงระบบแม่น้ำ 5 สาย ได้วางระบบไว้เพื่อให้คนนอกมาเป็นนายกฯ ไม่ใช่ให้ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นนายกฯ วางทั้งยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศไว้อย่างเป็นระบบ ซึ่งระบบเหล่านี้ที่วางไว้ต้องการรองรับนายกฯ คนนอก กีดกันสกัดกั้นการทำงานของพรรคการเมือง และผู้ที่มาจากการเลือกตั้งทั้งหลาย เพราะฉะนั้นถ้า พล.อ.ประยุทธ์ มาลงสมัครรับเลือกตั้ง ก็จะผิดแผนหมด ในความเห็นผมจึงเป็นไปไม่ได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จะลงเลือกตั้ง" นายจาตุรนต์ กล่าว

ขณะที่บรรดาสมุนบริวารของ คสช.ลาออกมาตั้งพรรค เป็นการเตรียมการรองรับเพื่อสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกฯ รวมถึงแม้กำลังหลักสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์จะเป็น ส.ว. แต่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งก็ยังต้องการเสียงข้างมากจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต้องมีตัวเร่ิมต้น มีคนที่จะเป็นหัวหอกในการนำเสนอและผลักดัน คือพรรคการเมืองที่จะจัดตั้งขึ้น เมื่อเป็นอย่างนี้สิ่งที่คนให้ความสนใจมาโดยตลอด จะมีการเลือกตั้งตามโรดแม็ปที่ยังไม่มีความชัดเจนหรือไม่ แนวโน้มก็คือ จะเลือกตั้งเมื่อไหร่ก็ไม่ต่างกันมาก ถ้ายังไม่มีการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังจะเป็นหัวหน้า คสช. และเป็นนายกฯ และเมื่อเลือกตั้งแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เป็นหัวหน้า คสช. แต่จะเป็นนายกฯ ต่อไปอีก และแนวโน้มที่จะทำให้การเลือกตั้งล่าช้าออกไปก็มีสูง เพราะการออกกฎหมายลูกมีปัญหามาก

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า แต่การที่ คสช.จะอยู่ต่อไปได้อีกนานเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และการทุจริตโกงกินต่างๆ ว่า ประชาชนจะทนไหวหรือไม่ เพราะในระยะหลังมีเรื่องที่วางนโยบายผิดทิศผิดทาง ไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้จำนวนมาก และล่าสุด มีกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ที่มีการยกเว้นกฎหมายที่ใช้ในการตรวจสอบทั้งหมด และกรณีการออก พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว ที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจเป็นแสนๆ ล้าน และประชาชนจะเดือดร้อนทั่วประเทศ กรณีอย่างนี้มีแนวโน้มเกิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากการขาดวิสัยทัศน์ ความท่ีไม่สนใจความเดือดร้อนของประชาชนนี้ อาจจะเป็นปัจจัยสำคัญในการเป็นตัวกำหนด คสช.และรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ได้นานเท่าไหร่มากกว่าเรื่องของกฎหมาย

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ส่วนในแง่การวางระบบ คสช.และ พล.อ.ประยุทธ์ สามารถสืบทอดอำนาจได้แน่ รวมทั้งกำหนดทิศทางการบริหารประเทศไปอีกยาวนาน แต่ในทางเป็นจริงจะอยู่ไปนานๆ ในฐานะรัฐบาล คสช.ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะทนกับความเดือดร้อน การทุจริตคอร์รัปชันได้มากๆ ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะทนกับความเดือดร้อน การทุจริตคอร์รัปชันได้มากๆ แค่ไหน อาจทำให้ คสช.ไม่สามารถจะยื้อเวลาต่อไปได้อีกนานนัก เมื่อมีการเลือกตั้งกันแล้วจะเป็นอีกแบบ เป็นการสืบทอดอำนาจตามกลไกต่างๆ ที่วางไว้ในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก ซึ่งการเมืองจะเป็นอีกบริบทหนึ่ง แต่หนีไม่พ้นเรื่องรัฐบาลสืบทอดอำนาจนั้น จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนหรือซ้ำเติมปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน

เมื่อถามว่า ในแง่ของพรรคเล็ก ในอนาคตจะเห็นอะไรหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ที่น่าจับตามองคงเป็นพรรคการเมืองขนาดกลางๆ จะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกค่อนข้างมาก ถัดจากพรรคการเมืองขนาดกลาง การจะตั้งรัฐบาลได้สำเร็จสุดท้ายต้องมีพรรคการเมืองใหญ่พอสมควรเข้าร่วม ถึงจะตั้งรัฐบาลสำเร็จ เข้าใจว่าทาง คสช.และผู้สนับสนุนเขาคงทำเป็นขั้นเป็นตอน อาจไม่ได้เร่ิมจากพรรคใหญ่ แต่จะพยายามค่อยๆ สร้างเงื่อนไขบีบพรรคการใหญ่บางพรรคเข้าร่วม และเมื่อตั้งรัฐบาลได้แล้วการจะดึงพรรคการเมืองต่างๆ เข้าไปอีก เพื่อให้ได้เสียงเกินครึ่งจึงเป็นเรื่องไม่ยาก.